FSMART เมื่อรายได้โตไม่ทันค่าเสื่อม

หนึ่งในหุ้นขวัญใจมหาชนที่หลายคนเริ่มกังวลว่ายังเป็นหุ้นเติบโตเร็วได้อยู่หรือไม่ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า FSMART ได้กำไรมาจากการไปตั้งตู้บุญเติมตามจุดต่าง ๆ แล้วได้ค่าคอมมิชชั่นจากค่ายมือถือ หรือค่าธรรมเนียมจากลูกค้าที่เติม รวมไปถึงค่าโฆษณาต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำกำไรให้กับ FSMART ก็จะมาจาก 2 ปัจจัย คือ
.
1) การเพิ่มจำนวนตู้บุญเติม
2) การเพิ่มรายได้ต่อตู้
.
เรื่องแรก ถือว่าทำได้ดีในแง่ของการเพิ่มตู้จากปีที่แล้วประมาณ 90,000 ตู้ เพิ่มมาเป็นเกือบ 125,000 ตู้ คือเพิ่มขึ้นมาประมาณ 32,500 ตู้ (+35.4%) ซึ่งเพิ่มเยอะมากในช่วง Q2-Q3 เพื่อกันคู่แข่งไม่ให้ได้ทำเลดี ๆ ไป

เรื่องที่สอง มูลค่าการเติมเงิน ถ้าดูรายปีจะ +54.7% เพิ่มมาเป็น 36,175 ล้านบาท โดยเฉพาะได้รายการโอนเงินธนาคารเพิ่มขึ่นพอสมควร
.
ดูภาพใหญ่เหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเราลองมาทำ %Growth ลงเป็นรายไตรมาส เราจะเริ่มเห็นปัญหาที่ตามมาว่า มูลค่าการเติมเงินโตไม่ทันกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนตู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราเอาการเติบโตของค่าเสื่อมมาเทียบเข้าไปด้วยกันก็จะพบว่า ค่าเสื่อมวิ่งแซงรายได้มาโดยตลอด ยกเว้นแค่ Q4’59 เข้าใจว่าเป็นเพราะตอนที่ ADVANC มีปัญหากับ 7-11
.
สิ่งที่ตามมาคือ กำไรสุทธิ และ EPS ที่ปีนี้ไม่ค่อยโตเลยในแต่ละไตรมาส โดยเฉพาะ Q4’60 ต้องจ่ายค่า Incentive 12.2 ล้านบาท ให้ตัวแทน เพราะติดตั้งตู้ได้ทะลุเป้า (82% คือ การติดตั้งผ่านตัวแทน 18% ผ่าน partner เช่น 7-11, Lotus, Big C)
.
** แผนปี 2561 ของ FSMART **
.
1) เพิ่ม 20,000 ตู้ เทียบกับปี 2560 ที่เพิ่มมา 32,500 ตู้ แปลว่าหายไปครึ่งนึง เท่ากับคาดหวังว่าตู้ที่เพิ่งไปตั้งมาปีที่แล้วจะทำยอดให้ได้มาก ๆ อีกประเด็นที่ตั้งตู้น้อยลงเพราะ FSMART มีเป้ากับตัวแทนว่าภายใน 6 เดือน ถ้ายอดไม่ถึง ก็จะไม่ให้เบิกตู้ใหม่ คือจะพยายามเน้นคุณภาพมากขึ้น และไม่ให้เกิดค่าเสื่อมเยอะเกินไป
.
2) เมื่อจะไม่เพิ่มตู้เยอะ ก็ต้องมาเพิ่ม ARPU ตอนนี้ที่ทำอยู่คือ จะเพิ่มบริการโอนเงินให้จาก 2 เป็น 5 ธนาคาร ตรงส่วนนี้ได้ 30 บาท แต่หาร 3 ให้ตัวเอง แบงค์ และตัวแทนคนละ 10 บาท ส่วนการเติมเงินจะทำโปรโมชั่นพวกแจกทอง เพื่อให้คนเติมน้อย ๆ แต่เติมบ่อย ๆ จะได้สิทธิ์ลุ้นทองเพิ่ม และเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม ปกติเติมมือถือคนละ 20-30 บาท ก็อาจจะลดเหลือ 10 บาท แต่ FSMART เก็บค่าธรรมเนียม 2 บาท
.
3) เพิ่มบริการ เช่น ประกัน สาธารณูปโภค หรือรองรับ Expat อย่างคนพม่า เพื่อให้เกิดการใช้ที่หลากหลายขึ้น ตอนนี้มี 71 รายการ มีการใช้งาน 2.3 ล้านรายการต่อวัน ลูกค้าทั้งหมด 25 ล้านคน
.
4) เจาะลูกค้าคนรุ่นใหม่ ระดับกลางถึงบนมากขึ้นด้วย Be Wallet เป็น Application เหมือน mobile payment คือ จะมีรายการต่าง ๆ เหมือนตู้บุญเติมเลย ข้อนี้น่าสนใจ คือ ถ้าทำได้ดีอาจกลายเป็น s-curve ใหม่ได้ แต่คู่แข่งก็ไม่น้อยเหมือนกัน
.
** ความเสี่ยงของ FSMART **
.
1) การถูก Disrupt จากเทคโนโลยี เพราะมีหลากหลายทางเลือกในการเติมเงิน โอนเงิน FSMART อาจจะมองว่าลูกค้าเงินสดของตัวเองเยอะ และไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงหรือใช้เทคโนโลยีมากนัก แต่ในระยะยาว ๆ (คิดแค่ให้คุ้มค่าเสื่อม 8 ปี พอ) เชื่อว่าถ้าลูกค้าเริ่มปรับตัวได้บวกกับถ้าช่องทางอื่นมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าก็คงหายไปพอสมควร
.
2) ลูกค้าเติมเงินลดลงทุกปี ๆ ผู้บริหารบอกว่าในตลาดมี 70 ล้านเบอร์ ของเรามี 25 ล้าน ยังมีโอกาสอีกเยอะ แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าตลาดตกลงทุกปี ๆ ถ้าเราย้อนไปดูงบของ ADVANC กับ DTAC เราจะพบว่าลูกค้าเติมเงินหายไปปีละเป็นล้านเบอร์
.

สรุป FSMART เหมือนทีมบอลที่เคยได้แชมป์มาตลอด ต้องจ้างนักเตะเก่ง ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาแชมป์ แต่ก็ต้องจ่ายค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่นักเตะใหม่อาจยังต้องอาศัยเวลาปรับตัวเข้ากับทีม ผลงานก็ติด Top 4 อยู่ แต่แฟน ๆ คิดว่าต้องแชมป์เท่านั้นถึงจะพอใจ อัตราต่อรองเลยร่วงมาเรื่อย ๆ
.
ใครรักทีมบุญเติมต้องติดตามว่าการแก้เกมส์ของโค้ชจะได้ผลแค่ไหนครับ หรือถ้าเห็นแผนแล้วไม่น่าจะเวิร์คก็เปลี่ยนทีมเชียร์ได้นะ
.
#FSMART #บุญเติม #วิตามินหุ้น
Credit รูปงบ NEWSS ข้อมูลงบการเงิน setsmart