YGG … ขอเป็น Disney เมืองไทย

ย้อนไปสิบกว่าปีที่แล้วเพื่อนกัน 2 คน คนหนึ่งชื่อ “ธนัช จุวิวัฒน์” มาจากสายงานโฆษณา กับอีกคนชื่อ “ศรุต ทับลอย” มาจากสายสร้างการ์ตูน Animation
.
ผู้ชาย 2 คน มีฝัน อยากสร้างบริษัทที่รวมตัวกันของคนเก่งๆ มาปล่อยของกัน โดยเริ่มต้นจากการทำงาน CG โฆษณา คือ งานคอมพิวเตอร์กราฟฟิค เอ็ฟเฟ็คท์ แสง สี เสียง หมอก ควัน ไฟ น้ำแข็ง รถ สัตว์ ทั้งหลาย ที่สมัยนั้นบูมมาก ก่อนที่ต่อมาจะขยับขยายแตกไลน์ธุรกิจ เกมส์ และ Animation

หนังอย่าง เคว้ง นาจา Homestay หรือ เกมส์ Home Sweet Home และโฆษณาช้าง ซัมซุง มอคโคนา คือ ส่วนหนึ่งของผลงานที่ YGG มีส่วนร่วมในการผลิตและทำกราฟฟิคต่างๆ ให้ (ทำมากทำน้อยแล้วแต่เรื่อง ไม่เท่ากัน)
.
และนี่คือที่มาของบริษัท IPO น้องใหม่ที่มีชื่อแปลกๆ ว่า
YGGDRAZIL หรือ อิ๊กดราซิล กรุ๊ป
.
ถ้าไปถามคอเกมส์ เค้าจะบอกว่า “อิ๊กดราซิล” คือ ชื่อของต้นไม้ที่โอบรับโลกทั้งเก้า ไม่ว่า สวรรค์ โลกมนุษย์ โลกยักษ์ โลกคนแคระ โลกเอลฟ์ ฯลฯ เป็นต้นไม้ที่ให้กำเนิดสรรพสิ่งต่างๆ จึงเป็นที่มาของ YGG เช่นกันว่าอยากเป็นผู้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ในโลกของ CG และ Creative Digital Content
.
ผู้บริหารบอกว่า เป้าหมายยาวๆ ของ YGG คือ อยากเป็น Disney เมืองไทย
..
===================
.
** ธุรกิจของ YGG มีอะไรบ้าง **
.
บริษัทสเกลเล็กแค่ปีละ 170 ล้านบาท แต่กำไรดี GPM 43% NPM 28% สัดส่วนรายได้เป็นแบบนี้
.
• 50% งานภาพยนตร์แอนิเมชั่น (Animation Movie)
• 25% งานโฆษณาและภาพยนต์ (Visual Effects – VFX)
• 25% งานผลิตและรับจ้างผลิตเกม (Game)
..
ต้องบอกแบบนี้ว่า เมื่อก่อนรายได้เกือบทั้งหมดมาจากงาน VFX แต่เนื่องจากการแข่งขันรุนแรง และการเติบโตของสื่อออนไลน์ ทำให้เจ้าของแบรนด์ต่างๆ หันมาเน้นซื้อสื่อทางช่องดิจิตอลหรือ social มากขึ้น และเน้นการผลิตน้อยลง ซึ่งก็จริงนะเดี๋ยวนี้เราเห็น content ต่างๆ เน้นไว เน้น real ไม่ได้เน้นเอฟเฟ็กต์อลังการเท่าไหร่
.
YGG จึงต้องปรับตัวมาในสาย Animation และเกมส์มากขึ้น ซึ่งตลาดเติบโตได้ดีและมีโอกาสมากกว่า
.
สำหรับสัดส่วนลูกค้า แยกได้เป็น 30% ในประเทศ และ 70% ต่างประเทศ หลักๆ คือ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เรียกได้ว่า บริษัทนี้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอยู่เหมือนกัน คือ ผลงานเค้าสวยดีนะ เท่าที่ไปดูมา
..
===================
.
** ผลประกอบการของ YGG ดีมั้ย **
.
ปี 2559 รายได้รวม 85 ล้านบาท กำไรสุทธิ 28 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้รวม 135 ล้านบาท กำไรสุทธิ 14 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้รวม 171 ล้านบาท กำไรสุทธิ 21 ล้านบาท
.
9M61 รายได้รวม 148 ล้านบาท กำไรสุทธิ 49 ล้านบาท
9M62 รายได้รวม 147 ล้านบาท กำไรสุทธิ 41 ล้านบาท
..
รายได้โตแบบกระโดดมากใจช่วง 3 ปีหลัง หลักๆ มาจากงาน Animation และงานเกมส์ ที่เพิ่มขึ้น แต่ว่างาน VFX ลดลง พอมาปี 2562 อาจจะดูแปลกใจว่า รายได้ไม่เพิ่ม เพราะ Animation เพิ่ม แต่ VFX และเกมส์ลดลง สาเหตุคือรับรู้รายได้งานเกมส์ Home Sweet Home 2 และ Project Number 6 หมดแล้ว งานเกมส์ใหม่อยู่ในระหว่างเจรจา
..
เราพอจะเดาได้ว่า YGG นั้น รายได้ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าได้งานมากน้อยแค่ไหน ได้ project ใหญ่มั้ย คือถ้ามองในแง่ดี ถ้าผลงานดี คนจ้างต่อเนื่อง หรือถ้าทำ Animation ดัง ทำเกมส์โดน ก็อาจสร้างรายได้มหาศาล แต่ถ้าในมุมกลับกัน ไม่ปังอย่างที่คิด รายได้ก็หดได้เหมือนกัน
..
