EKH … มีอะไรให้กังวล

เมื่อต้นปีราคาหุ้น EKH อยู่ที่ 5.10 บาท หลังประกาศงบ Q2 ดีเกินคาดกำไร +72% ราคาวิ่งไปขึ้นไปทำ New High ที่ 8.15 บาท
.
แต่ผ่านไปไม่ถึง 2 อาทิตย์ ไม่รู้พี่ไปโกรธใครมา ราคากลับลงมาแรงเหลือ 7.20 บาท
.
คำถามคือ จบรอบกันแค่นี้ หรือแค่ย่อเพื่อไปต่อ มีอะไรให้เราต้องกังวลบ้าง ผมขออาสาไปหาข้อมูลมาตอบคำถามให้ครับ เพราะผมเองก็กังวลไม่แพ้กัน 555

1. กังวลเรื่อง IVF ไม่ถึงเป้า
.
หลายโรงพยาบาล หลายคลินิกเปิดศูนย์ IVF นับตัวเลขแล้วก็มากกว่า 80 แห่ง ?
ค่าเงินหยวนอ่อนลง คนจีนจะมาลดลงมั้ย ?
EKH ปีที่แล้วรับลูกค้ามา 150 เคส แล้วปีนี้จะโตได้อีกเท่าไหร่ ?
..
คำตอบ คือ คนจีนเข้ามาทำ IVF ประมาณ 20,000 เคสต่อปี ตั้งใจอยากมีลูกคนที่สองมาก ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องเงิน ถ้ามันจะแพงขึ้นอีกหน่อย ผมว่าเค้ายอมจ่ายเพื่อลูก และด้วยเหตุนี้เค้าจึงเลือกที่ที่มีผลลัพธ์ อย่าง เจตนิน นวบุตร นี่คือคนจีนไปต่อคิวรอกันยาวมาก เพราะสองที่นี้ดัง
.
ส่วน EKH ต้องบอกว่าเริ่มดัง เพราะมี success rate สูงคือ 60% และสามารถทำเคสผู้หญิงอายุ 49 ปีสำเร็จมาแล้ว ทำให้ตัวเลขแค่ครึ่งปี 2019 ก็ได้ 150 เคส เท่ากับปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นผมเดาว่า ทั้งปีจะปิด 300 เคส ตามเป้า ไม่น่ายาก นี่ยังไม่นับว่า สาขาพระราม 9 เพิ่งจะเปิดเต็มรูปแบบ one stop service ได้ในที่เดียว (เมื่อก่อน operation บางอย่างต้องวิ่งไปมาระหว่างพระราม 9 กับ สมุทรสาคร)
..
ถ้าคิดรายได้กลม ๆ 400,000 บาท ต่อเคส x 300 = 120 ล้านบาทต่อปี แต่กำไรจะน้อยกว่านี้เพราะมีค่าเอเจนซี่ ค่าหมอ ค่าอุปกรณ์ และค่าเสื่อมต่าง ๆ ถ้าคิดกำไรสุทธิ 10-15% ก็ได้ 12-18 ล้านบาทต่อปี
..
หรือถ้ายังกังวลอยู่ เทียบเฉพาะ Q3’18 มี IVF 50 เคส ปีนี้คาดว่าได้ 75 เคส ก็บวก 50% อยู่ดี ส่วนตัวผมไม่ค่อยห่วงเรื่อง IVF มากนัก
..
2. กังวลเรื่องค่าเสื่อมตึกใหม่ 60 เตียง
.
ค่าตึกและอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ลงทุนไป 280-290 ล้านบาท บางอย่างตัด 10 ปี บางอย่างตัด 30-40 ปี เฉลี่ยๆ แล้วคิดแบบเต็มที่เลย คือ ค่าเสื่อมไตรมาสละ 5 ล้านบาท ตกเดือนละ 1.7 ล้านบาท นี่คือกรณีเปิดทั้งตึกนะ มาลองคิด break even แบบคร่าว ๆ กัน
..
