QTC … โชว์งบเติบโต มีลุ้นเทิร์นอะราวด์

ปี 2550 ประเทศไทยมีปริมาณการใช้ไฟฟ้า 133,113 GWH
ปี 2560 ประเทศไทยมีปริมาณการใช้ไฟฟ้า 215,496 GWH
.
(1 กิกะวัตต์ = 1,000 เมกะวัตต์ = 1,000,000 กิโลวัตต์ พูดง่าย ๆ คือ ปริมาณมหาศาลนั่นเอง)

เพราะ “พลังงานไฟฟ้า” เป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ความต้องการใช้ไฟฟ้าก็เพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่เราจะไม่สามารถใช้พลังงานนี้ได้เลยถ้าไม่มี “หม้อแปลงไฟฟ้า” อุปกรณ์ที่ช่วยปรับลดแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะสมตามความต้องการ
.
และนี่คือที่มาของความน่าสนใจในบริษัท QTC Energy … ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระดับประเทศ และไม่ต้องสงสัย ทำไมมีคำว่า Energy ต่อท้าย เพราะเขาทำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนด้วย ในชื่อของ Q Solar 1 ที่จังหวัดปราจีนบุรี ขนาด 8 เมกะวัตต์
..
ธุรกิจของ QTC แบ่งได้ 2 ประเภท ตามรายได้คือ
.
1. รายได้จากการขายหม้อแปลงไฟฟ้าและให้บริการ 807.5 ล้านบาท ซึ่งขายให้กับหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และต่างประเทศ
.
2. รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน (โซลาร์เซลล์) 142.5 ล้านบาท
..
ปี 2559 ยอดขาย 531 ล้านบาท
• หน่วยงานราชการ 90 ล้านบาท
• ภาคเอกชน 313 ล้านบาท
• ต่างประเทศ 110 ล้านบาท
..
ปี 2560 ยอดขาย 901 ล้านบาท
• หน่วยงานราชการ 285 ล้านบาท
• ภาคเอกชน 312 ล้านบาท
• ต่างประเทศ 242 ล้านบาท
• โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 36 ล้านบาท
..
ปี 2561 ยอดขาย 958 ล้านบาท
• หน่วยงานราชการ 181 ล้านบาท
• ภาคเอกชน 327 ล้านบาท
• ต่างประเทศ 278 ล้านบาท
• โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 142 ล้านบาท
..
===========================
.
ตัวเลขรายได้แบบนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของบริษัทได้ชัดเจนว่า

1. ยอดขายภาคเอกชนมั่นคงมาต่อเนื่อง
2. ภาครัฐไม่แน่นอนแต่จะดีถ้ามีงานประมูล
3. เพิ่มการส่งออกเพื่อลดความเสี่ยงและทำได้ดีมากเพราะยอดขายโตต่อเนื่อง
4. ต่อยอดด้วยธุรกิจใหม่ที่มั่นคง คือ โรงไฟฟ้า

จากกลยุทธ์ที่ชัดเจนเราจึงเห็นผลต่อเนื่องในงบไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ด้วยอดขาย 263 ล้านบาท (+121%) แบ่งเป็น
.
• รายได้ในประเทศ 156 ล้านบาท
• รายได้ส่งออก 65 ล้านบาท
• โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 38 ล้านบาท
• รายได้งานบริการ 4 ล้านบาท
..
แต่ในแง่ของผลกำไรเป็นแบบนี้
.
ปี 2559 ขาดทุนสุทธิ 80 ล้านบาท
ปี 2560 ขาดทุนสุทธิ 247 ล้านบาท
ปี 2561 กำไรสุทธิ 0.34 ล้านบาท
.
Q1’2561 ขาดทุนสุทธิ 42 ล้านบาท
Q1’2562 กำไรสุทธิ 79 ล้านบาท (+289%)

ปี 2559 ขาดทุนเพราะงานราชการน้อย ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น และเริ่มจะมีการลงทุนโรงไฟฟ้า ปี 2560 ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการลงทุนโรงไฟฟ้า และมีการรับรู้ด้อยค่าความนิยมในบริษัทย่อยซึ่งไม่ใช่รายการที่เกิดขึ้นประจำ
.
ถ้าเราดูงบกระแสเงินสดจากการลงทุนของ 2 ปีนี้รวมกันจะอยู่ที่ติดลบ 1,198 ล้านบาท พอมาปี 2561 และ 2562 ไม่ได้มีการลงทุนหนัก ๆ แล้ว ประกอบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้กำไรเริ่มกลับมา

