5 สัญญาณต้องรู้ ทำไม CBG ร่วงแรง

เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากจากหุ้นที่เคยขึ้นไปทำ ATH 108.5 บาท เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว แต่วันนี้ร่วงลงมาอยู่แถว ๆ 60 บาท พร้อมกับคำเฉลยจากงบการเงินที่กำไรลดลงถึง 16% แต่ถ้าไปดูไส้ในจะเห็นสัญญาณหลาย ๆ อย่างที่อยากให้ทุกคนได้รู้ครับ

1) GPM ลดลง 35.8% เหลือ 31.5%
.
การที่กำไรขั้นต้นลดลง ถ้าไม่มาจากขายของไม่ได้ ต้นทุนก็ต้องเพิ่ม สิ่งที่เกิดขึ้นกับ CBG คือ
.
ในประเทศที่มีสัดส่วนรายได้ 61% มี GPM ลดลงเยอะมากจาก 36.9% เหลือ 31.8% เพราะขายสินค้าที่ผลิตเองอย่าง คาราบาวแดง ได้ลดลงนิดหน่อย แต่ไปขายกาแฟ น้ำดื่ม และสินค้าฝากขายมากขึ้น คือ ของที่ผลิตเองมาร์จิ้นดี 37% แต่ของอย่างอื่นมาร์จิ้น 11-12% บวกกับต้นทุนขวดแก้วและหีบห่อบรรจุภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ฉุดมาร์จิ้นเข้าไปอีก
.
ตลาดต่างประเทศ GPM ลดจาก 33.5% เหลือ 31% ลดลงแต่ไม่มาก นอกจากเรื่องต้นทุนแล้ว มีการให้ส่วนลดการค้าในช่วงบุกตลาดใหม่ ๆ
.
2) Q4’60 ยอดขายในจีนกับอัฟกานิสถานหายไป
.
สัดส่วนยอดขาย 65% CLMV 20% จีน 5% อัฟกานิสถาน แต่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมากเพราะ Q1, Q2, Q3 ขายเข้าไปที่จีน 43, 569 และ 407 ล้านบาท ส่วนอัฟกานิสถาน 65, 130 และ 62 ล้านบาท แต่พอมา Q4 ทั้ง 2 ประเทศยอดขายกลายเป็น 0
.
มีความเป็นไปได้ว่า CBG อัดสต็อคเข้าไปเยอะในช่วงก่อนหน้าให้ตัวแทนจำหน่ายเป็นพันล้านบาท กระจายของไปตามร้านต่าง ๆ แล้วยังไม่มีออเดอร์เข้ามาเพิ่ม อาจจะขายไม่ดี หรือเพราะว่าของเท่าที่มีก็ล้นโกดังอยู่แล้ว เลยไม่ต้องสั่งจากไทยไปเพิ่ม เรื่องนี้ต้องลองไปถามผู้บริหารกันว่าเพราะอะไร แต่อยากบอกว่าในตลาดก็มีหุ้นบางตัวที่ดูดีดีดีแล้วอาจจะคล้ายแบบนี้นะครับ เดี๋ยวรองบหุ้นตัวนั้นออกแล้วจะมาบอกว่าจริงมั้ย ขอเวลาไปดูให้ดีดีดีก่อน
.
3) SG&A บวม +54.8% vs. ยอดขาย +30%
.
SG&A คิดเป็น 24.2% ของยอดขาย (เพิ่มจาก 20.3%) หลัก ๆ ไม่ใช่อะไรหรอก ค่าสนับสนุน Chelsea 562 ล้านบาท กับ EFL (ลีกคัพ) 413 ล้านบาท แล้วก็มีค่าลิสต์สินค้าใหม่ ค่าการตลาด ค่าสาวบาวแดง ค่าโฆษณาต่าง ๆ คือ มันเยอะเกินกว่ารายได้ที่เติบโตเท่านั้นแหละ
.
มุมมองส่วนตัว ผมว่าสปอนเซอร์ฟุตบอลมันดีได้ brand awareness แต่มันไม่ turn เป็นยอดขาย ก็อาจไม่คุ้ม หรือจริง ๆ แล้ว CBG คิดผิดไม่มาสปอนเซอร์ว่าที่แชมป์ UCL อย่างลิเวอร์พูล ไม่งั้นขายดีแล้ว (อันนี้พูดเล่นนะครับ)
.
4) ส่วนแบ่งการตลาดเริ่มนิ่ง M150 กำลังจะกลับมา
.
