ICHI … ฟื้นตัวออกจากทางตันแล้ว?

กำไรเกิน 100 ล้านบาท เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Q2’59 ที่ตอนนั้นทำได้ 142 ล้านบาท ทำให้ราคาหุ้นบวกมาถึง 8% (ระหว่างวันขึ้นไปไฮ 4.84 บาท +17%)

ถ้าเรามามองภาพตลาดชาพร้อมดื่มโดยรวม เป็นเทรนด์ขาลงมาตลอด คิดง่าย ๆ แบบนี้ว่า

ปี 2559 มีมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท พอมาถึงปี 2561 เหลือ 12,000 ล้านบาท ลดลงไป 25% ภายใน 5 ปี
..
และแน่นอนว่า ส่วนแบ่งการตลาดของอิชิตันลดลงตลอดเช่นกัน อิชิตัน 20.1% เย็น เย็น 9.7%
.
กลยุทธ์ของ ICHI คือ
..
1. ลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะงบการตลาด ที่เห็นชัดอย่างล่าสุด โปรโมชันแจกเบนซ์เน้นร้านค้าเป็นหลักให้ซื้อยกลัง
.
2. เน้นต่างประเทศ คือรู้ว่าตลาดในประเทศตกทุกปี ไปเอาดีข้างนอกดีกว่า เช่น อินโดนีเซีย ขายชานมไทยดีมาก แถมยังไก้ลิสต์อินในร้านสะดวกซื้อเจ้าใหญ่ด้วย
.
3. ขายของแพง ออกสินค้าใหม่อย่างชาเขียวชิซึโอกะ ที่เอาใบชาอย่างดีมาจากญี่ปุ่น
.
4. เติมกำลังการผลิต รับจ้างผลิตมากขึ้น จะได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและมาร์จิ้นจะได้ดีขึ้นตาม
..
ผลลัพธ์จากกลยุทธ์ที่ทำไปส่งผลต่องบ Q1’61 แบบนี้ครับ
.
=================
.
1. รายได้ไม่เพิ่ม
.
ยอดขาย 1,319 ล้านบาท -0.2% แน่นอนไม่แปลกใจเพราะตัดงบการตลาด
.
– ยอดขายในไทยสัดส่วน 891 ล้านบาท -8%
– ยอดขายต่างประเทศ 428 ล้านบาท+22%
.
ในไทยยอดตก แต่ว่าสัดส่วนมาขายของแพงอย่างชิซีโอกะมากขึ้น ตอนนี้สัดส่วน 8% ของยอดขาย ทำให้ mix ดีขึ้น

ส่วนต่างประเทศก็โตดีขึ้นโดยเฉพาะ CLMV แต่ด้วยสัดส่วนยอดขายต่างประเทศ 32.4% ถึงจะโตเยอะแต่มันไม่พอที่จะดึงยอดขายรวมได้

2. GPM เพิ่มขึ้น
.
Q1’61 GPM 17.1%
Q4’61 GPM 13.5%
Q1’62 GPM 19.6%

เป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุน รับทำ OEM เพิ่ม และปรับ mix ขายของแพง
..
3. SG&A ก็ลดลงเยอะ
.
ลดลง 23.7% สัดส่วนเหลือ 10% จากปีที่แล้ว 13.1% เพราะตัดงบการตลาดอย่างที่บอกไป และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มไม่เยอะ

4. ส่วนแบ่งขาดทุนลดลง
.
ปีที่แล้วขาดทุนเงินลงทุน 31.3 ล้านบาท ปีนี้ขาดทุน 6.4 ล้านบาท ก็ข่วยได้เยอะ
..
จากเหตุผลทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มได้เป็น 114 ล้านบาท คิดเป็น NPM 8.7% สูงกว่าปีที่แล้วที่ได้เพียง 2.5%

คำถามสำคัญคือ ค่าใช้จ่ายจะลดได้อีกแค่ไหน แล้วจะเน้นทำการตลาดต่างประเทศให้ใหญ่กว่าในประเทศไทยแทนมั้ย เท่าที่ทราบเข้าใจว่าจะเลิกขายไบเล่ย์และ T247 ที่ไม่ทำกำไรออกไป
.
ต้องติดตามกันต่อไปครับ ว่า ICHI จะออกจากทางตันได้หรือไม่