อัตราส่วนที่เราสามารถดูถึงความสามารถในการทำกำไรได้ชัดเจนคือ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
.
ปี 2559 GPM 5.2%
ปี 2560 GPM 15.6%
ปี 2561 GPM 21.9%
Q1’2562 GPM 43.5%
..
ถึงแม้ว่าบางปีจะมีการขาดทุน แต่ถ้าเรามาดูที่ความสามารถในการขายของบริษัทจะพบว่า ทำได้ดีขึ้นมาตลอดทุกปี ซึ่งปีหลัง ๆ ก็ได้ผลดีของโรงไฟฟ้าที่มีอัตรากำไรสูงเข้ามาเพิ่มเติมด้วย
.
=============================
.
** ปี 2562 แนวโน้มดีแค่ไหน **
.
1.การเปิดประมูลงานของภาครัฐ โดยเฉพาะราชการ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ลุ้น QTC คาดหวังว่าจะได้งานไม่ต่ำกว่า 10%
.
2. Backlog มูลค่ากว่า 252 ล้านบาท แบ่งเป็นงาน ในประเทศ 146 ล้านบาท และงานต่างประเทศ 106 ล้านบาท ซึ่งทยอยส่งมอบสินค้าทั้งหมดภายในปีนี้
.
3. นวัตกรรมสินค้าใหม่ที่หลากหลาย เช่น
.
• Smart Transformer หรือ ระบบอัจฉริยะที่ติดตามการทำงานของหม้อแปลง โดยส่งต่อข้อมูลตัวแปรผ่านระบบ 3G และ 4G ทำให้ผู้ดูแลรักษาสามารถดูข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง คาดว่าจะทำยอดขายให้กับบริษัทฯในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 100-200 เครื่อง หรือเฉลี่ย 10-15 ล้านบาทต่อปี
.
• เป็นตัวแทนจำหน่าย DE BUSDUCT รายแรกและรายเดียว ในประเทศไทย ตั้งยอดขายไว้ 30 ล้านบาท สินค้าตัวนี้ทำหน้าที่เป็นทางเดินไฟฟ้าสำหรับส่งจ่ายระบบไฟฟ้า เหมาะกับอาคารสูงเพราะมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ทนทาน และระบายความร้อนได้ดี
.
• Super Low Loss เป็นหม้อแปลงประหยัดพลังงาน ซึ่งลูกค้าญี่ปุ่นให้ความสนใจและสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก
..
======================
.
** ความเสี่ยงอยู่ตรงไหน **
.
1. วัตถุดิบ ที่ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า คือ เหล็กซิลิกอน และทองแดง ซึ่งบางครั้งราคามีความผันผวน แต่บริษัทบอกว่ามีการติดตามอย่างใกล้ชิด และคอยดูปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสมเพื่อบริหารให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
2. การพึ่งพิงหน่วยงานราชการเป็นหลัก ในอดีตที่ผ่านมา รายได้ขึ้นอยู่กับการประมูลโครงการภาครัฐเป็นจำนวนมาก แต่บางครั้งเกิดความไม่แน่นอนขึ้นทำให้รายได้ลดลง วิธีแก้ของบริษัทในช่วง 2-3 ปีหลัง คือ เน้นการส่งออกไปต่างประเทศมากขึ้น และหากปีใดมีโครงการภาครัฐจำนวนมากก็จะเป็น upside ได้ยอดขายเพิ่ม

โดยสรุป QTC มีความน่าสนใจในแง่ของตัวธุรกิจว่าน่าจะสามารถกลับมาเทิร์นอะราวนด์ได้จริงในปีนี้ เพราะยอดขายต่างประเทศแนวโน้มดีต่อเนื่อง และมีตัวเร่งจากการประมูลของภาครัฐ รวมทั้งยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่เป็นรายได้ที่มั่นคง และยิ่งมียอดขายเพิ่มเท่าไร ก็จะยิ่งดีในการใช้กำลังการผลิตของโรงงาน ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงได้ ใครสนใจลองประเมินมูลค่าและความเสี่ยงกันดูครับ
.
Credit ขอบคุณข้อมูลจาก Media Planner – Pr.Agency
#QTC #วิตามินหุ้น