KTC – สรุปงบ Q2’18

KTC รูดติดฟลอร์เหลือ 23.10 บาท ทั้ง ๆ ที่ประกาศงบ Q2 ออกมากำไร +66% YoY และ +8% QoQ ถ้าลองคำนวณ P/E ตอนนี้ก็เหลือแค่ 13.8 เท่า คำถามคือ วิกฤตหรือโอกาส ?
.
รายได้ของ KTC 60% มาจากบัตรเครดิต 38% มาจากสินเชื่อส่วนบุคคล มาดูทีละส่วนกันครับ

** บัตรเครดิต **
.
• มีลูกค้า 2.25 ล้านบัตร (+3% YoY, +2% QoQ) แปลว่าฐานลูกค้าเริ่มตัน
• การรูดบัตร KTC โตดีกว่าอุตสาหกรรมมาตลอดใน ปี 2559, 2560 แต่แนวโน้มก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนโตช้ากว่าตลาดใน Q1 และต่อเนื่องมาใน Q2 ถ้าดูตัวเลข 5 เดือนแรกของปีนี้ KTC มีการรูดบัตร +7.6% แต่ตลาด +12% และถ้าเราดูเป็นรายเดือนจะเ ห็นชัดว่า Gap เริ่มห่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
• พอร์ตลูกหนี้บัตรเครดิต 46,251 ล้านบาท (+4% YoY) ก็ทรงเดียวกัน คือ โตไม่เยอะ
• NPL บัตรเครดิต 1.08% ยังลดลงได้ต่อเนื่อง อันนี้ยอมรับว่าเก่งจริง Q1 ยังอยู่ที่ 1.14%
.
..
** สินเชื่อบุคคล **
.
• มีลูกค้า 867,236 บัญชี (+2% YoY, +1% QoQ) คือไม่ค่อยโตเช่นกัน
• พอร์ตลูกหนี้สินเชื่อ 25,423 (+13%) อันนี้โตเยอะต่อเนื่องเป็นส ่วนที่ KTC ทำได้ดีมาก
• NPL สินเชื่อ 0.77% ลดลงต่อเนื่องจาก Q1 ที่อยู่ 0.82%

…………………….. ………….
.
ถ้าจับ 2 ส่วนนี้มารวมกันจะเป็นแบบนี ้
.
• ฐานลูกค้าทั้งหมด 3.12 ล้านบัญชี (+3% YoY, +2% QoQ) คือ โตค่อนข้างช้าลงเรื่อย ๆ
• พอร์ตลูกหนี้รวม +7%
• NPL 1.27% ลดลงต่อเนื่อง เทียบกับ Q1 อยู่ที่ 1.34%
………………………. …………..

.
ถ้ามามองในอีกมุมคือ ไม่ว่าจะรูดบัตรหรือปล่อยสิ นเชื่อก็จะมีรายได้จากดอกเบ ี้ยและค่าธรรมเนียม โดยทั้ง 2 ส่วนนี้มีสัดส่วนพอ ๆ กันที่ 41% แต่รายได้ดอกเบี้ยจะโตกว่าค ือประมาณ +10% ขณะที่ค่าธรรมเนียม +5%
.
แต่ส่วนที่ทำได้ดีมาตลอดคือ  การไปจ้างบริษัทข้างนอกทวงห นี้แล้วได้ส่วนที่เรียกว่า “หนี้สูญรับคืน” ใน Q2 +28% และ 1H +29% ถ้าคิดเป็นตัวเงินก็บวกเพิ่ มมาเกือบ 400 ล้านบาท จากรายได้ทั้งหมดที่เพิ่มมา ประมาณ 900 ล้านบาท ก็เกือบครึ่งนึงเลยนะ
.
นอกจากนี้ KTC เป็นบริษัทที่ควบคุมค่าใช้จ ่ายได้ดี 1H’18 ใช้ SG&A เพิ่มแค่ 6% น้อยกว่ารายได้ที่เพิ่ม (+10%) และยังลดการสำรอง NPL ไปอีก 15% หรือ 515 ล้านบาท ต้นทุนการเงินก็ลด 3% คือ เก่งเรื่องการลดค่าใช้จ่ายม าก ทำให้สุดท้ายกำไรโตเยอะถึง +65%
..
** มาเดากันว่าเหตุผลอันใดหุ้น ถึงติดฟลอร์ **
..
1) กังวลว่าอนาคตจะไม่โต เพราะการรูดใช้บัตรเครดิตที ่เป็นรายได้หลักเริ่มตัน ๆ ฐานลูกค้าก็ขยายไม่ค่อยได้เ พิ่ม ถ้าจะหวังพึ่งการทวงหนี้กับ การตั้ง NPL น้อยลง อย่างเดียว ยาว ๆ ไปอาจไม่ยั่งยืน ไม่ต้องยาวมาก เอาแค่ปีหน้าก็เริ่มเหนื่อย
.
2) Re-rate PE ตามหุ้นกลุ่มอื่นในตลาด เพราะช่วงนี้หุ้นเติบโตหลาย ตัวที่มี P/ E สูง ๆ ก็ถูกปรับลดลงมาตามผลประกอบการ ที่หดตัว แต่เอาจริง ๆ KTC ก็มี P/ E 20 กว่าเท่า แต่ก็อาจจะโดนลดลงมาด้วยเหตุผล นี้ก็ได้
.
3) ผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นรายบุคคล จำนวนหนึ่ง เห็นรายชื่อหลายคนก็ถือกันม านานแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นเวล าเหมาะสมที่ขายหุ้นทำกำไรออ กมา หรือเห็นข่าวบอกว่าอาจมีนัก ลงทุนบางคนโดน Force Sell ออกมา (อันหลังนี่ไม่แน่ใจว่าใช่ม ั้ยนะครับ ไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้)
.
4) ผู้บริหารเป็นหมอ อันนี้แซวเล่นครับ พอดีเห็นช่วงหลัง ๆ หุ้นบางตัวมีลักษณะคล้ายกัน แบบนี้

สรุป เมื่อวานติดฟลอร์ วันนี้จะลงต่อหรือจะรีบาวนด ์ ไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่อยากให้รู้คือ “อย่าลงทุนกับสิ่งที่เราไม่ รู้”
.
#KTC #สรุปงบการเงิน #วิตามินหุ้น
Credit รูปงบจาก NEWSS