TKN … ต้องให้เวลาในการฟื้นตัว

ถึงแม้ว่ารอบนี้ไม่มี one หลาย time cost เหมือนปีที่แล้ว แต่ผลจากการเปลี่ยน Distributor ที่จีน ยังไม่สามารถ recover ยอดขายที่หายไปให้กลับมาได้
.
คือเราต้องเข้าใจเวลาทำธุรกิจของจริง มันต้องมีการเยี่ยมร้านค้า มีการเปิดบัญชี ส่งของ สต็อคของ อะไรหลาย ๆ อย่างที่เป็นงาน operation ที่ต้องใช้เวลา

นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายการตลาดอีกมากมายในการเปิดตลาดที่อเมริกา เปิดร้านข้าวแกงกระหรี่ Hinoya จ้าง presenter ใหม่ ขณะที่รายได้ยังมาเติมไม่ทัน
..
เดี๋ยวเราลองมาลงรายละเอียดจะได้เห็นภาพนะครับ
.
Q1’19 ยอดขาย 1,322 ล้านบาท เท่าเดิมเป๊ะจากปีที่แล้ว แต่ต้องบอกแบบนี้ว่าตอนนี้มีมาตรฐานบัญชีใหม่ฉบับที่ 15 (TFRS15) ให้นำค่าใช้จ่ายบางอย่างที่เดิมอยูใน SG&A เช่น พวกส่วนลดการค้าต่าง ๆ rebate, listing fee ให้ย้ายมาหักออกจากยอดขายเลย ผลที่ตามมาคือ ยอดขายจะลดลง แต่ SG&A ก็ลดลงตามด้วย สุดท้ายกำไรสุทธิไม่เปลี่ยน แต่ GPM จะดูลดลง

=====================
.
ยอดขายแบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ
.
• 43% ขายในประเทศ เติบโตดีอยู่ +12% จากการออกสาหร่ายกิมจิ เปิดเถ้าแก่น้อยแลนด์เพิ่ม 1 แห่ง เปิดร้านข้าวแกงกระหรี่ Hinoya ส่วนแบ่งการตลาดก็ยังสูงอยู่ที่ 69%
.
• 35% ขายที่จีน โตลดลง -18% เมื่อสิ้นปีที่แล้วจีนสัดส่วน 40% คือลดลงไปเยอะมาก เหตุผลอย่างที่บอกไปครับ คือ Distributor เจ้าใหม่ยังทำได้ไม่ดีเท่าเจ้าเดิม เห็นแบบนี้แล้วต้องคิดหนักเลยว่า เป็นเพราะอะไรกันแน่ คือเจ้าใหม่ไม่เก่งเท่า หรือว่าเจ้าเก่าทำสาหร่ายลอกเลียนแบบแล้วปิดช่องทางไม่ให้เข้าได้ง่าย หรือแค่ขอเวลากระจายสินค้า อันนี้ต้องติดตามดู ถ้าอีก 2 ไตรมาส ยังไม่ดี ก็เตรียมตัว
.
• 22% ขายต่างประเทศไม่รวมจีน โต +16% มาจากอินโด มาเลเซีย และอเมริกา โดย 2 ที่แรกดีอยู่แล้วไม่ห่วง แต่อเมริกาเพิ่งเข้าไป ต้องดูว่ายาว ๆ เป็นไง และเห็นบอกว่ารอ Costco มาตรวจโรงงาน มั่นใจว่า 80% น่าจะผ่าน จะได้เข้าห้างได้ซักที แต่ตอนนี้ตลาดอเมริการก็ยังขาดทุนอยู่ 7-8 ล้านบาท เพราะว่ารายได้ยังไม่ cover fix cost ที่ใช้

