10 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ XO (ตอนที่ 2)

เมื่อตอนที่แล้ว เราคุยกันถึงเทรนด์ตลาดซอสพริกว่ากำลังเติบโต และเราคุยค้างกันถึงตอนที่ XO turn around กลับมาด้วย 4 ปัจจัยหลัก คือ

• ยอดขายเติบโตต่อเนื่องทั้งขยายตลาดและออกสินค้าใหม่
• ปรับราคาขายเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 2-2.5%
• เพิ่ม mix ขายสินค้ากำไรดีอย่างซอสและน้ำจิ้ม
• ล็อคต้นทุนน้ำตาลและกระเทียมล่วงหน้าได้ถึงปี 2020
.
วันนี้เราจะมาคุยกันต่ออีก 6 ข้อ ถึงเป้าหมายและกลยุทธ์ของ XO ว่าวางแผนอย่างไรที่จะรักษาโมเมนตัมให้เติบโตได้ต่อเนื่องกันครับ
.
=======================
..
5. เป้าหมายโต 10-15% แต่กำไรโตมากกว่า
.
ปี 2018 XO ทำยอดขายได้ 1,145 ล้านบาท เป้าหมายคือ 1,259-1,317 ล้านบาท
.
Q1’2019 ยอดขาย 302 ล้านบาท (+12.7%) ก็ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
.
ตัวเลขเกิน 300 ล้านบาท ถือว่าน่าสนใจ เพราะปกติ Q1 ไม่ใช่ช่วงพีคของบริษัทอยู่แล้ว ถ้าดูโมเมนตัมแบบนี้ คิดว่าน่าจะถึงเป้าหมายได้ไม่ยาก
.
นอกจากนี้ยังมีตัวช่วยเพิ่มเติมอีกคือ ราคาที่เพิ่งปรับไปตอน Q3’18 ก็จะมาส่งผลเต็มปีในปีนี้ สัดส่วนค่าเงินบาทที่กำลังจะเพิ่มขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบที่ล็อคราคาไว้แล้ว ก็น่าจะเป็นตัวช่วยให้กำไรเติบโตได้ไม่ยากเช่นกัน
..
6. เติบโตด้วยความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง (simply the best)
.
กลยุทธ์หลักของ XO ที่ผู้บริหารบอกว่าทำด้วยวิธีการที่เรียบง่าย เหมือนไม่มีอะไร แต่เอามาใช้แล้วได้ผลดี มีประสิฑธิภาพ ประกอบไปด้วย 3 วิธีการคือ
.
• ขายลูกค้าเดิม ถึงแม้ว่าจะขายเข้าร้านค้าปลีกได้มากกว่า 5,000 ร้านค้าแล้วก็ตาม แต่ว่าก็ยังมีโอกาสในการขยายสาขาเพิ่มขึ้น หรือเพิ่มจำนวน sku ในสาขาเดิม
.
• ขายลูกค้าใหม่ หลัก ๆ 84% ขายที่ยุโรป และส่วนใหญ่เป็นทางฝั่งตะวันตก ก็เห็นช่องทางในการขยายไปฝั่งยุโรปตะวันออกเพิ่มขึ้นได้ หรือประเทศออสเตรเลียที่เพิ่งเข้าไป ก็มีโอกาสที่จะขายใน Coles กับ Woolworths ให้เต็ม รวมถึงอาจจะขยายเพิ่มไปที่ Costco ได้ด้วย
.
• ออกสินค้าใหม่ขายลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ สินค้าอย่าง Sriracha Mayo ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้เราเห็นสินค้าคล้าย ๆ กันที่ออกมาในปี 2018 คือ Sriracha Wasabi และ Sriracha Black Out ปี 2019 เห็นว่าทาง XO ก็กำลังทดลองทำอยู่ คาดว่าคงได้เห็นสินค้าใหม่ออกมาเพิ่มเร็ว ๆ นี้
..
7. Next Station … จีน และอเมริกา
.
ถ้าดูสัดส่วนการขาย 84% ยุโรป 6% เอเชีย 6% ทวีปออสเตรเลีย 2% ทวีปอเมริกา 1% แอฟริกา แน่นอนว่าโฟกัสหลักก็ยังคงเป็นตลาดยุโรปอยู่เพราะลงหลักปักฐานไว้อย่างมั่นคงแล้ว แต่สำหรับอนาคตระยะกลาง XO เองก็อยากที่จะเจาะตลาดที่ใหญ่กว่า และมีประชากรหนาแน่นมากกว่า อย่างจีนและสหรัฐอเมริกา
..
ประเทศจีน มีการเริ่ม ๆ ที่จะเข้าไปทดลองขายบ้างแล้ว กำลังลองตลาด ลองสินค้าอยู่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
