LHK … กับดับหุ้น P/E ต่ำ ปันผลสูง

ถ้าเปิดหน้าสรุปงบการเงิน จะพบว่าหุ้นตัวนี้มี P/E ไม่ถึง 9 เท่า และปันผลสูงเกือบ 12% แค่เห็นตัวเลขก็ดูน่าสนใจแล้ว แต่ในความเป็นจริง เราต้องมาคิดต่อกันก่อนแบบนี้ว่า

1) P/E ต่ำ เพราะมันสมควรที่จะต่ำแบบนี้จากตัวธุรกิจ หรืออนาคตมันจะไม่เติบโตทำให้ราคามันลดลงมาเยอะ
.
2) Dividend Yield 12% เกิดจากเอาปันผลปีก่อนหน้า คือ 0.45 บาท หารราคาปัจจุบัน 3.76 บาท ซึ่งไม่ค่อยตรงกับความเป็นจริงเท่าไหร่ เพราะ Yield ปีนี้ก็ต้องเอาปันผลปีนี้มาคิด พอดีงบปีปิดมีนาคมเลยยังไม่ได้ตัวเลข แล้วถ้าเกิดกำไรน้อยกว่าเดิม ปันผลก็คงต้องลดลงตามไปด้วย
..
** ธุรกิจของ LHK **
.
LHK หรือ โลหะกิจ เม็ททอล ผลิตและจำหน่ายท่อสเตนเลสให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ 40% เป็นธุรกิจหลัก ที่เหลือ 20% เป็นส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า (หม้อหุงข้าว ตู้เย็น) 20% ก่อสร้าง (ราวบันได ลิฟต์ บันไดเลื่อน)
.
LHK ซื้อเหล็กมาจากโรงงานในประเทศ และทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวกลางจัดการ แปรรูป เก็บสต็อคสินค้าให้กับลูกค้า อุตสาหกรรมแบบนี้มาร์จิ้นจะถูกกำหนดมาให้ไม่สูงมากนัก อย่างยานยนต์ที่เป็นธุรกิจหลักก็ได้อยู่ 10-15% เท่านั้น และมีการกระจายให้หลายเจ้าไม่ได้ผูกขาดกับ LHK เจ้าเดียว ถ้าเราดูงบรวมของบริษัทก็จะเห็นว่ามี GPM 12.5% และ NPM 4.5%
..
Business Model เป็นธุรกิจแบบ B2B ที่ดูไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ เพราะอำนาจต่อรองกับลูกค้าได้น้อย แต่ต้องควบคุมความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ไปซื้อและสต็อคมาให้ดี ไมงั้นจะขาดทุน ซึ่งเราจะเห็นว่าเป็นบริษัทที่มี Cash Cycle 100 วัน และ 87 วัน เป็นระยะเวลาขายสินค้า
..
..
** ผลประกอบการของ LHK ดีแค่ไหน ** (ปิดปีเดือนมีนาคม)
..
ปี 2559 รายได้รวม 3,208 ล้านบาท กำไรสุทธิ 97 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้รวม 3,227 ล้านบาท กำไรสุทธิ 176 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้รวม 3,409 ล้านบาท กำไรสุทธิ 208 ล้านบาท
.
9M60 รายได้รวม 2,556 ล้านบาท กำไรสุทธิ 156 ล้านบาท
9M61 รายได้รวม 2,511 ล้านบาท กำไรสุทธิ 113 ล้านบาท
..
ที่ผ่านมา รายได้โตไม่เยอะปีละประมาณ 5% และต้นทุนขายกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็ไม่ได้เพิ่มตามมากนัก กำไรเลยโตได้เยอะอยู่ แต่พอมาปีนี้ รายได้เริ่มลดลง จากการแข่งขันที่สูงขึ้นและราคาตลาดโลกที่ลดลง ถึงแม้ว่าขายเป็นน้ำหนักได้เพิ่ม แต่ราคาขายลดลงมากกว่า ขณะที่ต้นทุนขายไม่ได้ลดตามในสัดส่วนที่เท่ากัน นอกจากนี้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ตามปริมาณน้ำหนักเหล็กเพิ่ม ทำให้ต้องขนของเยอะขึ้น
.
เพราะ LHK พึ่งพาอุตสาหกรรมยานยนต์มากถึง 40% และจากภาพใหญ่ เราก็เห็นกันชัดว่า การผลิตไม่น่าจะโตได้มากมายเหมือน 1-2 ปีที่แล้ว บวกกับราคาตลาดโลกที่กดดัน อนาคตก็ดูไม่ค่อยน่าสดใสเท่าไหร่ ถึงแม้ปันผลที่ดูเหมือนสูง แต่สุดท้ายถ้าราคาลดลงตามผลประกอบการก็อาจไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ อย่าง LHK เองก็เคยขึ้นไปที่ 5.25 บาท ปีที่แล้ว ก่อนวันนี้จะเหลือ 3.76 บาท