GPM รอบ 9 เดือน อยู่ที่ 42.6% ถือว่าสูง คงเพราะเป็นงานฝีมือ อาศัยความเชี่ยวชาญสูง แน่นอนว่าต้นทุนหลักคือค่าพนังงาน แต่เมื่อก่อน GPM เคยสูงถึง 60% สาเหตุที่ลดลงเพราะว่า งาน VFX แข่งกันสูง งานเล็กงานน้อยรับหมด มาร์จิ้นลดก็ต้องรับ ขณะที่ขยายมาทำ Animation กับเกมส์ เพิ่มเติม ต้องรับพนักงานเข้ามาก่อน ทำให้ต้นทุนมาก่อนรายได้จะเข้า อัตรากำไรเลยลดลง
.
กำไรสุทธิ ปี 60 ลดลง เพราะรับพนักงานล่วงหน้าไว้เยอะ ขณะที่ปี 61 ถ้าดู 9 เดือนกำไร 49 ล้านบาท แต่ปิดปีเหลือแค่ 21 ล้านบาท เพราะว่ามีการตั้งสำรอง NPL ไว้ 21 ล้านบาท เนื่องจากลูกหนี้บางรายค้างจ่ายนาน ถ้าบวกก้อนนี้กลับมาก็โตอยู่
.
9 เดือนปี 62 กำไรน้อยกว่าเดิม เพราะจ้างพนักงาน Animation เพิ่มขึ้น แต่นี่คือมีตัวช่วยบวกกลับ NPL มา 4 ล้านบาท เพราะว่ามีลูกค้าชำระหนี้คืนกลับมา
..
สรุป คือ รายได้ค่อนข้างเหวี่ยง ขึ้นอยู่กับงานว่าได้เยอะหรือน้อย แต่แนวโน้ม Animation ดี งานเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนงานเกมส์รอลุ้น งาน VFX ไม่ดี ขณะที่ต้องเพิ่มคนต่อเนื่องเพื่อรองรับงานที่เพิ่มขึ้น คือ มันเป็นงานฝีมือซะส่วนใหญ่ ไม่แน่ใจว่า AI หรือเทคโนโลยีอะไรจะมาช่วยประหยัดต้นทุนตรงนี้ได้มั้ย ไม่งั้นต้นทุนก็จะบวมได้เรื่อยๆ ถ้างานไม่ต่อเนื่อง
.
===================
.
** IPO 45 ล้านหุ้น ราคา 5 บาท P/E 68.7 เท่า **
.
เห็นแค่ P/E อย่าเพิ่งคิดว่าแพง เพราะว่ามันดูไม่แฟร์เท่าไหร่นัก คือ อันนี้คิดกำไร 4 ไตรมาสย้อนหลังที่ Q4’61 ขาดทุน 28 ล้านบาท ทำให้กำไร 4Q เหลือแค่ 13 ล้านบาท
.
ถ้าสมมติเราเทียบบัญญัติไตรยางศ์จาก งบ 9M’62 ที่ทำได้ 41 ล้านบาท เต็มปีอาจจะได้ 54 ล้านบาท ถ้าคิดแบบนี้ P/E จะเหลือ 17 เท่า
..
แต่การคิดแบบนี้ก็ดูโลกสวยไปนิดนึง เพราะเราเองก็รู้ว่าตอนนี้ Animation คือตัวทำเงินและค่อนข้างสม่ำเสมอ ขณะที่อีก 2 ธุรกิจ ไม่ค่อยแน่นอนเท่าไหร่ บวกกับการที่บริษัทบอกว่ามี Backlog ในมือ 57 ล้านบาท ก็ดูไม่ค่อยเยอะนะเพราะต้องทยอยรับรู้ นั่นแปลว่า กำไรไม่แน่นอน แล้วถ้างานเกมส์ยังเจรจาไม่จบ กำไรก็อาจไม่เพิ่มเยอะได้ ถ้าให้เดา P/E ปีนี้อาจจะเป็น 25-30 เท่า ก็ได้
..
===================
.
** ได้เงิน IPO 212 ล้านบาท เอาไปทำอะไร **
..
• 40 ล้านบาท ขยายสำนักงานใหม่ที่กรุงเทพฯ
• 50 ล้านบาท ตั้งบริษัทย่อยที่แคนาดา เอาไว้รองรับลูกค้าทางฝั่งนั้น
• 122 ล้านบาท เป็นเงินทุนหมุนเวียน
..
ข้อดีคือ ไม่ได้เอาเงินไปคืนหนี้ เพราะว่า D/E ต่ำอยู่แล้วแค่ 0.31 เท่า แต่ว่าการขยายสำนักงานกับตั้งบริษัทย่อยที่ต่างประเทศ ก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้งานเพิ่ม
..
YGG จะเข้าเทรดวันที่ 7 มกราคม เป็นหุ้น IPO ตัวแรกรับปีหนู ผู้บริหารบอกว่าตั้งเป้ารายได้โต 15-20% ก็มีโอกาสเป็นไปได้จากงาน Animation แต่งานอื่นจะมาฉุดมั้ยไม่แน่ใจ ส่วนกำไรนั้น ถ้ารายได้น้อย กำไรจะลดเร็วกว่า เพราะไปจมกับพนักงานเยอะ ใครสนใจลองพิจารณากันดูครับ
.
..
ป.ล. ตอนนี้วิตามินหุ้นเปิดคอร์สสรุปงบการเงินรอบ Q4’19 และ Q1’20 คอร์สยาว 6 เดือน ใครสนใจทักมานะครับ
..
#YGG #IPO #วิตามินหุ้น
Line@: bit.ly/stockvitamins
Website: www.stockvitamins.co