JUBILE … Diamond is Forever

จุดเริ่มต้นจากโรงรับจำนำย่านสะพานเหล็กรุ่นเหล่ากงที่มีเครื่องประดับเข้าไปตึ๊งไว้จำนวนมาก จึงเห็นโอกาสในการเปิดร้านเครื่องประดับขึ้นมา โดยสมัยก่อนการค้าขายเพชรจะกระจุกตัวอยู่แถบบ้านหม้อ สะพานเหล็ก ดูแลโดยลูกหลานเจ้าของร้านเป็นหลัก .

จุดเปลี่ยนของ JUBILE มาจาก คุณวิโรจน์ พรประกฤต ที่บุกเบิกนำร้านเพชรเข้าห้าง มี Diamond Adviser ที่ถูกเทรนอย่างดีเป็นคนขาย แม้ช่วง 3 ปีแรกจะขาดทุน แต่วันนี้ JUBILE มียอดขายมากถึง 1,500 ล้านบาท พร้อมสาขา 127 แห่ง ทั่วประเทศ และเข้าสู่ Generation ที่ 4 ภายใต้การนำของผู้บริหารหญิงคนเก่งอย่างคุณอัญรัตน์ พรประกฤต
..
“ผิงอัน” คือ ชื่อเล่นเต็ม ๆ ของเธอ แปลว่า “ความสงบสุขหรือปลอดภัย” เริ่มชีวิตในวัยเด็กที่โรงเรียนเผยอิง ก่อนไปเรียนบัญชีที่ ABAC และเริ่มต้นทำงานเป็นผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชีที่ Price Water House Coopers (PWC) คุณอัญเข้ามาช่วยงานที่บ้านเริ่มตั้งแต่เป็นพนักงานระดับล่างสุดรับเงินเดือนหมื่นกว่าบาท แปะป้ายราคาสินค้า คีย์ข้อมูลต้นทุน จัดซื้อ เป็น CFO ก่อนที่จะมาเป็น CEO อย่างทุกวันนี้ สิ่งที่จะบอกคือ เธอไม่ใช่ลูกคุณหนูที่อยู่ ๆ เรียนจบมาแล้วมาเป็นผู้บริหารเลย แต่เธอเริ่มจากล่างสุดมาสูงสุดทำให้เข้าใจธุรกิจเป็นอย่างดี (อ้อ ลืมบอกไป เป็นเกร็ดความรู้ที่สำคัญ พนักงาน PWC หน้าตาดีแทบทุกคน)
..
** Business Model ของ JUBILE **
.
นำเข้าเพชรมาจากเบลเยี่ยมผ่าน Supplier 5 เจ้าหลัก มีทีม Designer ออกแบบเป็นคอลเล็คชั่นต่าง ๆ และนำไปให้โรงงานญี่ปุ่นผลิตให้ ก่อนนำมาขายที่ร้านค้าปลีกของตัวเอง ตั้งแต่ระดับราคาหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท
.
ถ้าดูงบดุลก็จะเห็นชัดว่าไม่ได้มีโรงงาน สินทรัพย์ 100 บาท 54 บาทเป็นสินค้าคงเหลือ ก็คือเพชร 30 บาท เก็บไว้ในรูปของเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นเพื่อเอาไว้ใช้หมุนเวียนและขยายสาขา
.
>> ภาพนี้บอกเราว่าถ้าสินค้าตกรุ่นจะเป็นภาระให้เคลียร์หรือต้องเอากลับไป Reuse ทำแบบใหม่ออกมา เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้
.
ถ้าดูงบกำไรขาดทุน ขายเพชรได้ 100 บาท เป็นต้นทุน 55 บาท เป็นค่าพนักงาน ค่าเช่า ค่าเสื่อม ค่าส่งเสริมการขาย 30 บาท จ่ายดอกเบี้ยและภาษี 3 บาท เหลือกำไร 12 บาท
.
>> ภาพนี้บอกเราว่า ขายเพชรกำไรดีพอสมควร แต่คงไม่เท่าร้านอาหารหรือเครื่องสำอาง เพราะเป็นงานฝีมือ และเนื่องจากโมเดลเป็นขายบนห้างก็จะมีค่าเช่าที่ ค่าพนักงาน ค่าโปรโมชั่น อยู่ใน SG&A พอสมควร ทำให้กำไรบรรทัดสุดท้ายเหลือสิบกว่าบาท
..
ปัจจุบันมี 127 สาขา แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 45 สาขา ภาคกลาง 24 ภาคใต้ 23 ภาคอีสาน 18 และภาคเหนือ 17 สาขา โดยปัจจุบันมีลูกค้า 140,000 คน เป็นลูกค้าเก่า 35-40% ลูกค้าใหม่ 55-60%
.
================================
.
** ผลประกอบการของ JUBILE **
.
ปี 2558 ยอดขาย 1,487 ล้านบาท กำไรสุทธิ 131 ล้านบาท (GPM 40%, NPM 8.8%)
ปี 2559 ยอดขาย 1,380 ล้านบาท กำไรสุทธิ 157 ล้านบาท (GPM 44.1%, NPM 11.4%)
ปี 2560 ยอดขาย 1,542 ล้านบาท กำไรสุทธิ 184 ล้านบาท (GPM 43.6%, NPM 11.9%)
6 เดือนแรก 2560 ยอดขาย 738 ล้านบาท กำไรสุทธิ 77 ล้านบาท (GPM 41.8%, NPM 10.5%)
6 เดือนแรก 2561 ยอดขาย 765 ล้านบาท กำไรสุทธิ 95 ล้านบาท (GPM 45.1%, NPM 12.4%)
..