เห็นทรงแบบนี้เราก็พอจะหวังจากตลาดในประเทศ กับอินโดและมาเลเซีย เป็นหลัก ส่วนอเมริกา ตั้งเป้าว่าจะ break even ภายในปีนี้ (แต่เผื่อใจไว้ด้วยนะครับ) ส่วนตลาดจีนก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ คือ มันไม่สัญญาณที่ชัดเจน
..
==================
.
แต่ถึงยอดขายไม่เพิ่ม กำไรขั้นต้นก็ยังเพิ่มได้จาก 27.5% เป็น 29% เพราะราคาสาหร่ายลดลง และมีการควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี และช่วงครึ่งปีหลังต้นทุนสาหร่ายล็อตที่จะใช้ก็ถูกลงอีก 10% ก็น่าจะช่วยเพิ่ม GPM ได้ ราว ๆ 2.6-2.7%
.
เพราะว่าถ้าต้นทุนเป็น 100 บาท มาจากสาหร่าย 38 บาท ลดไปได้ 10% ก็ลดไปประมาณ 3.80 บาท และต้นทุนขายคิดเป็น 70% ของยอดขาย จับคูณกันก็ออกมาได้ 2.6-2.7%
..
===================
.
ต่อมาเป็นเรื่องของ SG&A ที่เป็นประเด็นเพราะเพิ่มเยอะมาก ๆ คือ ต้นทุนการจัดจำหน่าย +42.9% และค่าใช้จ่ายบริหาร +45.6%
..
ต้นทุนจัดจำหน่าย ที่เยอะเพราะมีค่าแรกเข้าสินค้าใหม่สาหร่ายกิมจิ ค่าเปิดร้าน Hinoya ทั้งแฟรนไชส์ และค่าการตลาดต่าง ๆ (ราว ๆ 10 ล้านบาท) ค่า Presenter F4 ค่า Black Pink World Tour ค่าเปิดออฟฟิศที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งอันนี้ผู้บริหารบอกว่าอยากให้มองเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต
..
ค่าใช้จ่ายบริหาร มีการตั้งหนี้สงสัยจะสูญ 13 ล้านบาท ตามนโยบายทางบัญชีว่า ถ้าค้างชำระกี่เดือน ๆ จะต้องตั้งไว้ก่อน เผื่อโดนเบี้ยว ซึ่งถ้าเรามาดูแล้วเป็นการตั้งเพราะว่าตอนนั้นอยู่ช่วงเปลี่ยนตัวแทนที่จีน เลยให้เครดิตเทอมพิเศษ แต่ถ้าชำระหนี้ได้เมื่อไหร่ก็จะตั้งกลับคืนมา (แต่ให้ทำใจเผื่อไม่ได้ด้วยนะครับ)
.
จากทั้งหมด กำไรสุทธิเลยเหลือแค่ 81 ล้านบาท (-46%)

** ภาพ Q2’19 เป็นยังไง **
.
• จะมีการเปิด Hinoya สาขา 2 ที่เมืองทอง แน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้แน่ ๆ
.
• จะมีสาหร่ายเทมปุระรสใหม่ ซึ่งก็ต้องมาพร้อมกับค่าแรกเข้า
.
• เมืองจีนอาจจะดีขึ้นแต่แบบกระโดดเลยมั้ย คิดว่าไม่นะ ดูท่าทางคุณต๊อบเองก็รู้ตัว เพราะแกเองก็พยายามปั้นตลาดอื่นให้เกิดโดยเฉพาะอเมริกา จะได้ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีน
.
• ค่าใช้จ่ายการตลาดเยอะตลอดอยู่แล้ว เพราะไหนจะทั้งพรีเซ็นเตอร์ ทั้งโฆษณา ที่ต้องสร้างแบรนด์ให้ติดตลาด
.
• คุณต๊อบบอกว่าเป้ารายได้ทั้งปีลดลงเหลือแค่ 5-7% แต่จะมาโฟกัสกำไรมากขึ้น
..
ใครเป็นแฟน TKN คงต้องอดทนรอ และต้องลุ้นให้รายได้คุ้มค่ากับการลงทุนซักที
.
แต่ผมมีข้อสังเกตอย่างนึงครับว่า ถ้าเราเห็นหุ้นอยู่ ๆ ก็ขึ้นก่อนงบออกซัก 2-3 อาทิตย์ให้คิดไว้เลยว่างบมันอาจจะไม่ดี หรือถ้าเราเห็นข่าวว่ายอดขายจะดี ต้นทุนจะดี แบบเยอะ ๆ ก็ให้ระวังว่ามันอาจจะไม่ได้ดีขนาดที่เป็นข่าว แล้วสุดท้ายทุกสิ่งจะมาเฉลยในวัน oppday ครับ