HOTPOT … ในวันที่เงียบเหงา

เดินผ่านร้านชาบู บุฟเฟต์ HOTPOT เงียบมาก ทั้ง ๆ ที่เป็นวันหยุด ลดราคาถูกกว่าร้านอื่นก็แล้ว (319 บาท) ทำโปรมา 4 จ่าย 3 ก็แล้ว เห็นหน้าร้านเงียบแบบนี้ แล้วงบจะเป็นยังไงนะ

ลองไปเปิดดูเล่น ๆ แต่ต้อง search ชื่อ JCKH นะครับ ไม่ได้มีแค่ Hotpot แต่ยังมี ไดโดมอน แล้วก็ร้านติ่มซ่ำ เจิ้งโต่ว รวมทั้งหมด 97 สาขา แต่ว่าพึ่งพา Hot Pot มากที่สุด (สัดส่วนยอดขายประมาณ 85% ของบริษัท)
..
ปี 2016 รายได้ 2,068 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 148 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 1,848 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 222 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 1,544 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 70 ล้านบาท
..
Q1’18 รายได้ 397 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 32 ล้านบาท
Q1’19 รายได้ 348 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 43 ล้านบาท
..
รายได้ลดลง เพราะปิดสาขารัว ๆ สาขาไหนขาดทุน ปิดหมด บริษัทนี้มี GPM ประมาณ 50% ขาดทุนตั้งแต่ EBIT เลย แต่ช่วงหลัง ๆ ก็พยายามควบคุมค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทำให้เริ่มเห็นการขาดทุนลดลง

แต่การปิดสาขาไปเรื่อย ๆ ไม่ค่อยดีนัก ถึงแม้จะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายได้ แต่รายได้ก็ลดลงมากเช่นกัน ผมว่าโจทย์ที่สำคัญของบริษัทคือ ต้องตอบให้ได้ว่า ทำไมลูกค้าถึงต้องเลือกเข้ามากินร้าน HOTPOT ขณะที่มีแบรนด์อื่นอีกมากมายที่ขายสินค้าใกล้เคียงกัน การลดราคา หรือทำโปรโมชั่น ไม่ใช่คำตอบ เพราะลดแล้วลูกค้ายังไม่เข้าเลย ตัวแบรนด์เองก็ดูไม่ได้แข็งแรงหรือเป็น Top of Mind ในใจลูกค้าตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ
..
ถ้ามาดูที่ราคาหุ้น เราจะเห็นว่าปีที่แล้วอยู่ที่ 1.45 บาท วันนี้เหลือ 0.77 บาท คือ ลงมาเท่าตัว (เคยลงไปทำ Low ที่ 0.50 บาท) ถ้าใครดูกราฟอาจสงสัยว่ามีช่วงหนึ่งตอนต้นปีที่ราคาเด้งไปบาทกว่า อันนั้นเพราะมีข่าวว่าจะโดนซื้อกิจการ ซึ่งจริง ๆ น่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับบริษัทนะ แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบไป
..
อีกความหวังที่อาจจะพอเห็นรำไร ก็คือการที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างคุณอภิชัย เตชะอุบล กับ คุณทวีฉัตร จุฬางกูร เห็นมีแผนจะออกไปเปิดที่ลาว และกำลังศึกษาประเทศ CLMV รวมถึงขยายแบรนด์อื่น ๆ ให้หลากหลาย หรืออัพเกรดชาบูให้พรีเมี่ยมขึ้น ต้องลองติดตามกันครับว่า จะกลับมาได้มั้ย
.
แต่ก่อนที่จะคิดไปไกล อย่าลืมถามตัวเองก่อนว่า
What is the right to win?
..
#HOTPOT #JCKH #วิตามินหุ้น