7-11 เติบโตตามมาตรฐาน

CPALL กำไรสุทธิจากที่เคยเติบโตปีละ 20% คือ ปี 2016 +21.9% ปี 2017 +19.4% แต่พอมาปี 2018 เติบโตแค่ +5.1% และไตรมาสล่าสุดเป็นการเติบโตเลขหลักเดียวติดกันเป็นครั้งที่ 4 แล้ว

Q2’18 +2.8%
Q3’18 +4.2%
Q4’18 +0.5%
Q1’19 +6.5%
..
เหตุผลหนึ่งคือ MAKRO กำลังลงทุนขยายสาขาไปต่างประเทศทำให้มีค่าใช้จ่ายเยอะกว่าการเติบโตของรายได้ และกำไรของ MAKRO คิดเป็น 24% ของ CPALL นั่นแปลว่า 7-11 น่าจะเป็นตัวช่วยให้งบรวมกลับมาบวก วันนี้เราจะมาดูกิจการเฉพาะของ 7-11 กันครับว่าเป็นอย่างไร
..
ปี 2016 ยอดขาย 256,401 ล้านบาท (+10.9%)
ปี 2017 ยอดขาย 278,751 ล้านบาท (+8.7%)
ปี 2018 ยอดขาย 308,843 ล้านบาท (+10.8%)
Q1’19 ยอดขาย 80,885 ล้านบาท (+9.6%)

ดูจากยอดขายถือว่าโตในระดับสม่ำเสมอ 9-10% มาทุกปี ถึงแม้ว่าฐานจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และการเติบโตมาจากทั้งการเปิดสาขาเพิ่มทุกปี ปีละประมาณ 700 สาขา และร้านเดิมที่ SSSG ยังเติบโตได้ตลอด
..
ปี 2016 มี 9,542 สาขา SSSG +2.4%
ปี 2017 มี 10,268 สาขา SSSG +1.6%
ปี 2018 มี 10,988 สาขา SSSG +3.2%
Q1’19 มี 11,299 สาขา SSSG +3.1%

ข้อสังเกตเรื่องการเปิดสาขา คือ Q1 เพิ่มไปแล้ว 311 สาขา เป้าทั้งปี 700 สาขา นี่ปาไปจะครึ่งนึงอยู่แล้ว แต่ถ้าย้อนไปดูปีที่แล้ว Q1’18 เปิดไป 265 สาขา คือเปิดเยอะกว่าเดิม 17% ถือว่าเยอะมาก
.
โดยปกติครึ่งปีแรกมักเปิดเยอะ แล้วจะมาผ่อนการช่วงครึ่งปีหลัง ต้องติดตามครับว่า ถ้าช่วงที่เหลือเปิดร้านน้อยลงแล้วตัวเลขยอดขายจะหายหรือเปล่า แต่อย่างน้อยตัวเลข SSSG ทำให้อุ่นใจได้ว่า ร้านเดิมยังไปได้อยู่นะ หรือไม่รู้ว่ารีบเปิดกันคู่แข่งด้วยมั้ย
..
=======================
.
แต่ปัญหาที่ 7-11 แก้ไม่ตกคือ เรื่องของจำนวนคนเข้าร้านกับยอดขายต่อบิลที่ทำยังไงก็ดูเหมือนจะเพิ่มไม่ได้
.
ปี 2016 คนเข้าร้าน 1,216 คนต่อวันต่อสาขา และยอดซื้อต่อบิล 65 บาท
ปี 2017 คนเข้าร้าน 1,184 คนต่อวันต่อสาขา และยอดซื้อต่อบิล 67 บาท
ปี 2018 คนเข้าร้าน 1,185 คนต่อวันต่อสาขา และยอดซื้อต่อบิล 69 บาท
Q1’19 คนเข้าร้าน 1,199 คนต่อวันต่อสาขา และยอดซื้อต่อบิล 69 บาท

โดยเฉลี่ยมีคนเดินเข้า 7-11 วันละ 1,200 คนต่อสาขา และซื้อของครั้งละ 69 บาท ไม่ค่อยขยับแบบนี้มาเป็นปีแล้ว ซึ่งนั่นเป็นตัวบอกเราว่า ถ้าวันนึง 7-11 ไม่สามารถขยายสาขาได้เพิ่ม รายได้อาจจะไม่มาก็เป็นได้ ทำให้ตอนนี้ 7-11 เองพยายามหาโมเดลใหม่ ๆ ให้บริการต่าง ๆ เพิ่มเติมเพื่อที่จะหาทางเพิ่มยอดขายให้ได้มากขึ้นก่อนที่สาขาจะตัน

===========================
.
มาดูที่เรื่องของอัตรากำไรบ้างจะเป็นแบบนี้
.
ปี 2016 GPM 28.3% NPM 5.1%
ปี 2017 GPM 28.1% NPM 5.5%
ปี 2018 GPM 27.7% NPM 5.9%
Q1’18 GPM 27.6% NPM 5%
Q1’19 GPM 28% NPM 4.7%
..
GPM เริ่มกลับมาดีขึ้นใน Q1’19 เพราะว่ากลับขายสินค้าพวก Food ได้มากขึ้น ซึ่งตรงนี้มีมาร์จิ้นสูงกว่า โดยฉพาะเครื่องดื่มไม่อัดลม (non-carbonated) แต่ขณะเดียวกันการเร่งเปิดสาขามากกว่าปกติก็ทำให้ SG&A บวมขึ้นมาก ส่งผลให้ NPM ปรับตัวลดลง (แต่กำไรเป็นตัวเงินสูงขึ้นนะ) สุดท้ายผลลัพธ์กำไรที่เป็นตัวเงินได้แบบนี้
.
ปี 2016 กำไรสุทธิ 14,099 ล้านบาท (+23.9%)
ปี 2017 กำไรสุทธิ 16,618 ล้านบาท (+17.8%)
ปี 2018 กำไรสุทธิ 19,944 ล้านบาท (+20%)
Q1’19 กำไรสุทธิ 4,026 ล้านบาท (+1.1%)
.
กำไร Q1’19 โตน้อยมากอย่าเพิ่งตกใจ เพราะ Q1’18 มีกำไรจากการขาย Makro 641 ล้านบาท ถ้าตัดตรงนี้ทิ้งไป กำไรก็บวกแถว ๆ 20% อยู่ คือ เท่าๆ กับมาตรฐานเดิม แต่ต้องระวังนิดนึงคือไตรมาสหน้าอาจมีการบันทึกผลประโยชน์พนักงาน 809 ล้านบาท ตามกฎเกณฑ์ใหม่เรื่องเกษียณอายุของพนักงาน
..
โดยสรุป 7-11 ยังคงโตได้ตามมาตรฐานเดิม SSSG ดีอยู่ แต่ติดตรงขยายสาขาเยอะไปหน่อย ลูกค้าไม่เข้าร้านเพิ่ม กับไม่จ่ายเงินเยอะ ส่วน MAKRO ก็ยังอยู่ในโหมดของการลงทุนหนัก ทำให้ภาพโดยรวมของ CPALL กำไรโตเป็นเลขหลักเดียวแบบนี้ ซึ่งก็อาจจะเป็นแบบนี้ไปอีกซักพักใหญ่
.
คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วราคามันจะขึ้นไหวมั้ยกับ P/E 30 เท่า