Amygdala … เจ้าสมองขี้กลัว

คุณฮง สถาพร พูดว่า ในสมองของเรามีส่วนที่เรียกว่า Amygdala (อะมิกดาลา) ซึ่งเป็นสมองส่วนของความกลัว ถ้าเราทำสมาธิเยอะ ๆ มันจะย่อขนาดลง เวลาเราเจอ panic เราจะนิ่งได้มากขึ้น

จากคำพูดนั้นทำให้ผมเกิดความสงสัยว่าเจ้าอะมิกดาลาที่ว่านี้คืออะไร เลยลองไปค้นหาคำตอบมาให้อ่านกันนะครับ เล่าแบบง่าย ๆ แบบภาษาชาวบ้านประมาณนี้นะครับ (ใครมีความรู้ทางด้านนนี้ รบกวนช่วยเสริมให้ด้วยนะครับ)
..
ประมาณกลาง ๆ ตรงหัวเราจะมีสมองส่วนที่เรียกว่า “ลิมบิก” (Limbic Brain) เป็นสมองส่วนอารมณ์ และภายในนี้จะมีการทำงานร่วมกันของ อะมิกดาล่า (Amygdala) และ ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus)
..
• Amygdala มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน คือ คำว่า อัลมอนด์ (Almond) และรูปร่างของมันก็เป็นก้อนเล็ก ๆ เหมือนเมล็ดถั่วด้วย เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์
.
• Hippocampus มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก คือคำว่า Seahorse แต่รูปร่างของมันจะยาว ๆ คล้าย งู มากกว่า เจ้าส่วนนี้เกี่ยวข้องกับความจำระยะยาว

ทั้งสองส่วนนี้ทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เช่น เห็นเงาในพุ่มไม้ เห็นงูแผ่แม่เบี้ย เห็นตลาดเป็นสีแดง Amygdala ที่ไวต่อความรู้สึก ก็จะไปบอก Hippocampus ว่าให้จำเอาไว้นะ แล้วก็จะเกิดปฏิกิริยาออกมาว่าจะทำยังไง จะสู้หรือจะหนี
..
========================
.
ทีนี้เราถึงไม่แปลกใจใช่มั้ยครับว่าทำไมถึงมีคำพูดที่ว่า
.
“อยากลืมกลับจำ แต่อยากจำกลับลืม”
.
เพราะเวลาเราเจอเรื่องเศร้า สะเทือนใจ อกหัก แม่ดุ ติดดอย ขาดทุน Amygdala ก็จะรับรู้ขึ้นมาแล้วไปบอกให้ Hippocampus บันทึกความรู้สึกแบบนี้ไว้เป็นความทรงจำระยะยาว ว่าอย่าลืมนะ เค้าทำเราเจ็บนะ ทำให้เราจำไม่ลืม บางเรื่องแม้เกิดมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก แต่เราก็ยังไม่ลืม เป็นจำฝังใจไปซะยังงั้น
.
ส่วนเรื่องที่เราอยากจำ ก็อย่างเช่น ต้องจำเพื่อไปสอบ ต้องจำไป present งาน ซึ่งเราอาจไม่ได้มีประสบการณ์หรืออารมณ์ร่วม พอสอบเสร็จก็ไม่ได้เอาไปใช้ต่อ Amygdala มันก็ไม่ได้รู้สึกและไม่ได้ไปคุยกับ Hippocampus ให้บันทึกไว้ สุดท้ายเราก็ลืม
..
แต่เราก็ยังมีสมองอีกส่วนนึง ถ้าเราเอามือแตะที่หน้าผาก มันจะอยู่ด้านหลังตรงนี้ เรียกว่า สมองส่วนหน้า เป็นส่วนที่มีเหตุผล เป็นส่วนที่เอาไว้คิด วิเคราะห์ วางแผน เวลาเราจับหน้าผากจะรู้สึกอุ่น ๆ แปลว่า มันกำลังทำงานอยู่ สมองส่วนนี้เกี่ยวข้องกับเรื่อง EF หรือ Executive Function ที่เรามักจะได้ยินคนพูดกันถึงเรื่องนี้เวลาสอนเด็ก ๆ ให้มีทักษะด้าน EF เพราะสมองส่วนหน้าสามารถพัฒนาเต็มวัยเมื่ออายุ 25 ปี
..
จริง ๆ ยังมีสมองอีกส่วน ถ้าเราเอามือจับท้ายทอยจะอยู่ตรงนี้ เป็นสมองส่วนสัญชาตญาณ ทำงานโดยอัตโนมัติ เช่น การหายใจ
..
สมองทั้ง 3 ส่วนนี้มันก็จะทำงานร่วมกัน ทั้งตามสัญชาตญาณ อารมณ์ ความรู้สึก และเหตุผล พอเรารู้แบบนี้ เราจะได้ข้อสรุปแบบง่าย ๆ ถึงสิ่งที่ควรทำคือ
.
1. การฝึกสติ นั่งสมาธิ จะช่วยให้เรารู้ตัวทุกขณะว่าทำอะไรอยู่ ก่อนที่เจ้าอารมณ์จะสั่งให้ร่างกายทำอะไร สมองส่วนหน้าก็จะเริ่มคิดแบบมีเหตุมีผลได้ทัน เราก็จะไม่วู่วามแล้วเสียใจทีหลัง
.
2. บันทึกสิ่งดี ๆ เข้าไว้ในสมองเรา อย่าดูแต่ข่าวดาราเลิกกัน ข่าวอาชญากรรม ข่าวเม่าติดดอย เพราะ Amygdala มันไวต่อความรู้สึกแบบนี้ แล้วจะไปบอก Hippocampus ให้จำ บ่อยครั้งเข้าก็จะฝังใจ
.
3. ฝึกทักษะด้านต่าง ๆ ทั้งร่างการ อารมณ์ และจิตใจ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ยังไม่ถึง 25 ปี ยังสามารถเพิ่มพูนสมองส่วนหน้าให้โตเต็มที่ได้ แล้วเราก็จะมีเหตุมีผลมากขึ้น
..
สุดท้ายอยากจะฝากเป็นบทเพลงไว้แบบนี้ว่า
.
เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป
มีสุขสม มีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน
.
อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดี ที่สุด
..
จงอยู่กับ Amygdala ให้เป็น
และฝังความทรงจำดี ๆ ไว้ที่ Hippocampus
..
#Amygdala #Hippocampus #วิตามินหุ้น