ดูโดยรวมยอดขายมีขึ้นมีลงบ้างตามสภาพเศรษฐกิจแตช่วงหลังดูดีขึ้น แต่อัตรากำไรดูสูงขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและอาจได้ประโยชน์บ้างจากค่าเงินบาทที่แข็งเพราะต้องนำเข้าเพชรจากต่างประเทศ เรื่องที่ได้ยินคุณอัญพูดค่อนข้างบ่อยคือ การใช้ Big Data เก็บข้อมูลลูกค้ากว่าแสนคนที่มีจะได้รู้ว่าชอบอะไร และออกคอลเล็คชั่นใหม่ได้ถูกต้อง ก็น่าจะเป็นตัวช่วยในเรื่องของทั้งยอดขายและบริหารสินค้าคงเหลือ
..
ตัวเลขสำคัญอันนึงที่อยากให้ดูคือ SSSG
.
ปี 2558 SSSG -13.1%
ปี 2559 SSSG -3.9%
ปี 2560 SSSG +13.7% >> จุดสังเกตอันนึงคือปี 60 ขายเพชรกะรัต (เพชรที่เจียระไนเป็นรูปทรงต่าง ๆ) เยอะกว่าปีอื่น ๆ
Q1’61 SSSG +6.2% (Q1’60 SSSG -0.8%)
Q2’61 SSSG -0.3% (Q2’60 SSSG +21.1%)
..
ช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2560 SSSG ดูดีมากเลยทีเดียว เป็นบวกเยอะมาก เพิ่งจะมาดูแผ่ว ๆ ใน Q2 ปีนี้ แต่ก็ต้องบอกว่ามาจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ทีนี้เลยต้องมาลุ้นกันว่า Q3 ปีนี้ SSSG จะเพิ่มขึ้นได้แค่ไหน ฐานปีที่แล้วน่าจะอยู่แถว ๆ +10%
.
** แผนการในอนาคตของ JUBILE **
.
1) เปิดสาขา เป็น Jubilee 5-7 สาขา และ Forever Mark 3-5 สาขา คือ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาชะลอการเปิดสาขาออกไปตามยอดขายที่ทรง ๆ แต่ช่วงหลัง ๆ อาจจะเห็นทิศทางที่ดีขึ้นทำให้บริษัทเริ่มวางแผนเปิดสาขามากขึ้น โดย Forever Mark นี่คือแบรนด์ของ De Beers ที่เป็นเจ้าของเหมืองระดับโลก และ JUBILE ได้สิทธิ์ผูกขาดมาเปิดที่เมืองไทย โดยเดือนกันยานี้จะเปิด New Concept Store ที่ Central World ต้องลองดูว่า ยอดขายจะเพิ่มตามจำนวนร้านที่เปิดใหม่ได้ดีแค่ไหน
.
2) ออกสินค้าใหม่ ทั้งคอลเล็คชั่น Hello Kitty และสินค้าที่ผสานเทคโนโลยีเข้าไป ยังไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่พยายามเจาะลูกค้าเด็กลง 20-30 ปี ก็น่าสนใจที่พยายามขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น เพราะเดิมนี่ลูกค้าหลัก 60% อายุ 30-40 ปี รองลงมาก็เป็นวัย 40+
.
3) เน้นดีไซน์ ไม่หั่นราคา เราเห็นบ่อยที่สร้อยเพชร 1 เส้น ปรับได้หลายดีไซน์ ทำให้ใส่ได้บ่อยได้หลายโอกาส และการทำโปรโมชั่นก็มีอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ได้จะไปลดราคาแข่งกับเจ้าอื่นมากนัก
..
** ราคาหุ้น JUBILE **
.
ราคาทำ New Low ในรอบปีแถว ๆ 18 บาท จากที่เคยไป 27.50 บาท P/E 15.5 เท่า P/BV 3.5 เท่า สภาพคล่องน้อยมี 174 ล้านหุ้น Free Float 45% ต้องบอกว่าราคาลงมาเยอะพอสมควร ไม่แน่ใจว่านักลงทุนกังวลกับ SSSG ที่เริ่มแผ่ว หรือกลัวว่ามีค่าใช้จ่ายที่จะเปิดสาขาปลายปีเยอะไป แล้วยอดขายมาไม่ทันหรือเปล่า รวมทั้งปีนี้อาจไม่มีช็อปช่วยชาติ หรือนี่จะเป็นโอกาสของหุ้นดีราคาถูก ต้องลองไปพิจารณากันดูนะครับ
..
ถึงแม้ว่า เพชรคือสัญลักษณ์แห่งรักนิรันดร์ แต่ราคาหุ้นอาจไม่ได้ขึ้นนิรันดร์ดังเช่นเพชรแท้ ถ้าคิดไม่ออกว่าจะซื้อหุ้น JUBILE ดีมั้ย ลองแวะไปซื้อเพชรให้คนที่คุณรักก่อนก็ได้ครับ
..