• สมมติมองที่ IPD เป็นหลัก รายได้ปีละ 300 ล้านบาท เดิมมี 80 ห้อง
• แปลว่า รายได้ต่อห้องต่อปี คือ 3.75 ล้านบาท หรือ 312,500 บาทต่อเดือน
• ถ้าจะให้ cover 1.7 ล้าน ต้องมี 5.5 ห้องต่อเดือน ตีไป 6 ห้อง ถึงจะคุ้มทุน
..
แปลว่า ถ้าเปิดตึกใหม่แล้วเข้าไปดูว่า มี admit เกิน 6 ห้องก็จะกำไรทันที ซึ่งดูแล้วไม่น่ายากเพราะตอนนี้ตึกเก่าก็ค่อยข้างล้น เหลือแต่ห้อง suite
..
ส่วน OPD ฝนเริ่มตก และถ้าไปส่องใน social media มีคนมา check in มาหาหมอที่ EKH ค่อนข้างเยอะ ผมเลยคิดว่า น่าจะทรงตัวได้
..
3. กังวลว่าจะมีการลงทุนหนัก ๆ อีก
.
เท่าที่ทราบ ก็จะมี Renovate ห้องเด็กตึกเก่าหลังจากย้ายมาหมด มีการทำศูนย์ไต ศูนย์ความงาม แต่ที่เยอะสุดก็คงเป็น Project ใหม่ บริษัท เอกชัย เนอร์สซิ่ง โฮม จํากัด เพื่อรองรับการดําเนินธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่มีทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท อยู่ตรงพระราม 2 ซอย 33 ซอยวัดยายร่ม หน้าปากซอยคือครัวเจ๊ง้อ เข้าไปอีกหน่อยก็ไปโรงเรียนรุ่งอรุณได้ Project นี้ยังไม่มีรายละเอียด แต่ไม่ได้ใหญ่ขนาดตึกใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ และจริง ๆ แล้วดูตอบโจทย์ mega trend ผู้สูงอายุดีด้วย
.
4. กังวลเรื่องกราฟหลุดแนวรับ
.
อันนี้ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน technical มาแนะนำครับ ส่วนตัวผมก็เห็นว่ามันหลุด ถ้าเราเล่นเก็งกำไรระยะสั้นก็อาจจะต้องวางแผนขายออกมา แต่ถ้าเรามองระยะกลางถึงยาว อย่างน้อยดูพื้นฐาน คำนวณ valuation แล้ว upside มันก็ยังมีอีกพอสมควร ก็อาจถือหรือซื้อเพิ่ม แล้วแต่ดุลพินิจของแต่ละคนจะพิจารณากัน
.
5. กังวลว่าจะมีเรื่องที่เราไม่รู้
.
ข้อนี้ผมชอบพูดอยู่บ่อย ๆ ว่า เรารู้ได้เท่าที่เค้าอยากให้เรารู้ เพราะฉะนั้นกังวลไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเราไม่รู้อยู่ดี แต่มันขึ้นอยู่กับแผนเรามากกว่าว่าวางไว้ยังไง ต้นทุนเท่าไหร่ จะซื้อ จะขาย ตรงไหน จุดตัดใจอยู่ที่ไหน แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ขอแค่วางแผนไว้ทุกทาง
..
อ่านเสร็จแล้ว คิดเห็นยังไงกันบ้าง บางคนบอกสบายใจละ บางคนบอกกังวลหนักกว่าเดิมอีก
.
สุดท้ายเราไม่รู้จริง ๆ เราทำได้แค่รีบหาข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ให้รอบด้าน วางแผนให้รัดกุม ทำตามวินัย แล้วก็รอตลาดเฉลยคำตอบครับ
.
ขอให้ทุกคนโชคดี แล้วเจอกันที่ xx บาท (เติมตัวเลขกันเองได้เลยครับ)