PIMO … ขึ้นไปเท่าไหร่ ก็ลงได้เท่านั้น

มีคนถามถึงหุ้นตัวนี้มาครับว่า ดูงบ Q1’19 ออกมาดีมาก +147% เขาจะ Turn Around หรือเปล่า แต่ทำไมราคาหุ้นลงแรงจัง

ผมจำหุ้นตัวนี้ได้ เคยอยูที่ราคาแถว ๆ 2 บาท เมื่อต้นปีที่แล้ว ก่อนวิ่งไปเกือบ 5 บาท เมื่อตอนปลายปี และสร้างปรากฏการณ์ร่วงหลายฟลอร์ในปีนี้ ล่าสุดกลับมาอยู่แถว ๆ 1.29 -1.30 บาท เรียกได้ว่า สูงสุดคืนสู่สามัญ ขึ้นไปเท่าไหร่ ลงมาเท่านั้น เจ้าไม่เคยปราณีเม่าหน้าไหนทั้งสิ้น
.
ผมตอบไปว่า เจ้าไม่เคยชวนเราตอนจะขึ้น และเช่นกันเจ้าก็ไม่เคยบอกเราตอนจะลง แต่มันจะมาพร้อมข่าวดีต่าง ๆ นานา หรือเวลาชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ ก็มักจะบอกว่า ยังไม่มีพัฒนาการใด ๆ ที่ยังไม่ได้เปิดเผย คือบทเวลาจะจบเกมส์ก็จะจบกันแบบตายไปข้างนึง
..
========================
.
เราสามารถเรียนรู้อะไรได้จากเรื่องนี้บ้างครับ เรามาลองดูกันแบบนี้
PIMO รับจ้างผลิตมอเตอร์ (OEM) และมีแบรนด์ของตัวเองด้วย ชื่อ Pioneer
.
56% คือ เครื่องสูบน้ำ มอเตอร์สระและสปา
37% มอเตอร์เครื่องปรับอากาศ
7% มอเตอร์สำหรับอุตสาหกรรม
..
ปี 2016 รายได้ 573 ล้านบาท กำไรสุทธิ 40 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 587 ล้านบาท กำไรสุทธิ 23 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 569 ล้านบาท กำไรสุทธิ 16 ล้านบาท
.
Q1’18 รายได้ 147 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.5 ล้านบาท
Q1’19 รายได้ 183 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9 ล้านบาท
..
รายได้ของ PIMO 60% ขายในประเทศ 40% ขายต่างประเทศ มีลูกค้ารายใหญ่เจ้าหนึ่งยอดขายถึง 30% ของรายได้ (แปลว่าต้องง้อเจ้านี้) จาก Business Model รับจ้างผลิต มีลูกค้ารายใหญ่ ทำให้ GPM ต่ำ ประมาณ 14-16% และ NPM 3-5%
..
รายได้ 3 ปี ย้อนหลังไม่โต แต่กำไรลดลงตลอด เพราะว่าต้นทุนขายเพิ่ม เนื่องจากมอเตอร์ใช้ ทองแดง อลูมิเนียม และซิลิกอน ในการผลิต ที่ผ่านมาต้นทุนขึ้นมาตลอด นั่นแปลว่า ถ้าเมื่อไรวัตถุดิบเหล่านี้ราคาลง PIMO น่าจะทำกำไรได้ ซึ่งนั่นก็คือ Q1’19 นี่เองที่เราเห็นการเติบโตทั้งรายได้และกำไร
.
รายได้ +22% (ได้งานลูกค้ารายใหญ่เข้ามา ต้องดูว่าต่อเนื่องมั้ย เพราะปีก่อนติดเรื่องใบอนุญาติ มอเตอร์ BLDC ลูกค้าสหรัฐฯ ตอนนี้ขายได้แล้ว ออเดอร์ก็เลยเริ่มมา)
.
GPM เพิ่มจาก 13.8% เป็น 15.9%
.
NPM เพิ่มจาก 2.4% เป็น 4.8% (เพิ่มในสัดส่วนเดียวกับ GPM)
..
ที่ผ่านมาก็มีข่าวออกมาเรื่อย ๆ ถึง PIMO เช่น ได้ประโยชน์จาก Trade War เพราะมอเตอร์จะราคาถูกกว่าจีน หรือมีออเดอร์จากสหรัฐฯ 20,000 ลูกต่อเดือน หรือมีการคุยกับพันธมิตรญี่ปุ่นระดับ Top 3 หรือแม้กระทั่งมีชื่อนักลงทุนอย่าง ดร. วรุตม์ วรรณะเอี่ยมพิกุล จากกลุ่มไพลินกรุ๊ป เข้ามาซื้อหุ้นมากกว่า 10% (ลองเสร์ชชื่อดูธุรกิจของกลุ่มนี้ดูครับ มีทั้งในประเทศ และเหมือนจะมีที่กัมพูชาด้วย บ้านคุณวรุตม์ อยู่แถวสุขุมวิท ใหญ่และสวยมาก)
..
และนี่คงเป็นสตอรี่ทั้งหมดที่พาให้ PIMO ขึ้นไปได้ถึงเกือบ 5 บาท ก่อนที่งบจะเฉลยออกมาว่าดีขึ้น และราคาก็ร่วงตั้งแต่ก่อนงบออกจนถึงวันนี้
..
โดยส่วนตัวผมมองว่าคนที่สนใจจะเล่นหุ้นแบบนี้ต้องยอมรับความเสี่ยงให้ได้และต้องมีความไวมากพอ เพราะว่า P/E อยู่ที่ 30 เท่า Market Cap เคยสูงถึง 2,500 ล้านบาท ยอดขายแค่ 600 ล้านบาท กับธุรกิจ OEM ที่ขึ้นกับวัตถุดิบเป็นหลัก มันก็จะต้องลุ้น ๆ หน่อยแบบนี้
..
ตอนขึ้นส่วนมากเขาจะพาเราขึ้นบันได แต่ตอนลงส่วนมากลิฟต์จะขาดแทบทุกตัว
.
#PIMO #วิตามินหุ้น
www.stockvitamims.com