ภาพรวม M150 ของค่ายโอสถสภา เป็นเบอร์ 1 เพราะเก่งในอีสาน แต่ถ้าภาคกลางตัองยกให้คาราบาวแดงที่แซงมาตั้งแต่ Q3’2559 แต่ปีนี้ CBG แชร์ตกตั้งแต่ Q2 แล้วนิ่งมาตลอด ภาคอื่นก็ดูไม่เติบโต เช่นกัน ขณะที่ M150 เริ่มยืนได้แล้ว และมีแบรนด์เล็กแบรนด์น้อยแอบเข้ามากินแชร์ไปบ้าง
.
หลายคนอาจได้ยินข่าวที่ว่า ปีที่แล้วโอสถสภาปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เปลี่ยนทีมบริหารตั้งแต่ GM ลงมายันฝ่ายขาย การตลาด วิจัย คือ ทุกแผนก โดยหลัก ๆ คือเอาคนจาก Unilever เข้ามา จนคนในวงการ FMCG เค้าเรียกว่า Unilever สาขา 2 สิ่งที่เราเห็นคือ ลงทุนด้าน R&D ด้านข้อมูลเยอะมาก เน้นแบรนด์ดิ้ง ดิจิตอล สินค้าใหม่ ๆ เพียบ ถ้าลองสังเกตสินค้าในเครือโอสถสภาตั้งแต่ Q4 ที่ผ่านมาทั้ง Babi Mild, 12 Plus, M150 ออกมาได้อย่างน่าสนใจมาก ๆ พร้อมทั้งทุ่มเงินแบบบ้าเลือดสไตล์ลีเวอร์
.
ส่วนสาเหตุที่โอสถสภาทำแบบนี้เพราะว่าเค้ากำลังวางแผนเข้าตลาดหุ้นเลยจะทำยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดให้งดงามเพื่อขาย IPO นั่นเอง ซึ่งผมมองว่าเวลานี้คือโอกาสทองอย่างมากของโอสถสภาที่ต้องลุยแบบไม่มีลิมิต เพราะ CBG เหมือนจำเป็นต้องแก้ปัญหาในต่างประเทศ และในประเทศก็เริ่มเซ ๆ ในกลุ่ม Energy Drink
.
5) Cash Cycle ยังสั้น แต่เริ่มปล่อยเครดิตยาวขึ้น
.
Cash Cycle จากลบ 3.5 วัน เพิ่มมาเป็นบวก 2.8 วัน เพราะให้เครดิตร้านค้าบางรายชี่วคราว ทำให้ระยะเวลาเก็บหนึ้เพิ่มจาก 14.7 เป็น 16.6 วัน จริง ๆ ก็ไม่เยอะหรอก แต่มันส่งสัญญาณว่าของขายไม่ดี ลองนึกภาพครับอารมณ์ใกล้สิ้นเดือน เซลล์เดินไปหาเจ้าของร้านบอกว่า เฮียช่วยสั่งของหน่อย ปิดยอดไม่ได้ เดี๋ยวให้เครดิตเพิ่มนะ เฮียบอกโอเคค้าขายกันมานาน แต่ปัญหามันจะเริ่มเกิดถ้าสินค้าขายไม่ดี ของก็จะกองอยู่เต็มหลังร้าน พอเซลล์มาเดือนหน้าให้ช่วย เฮียก็จะไม่เอาด้วยละ คือชีวิตจริงมันเป็นแบบนี้ครับ ต้องตามดูยาว ๆ ว่าเป็นยังไง
..
สรุป CBG ยังโตได้อยู่แต่เริ่มช้าลงไม่ทันกับค่าใช้จ่าย ปัญหาในประเทศดูจะเป็นเรื่อง mix ของสินค้าที่ขายของกำไรน้อยได้มากไปหน่อย ต่างประเทศดูเหมือนที่จีนจะอัดของเข้าเยอะเกิน และค่าสปอนเซอร์ทีมบอลที่อังกฤษยังไม่ออกดอกผล
.
CBG ต้องวางกลยุทธ์ให้ดีครับว่าจะลุยอย่างไร นอกบ้านก็ต้องแก้แต่ในบ้านก็ต้องระวัง เพราะโอสถสสภก็จัดหนักอยู่ เอาใจช่วยครับ และหวังว่า คาราบาวจะกลับมาเป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง
.
#CBG #วิตามินหุ้น
Credit ข้อมูลและรูปภาพ CBG Corporate Presentation