PJW … ตกลงฟื้นหรือไม่ฟื้น

ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทขวดและฝา ทั้งน้ำมันหล่อลื่น นมและนมเปรี้ยว น้ำยาเคมีสำหรับใช้ในการเกษตร อาทิเช่น PTT, Caltex, Esso, เมจิ ดัชมิลล์ โฟร์โมสต์ หรือล่าสุด น้ำเต้าหู้โทฟุซัง เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังทำชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ มีโรงพ่นสี และมีโรงงานที่จีนผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก
.
หุ้นตัวนี้ 3 ปี ที่ผ่านมา กำไรสุทธิเป็นขาลงมาตลอดทางแบบนี้
.
ปี 2559 = 141 ล้านบาท
ปี 2560 = 34 ล้านบาท
ปี 2560 = -12 ล้านบาท คือ ขาดทุนนั่นเอง
..
แต่เมื่อหันมามองดูรายได้ กลับมีทิศทางเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 2,700 – 3,000 ล้านบาท
.
แปลว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขายของไม่ได้ แต่อยู่ที่ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายในการขายการผลิต
.
คำตอบของเรื่องนี้ คือ ต้นทุนพลาสติกเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน โรงพ่นสียังขาดทุนจากการผลิตไม่ได้ขนาด และมีค่าใช้จ่ายในการทำแม่พิมพ์ให้กับลูกค้าอยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึงโรงงานที่จีนกำลังสร้างแต่รายได้ยังไม่มา

พอมาถึงงบ Q1’62
.
เหมือนเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะมีรายได้ 780 ล้านบาท เติบโต 7% กำไรสุทธิ 35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5 เท่าจาก Q1’61 พลิกจากปี 2561 ที่ขาดทุน และแค่ไตรมาสเดียวก็เท่ากับกำไรทั้งปีของปี 2560 สาเหตุก็เพราะต้นทุนพลาสติกเริ่มเป็นใจ มีการลดต้นทุนการผลิตการจัดการต่าง ๆ ลงได้ เริ่มใช้ประสิทธิภาพได้มากขึ้น ส่วนโรงงานที่จีนเข้าที่เข้าทาง ทำสัญญากับลูกค้าพร้อมส่งมอบ Q3’62
..
======================
.
Q2’62 ยังไงก็น่าจะบวกต่อแน่ ๆ หลายคนคงคิดแบบนั้น
แต่พองบเฉลยกลับกลายเป็นว่าขาดทุนซะงั้น -1.5 ล้านบาท จากปีที่แล้วทีกำไร 8 ล้านบาท
.
เกิดอะไรขึ้นกับ PJW ? หรือที่ผ่านมาแค่ฝันไป
..
#ดูทีละบรรทัด
.
• รายได้รวม 860 ล้านบาท +11.6% ก็โตดีนะ แต่มาจากงานโครงการเยอะ ส่วนยอดขายบรรจุภัณฑ์ลดลง 4.6% โดยเฉพาะน้ำมันเครื่อง แต่ต้นทุนขายก็ลดลงมากกว่า คือ -5.4% จากการผลิตที่มีประสิทธิภาพและลดของเสียได้
• เพราะฉะนั้น GPM เพิ่มแน่ จาก 13.5% เป็น 14.8%
• ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงด้วย 12.6%
..
ถึงบรรทัดนี้ยังไม่เจออะไรผิดปกติ แต่ปัญหามันมาจาก 2 บรรทัดต่อมาครับ
.
• ค่าใช้จ่ายการบริหาร 81 ล้านบาท เพิ่มมา 27% หรือ คิดเป็นตัวเงินก็ 17 ล้านบาท
• ต้นทุนการเงิน เพิ่มมาเกือบ ๆ 4 ล้านบาท ตรงนี้ไม่ติดใจอะไร
..
กลับมาที่รายการค่าใช้จ่ายว่ามีอะไรงอกขึ้นมาบ้าง บริษัทบอกแบบนี้
.
1. สำรองผลประโยชน์พนักงานเกษียณ 11.5 ล้านบาท ซึ่งโดนกันทุกบริษัทอยู่แล้ว เป็นสำรองทางบัญชี
.
2. ขาดทุนจากสัญญายอมความกับผู้รับจ้างผลิตแม่พิมพ์แห่งหนึ่ง 6.5 ล้านบาท (อันนี้ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร แต่คิดว่า น่าจะเป็น one time)
.
3. ขาดทุนจากโรงพ่นสี 5 ล้านบาท เพราะมีการลองตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่
.
ทั้ง 3 รายการนี้รวมกันแล้วก็ 23 ล้านบาท ซึ่งอาจจะพอเรียกได้ว่า เป็น One Time Expense
.
ถ้าเราบวกกลับเข้าไป คิดกลม ๆ บรรทัดสุดท้ายก็น่าจะกลับมาเป็นบวกซัก 20 ล้านบาทได้ ซึ่งมากกว่า กำไรปีก่อนหน้าที่ทำได้ 8 ล้านบาท อยู่ถึง 2.5 เท่า
..
หรือถ้ามองแบบ conservative ไม่บวกกลับข้อ 2 และ 3 กำไรสุทธิก็ยังเป็น 10 ล้านบาท ก็ยังโต 25% อยู่ดี

===================
.
#ภาพในอนาคต
.
• ลูกค้าที่จีนเริ่มออเดอร์และส่งมอบ Q3 เป็นต้นไปประมาณ 100 ล้านบาท คาดว่าปี 2563 ได้เต็มปีก็ 300-400 ล้านบาท ซึ่งตรงนี้มีสัญญา 7 ปี
• โรงพ่นสีขาดทุนไตรมาสละ 10 ล้านบาท ตรงนี้กำลังจะหมดไป ถ้าจริงก็เท่ากับว่าจะมีกำไรบวกกลับเข้ามา 40 ล้านบาทต่อปี
• แต่ต้องไม่ลืมความเสี่ยง ถ้าอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่โต การใช้น้ำมันเครื่องก็อาจไม่เยอะ หรือการบริโภคนมและนมเปรี้ยว ถ้าไม่ได้โตทุกปี (แต่ปีนี้สินค้าใหม่ออกมาเยอะ) ก็จะทำให้รายได้เหวี่ยงไปมา
..
ถ้าใครสนใจหุ้นที่มีแนวโน้มแบบ bottom out มีปัจจัยที่อาจจะกลับมาดีได้ (แต่ต้องไม่ลืมความเสี่ยงนะ) หุ้น PJW ก็น่าจับตามองครับ ส่วนพรุ่งนี้ตลาดจะมองอย่างไร จะมองตรง ๆ ว่าขาดทุน หรือบวกกลับค่าใช้จ่าย one time แบบนี้หรือเปล่า คอยติดตามกันครับ
.
โอกาสเป็นของคนส่วนน้อยที่คิดถูกในภาพระยะยาว แต่ถ้ามองผิดก็อย่าลืมมอบตัวด้วยเช่นกัน
..
#PJW #วิตามินหุ้น