SEF ที่อาจจะมาแทน LTF

กองทุนหุ้นยั่งยืน (Sustainable Equity Fund) หรือ SEF เป็นกองทุนที่ภาคเอกชน คือ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กำลังนำเสนอกระทรวงการคลังเพื่อที่จะเอามาใช้แทนกองทุน LTF ในปีหน้า 2563 ขอย้ำว่ายังเป็นเพียงข้อเสนอยังไม่ได้อนุมัติให้ใช้กันนะครับ

SEF ต่างกับ LTF อย่างไรบ้าง
.
1. เดิม LTF ซื้อได้ 15% ของรายได้ หรือ สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท แต่ SEF ให้ซื้อได้ 30% ของรายได้ หรือสูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท
.
2. กอง LTF ลงทุนหุ้นไทย ไม่น้อยกว่า 65% แต่กอง SEF ลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หุ้นยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม มีธรรมาภิบาลดี (ที่เราเรียกกันว่ามี ESG) ไม่น้อยกว่า 65%
.
3. ระยะเวลา 7 ปี ปฏิทิน เท่าเดิม

ความตั้งใจของ SEF คือ อยากให้คนรายได้น้อยถึงปานกลางได้หักภาษีเพิ่ม คือ ซื้อได้มากขึ้นจาก 15% เป็น 30% สมมติคนเงินเดือน 30,000 บาท แทนที่เดิมซื้อได้เดือนละ 4,500 บาท ก็สามารถซื้อได้เดือนละ 9,000 บาท หรือจากปีละ 54,000 บาท ก็มาเป็น 108,000 บาท

มุมมองส่วนตัวผมว่า ในทางสูตรคณิตศาสตร์ดูดี แต่ในมุมของชีวิตจริง อาจจะลำบากที่คนเงินเดือน 30,000 บาท จะสามารถหักเงินเดือนตัวเองเดือนละ 9,000 บาท (คือถ้าทำได้จะดีมาก) เพราะน่าจะมีภาระทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ท่องเที่ยว เสื้อผ้า gadget อีกมากมาย
..
สำหรับคนรายได้สูงที่ซื้อเต็มโควตาตั้งแต่ 250,000 – 500,000 บาท ขึ้นไป ดูจะเสียประโยชน์ทางภาษี เพราะจะไม่สามารถซื้อได้เท่าเดิม เนื่องจากถูกจำกัดโควต้าไว้แค้ 250,000 บาท เท่านั้น ต้องไปซื้อ RMF ให้เต็มแทน แต่ถ้าใครซื้อทั้งสองกองเต็มแล้ว ก็คงได้ประโยชน์น้อยลง
..
ส่วนในแง่ของหุ้นที่ต้องเป็น ESG และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ก็ดูค่อนข้างจำกัดไปหน่อย ในแง่ที่กองทุนจะมีหุ้นน้อยตัวให้เลือกลงทุน และต้องเลือกให้ถูกตัวเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ดีด้วย
..
อย่างไรก็ตาม SEF ยังเป็นเพียงข้อเสนอนะครับ ต้องรอทางกระทรวงการคลังพิจารณาก่อน อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขได้ในอนาคต ลองติดตามกันดูครับ เพราะน่าจะกระทบกับพวกเราหลายคน
..
#SEF #LTF #วิตามินหุ้น