.
ส่วนที่อเมริกา มีขายอยู่บ้างแล้วแต่น้อยมาก ปัญหาคือยังไม่เจอพาร์ตเนอร์คู่ใจที่จะช่วยบุกตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอีกอย่างตลาดนี้ก็ไม่ง่าย เพราะมี Huy Fong ตั้งโรงงานผลิตอยู่แล้ว
.
แต่อย่างไรก็ตาม 2 ประเทศนี้ก็น่าจะเป็นแผนระยะกลางที่ถ้าเข้าไปเจาะได้ ก็คงสร้างยอดขายให้เติบโตได้อีกมหาศาล
.
8. กำลังการผลิตพร้อม เงินทุนก็พร้อม
.
สิ้นปี 2018 มีการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 55% และยิ่งมีเป้าหมายการเติบโตเพิ่มขึ้น แปลว่าต้องผลิตมากขึ้น ก็จะช่วยเรื่องของ Economy of Scale ให้เพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลดีให้ต้นทุนลดลงได้
.
นอกจากนี้ก็มีโครงการลงทุน 130 ล้านบาท ที่กำลังดำเนินการอยู่ในปีนี้ ทำโรงงานดองพริก ไลน์เครื่องแกง ไลน์มาโย เครื่องทำกล่อง ก็จะช่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะดองพริกเก็บไว้ใช้ในอนาคตได้ ไม่เหมือนในอดีตที่ทำไม่ไหวต้องคืนพริกกลับไป
.
เรื่องเงินทุนไม่น่ากังวล เพราะมีเงินสดในมือเกือบ 200 ล้านบาท กระแสเงินสดดี D/E ต่ำแค่ 0.37 เท่า แถมยังมี Warrant ถ้าแปลงหมดก็จะได้เงินมาประมาณ 196 ล้านบาท เรียกได้ว่าสภาพคล่องดีมาก
..
9. Trade War ไม่ใช่ปัญหา
.
ช่วงนี้หลายคนกังวลว่า สหรัฐฯ ไปทะเลาะกับจีน จะเก็บภาษีเพิ่มแบบแพง ๆ จะกระทบอะไรกับ XO มั้ย เท่าที่ได้ยินมาจากผู้บริหารบอกว่าไม่มีผลเลย กลับดีด้วยซ้ำ เพราะเมื่อเขามีปัญหากัน เขาจะมองหา supplier เจ้าอื่น ซึ่งเราก็จะได้ผลประโยชน์ในการขายสินค้าให้เขาเป็นการทดแทนได้
..
10. ความเสี่ยงอยู่ตรงไหน
.
ผ่านมา 9 ข้อ ดูเหมือนจะมีแต่เรื่องดี ๆ บริษัทผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ทีนี้จะมีอะไรที่เราต้องกังวลกันบ้างมั้ย ผมลองนึก ๆ ดูนะครับว่าอาจจะมีประเด็นเหล่านี้
.
• สินค้าลอกเลียนแบบ อันนี้เป็นเรื่องปกติที่จะเจอ เป็นได้ทั้งเลียนแบบแล้วขายชนกันที่ supermarket ขายตัดราคาเลย หรืออาจจะเป็นบางเจ้าทำสินค้าเลียนแบบไปเสนอ Distributor ที่เราใช้อยู่ ก็มีความเป็นไปได้ทั้งคู่ ประเด็นนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องของแบรนด์เลยว่าจะทำอย่างไรให้แบรนด์เราแข็งแกร่งกว่าคนอื่น
.
• สินค้าโดนเคลม ปี 2017 โดนเคลมไป 11 ล้านบาท เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่บริษัทก็เคยมีบทเรียนมาแล้ว ก็น่าจะระวังพอสมควรกับเรื่องนี้
.
• ค่าแรงขึ้น และการตั้งสำรองพนักงานเกษียณตามพรบ.ใหม่ เรื่องค่าแรงถ้าขึ้นจริงอาจมีผลบ้างที่โรงงานเก่า แต่ที่โรงงานใหม่จะไม่กระทบเพราะรับเป็นรายเดือนหมดแล้ว (ตอนนี้ Turnover ลดลงด้วยจาก 20% เหลือแค่ 2%) ส่วนเรื่องตั้งสำรองพนักงานอายุงาน 20 ปี อันนี้น้อยมากไม่น่าเกิน 3 แสนบาท
.
• Inventory บวม ก็อาจจะไม่บวมเท่าไหร่ เพราะผลิตตามออเดอร์ลูกค้าอยู่แล้ว อาจจะมีปัญหาบ้าง ก็พวกฉลาก สติ๊กเกอร์ แต่ก็ไม่ได้เยอะมากนัก

และนี่ก็คือทั้ง 10 เรื่องของ XO ที่หวังว่าจะทำให้ทุกคนรู้จักและเข้าใจบริษัทมากขึ้นนะครับ ถ้าใครสนใจก็ลองไปทำการบ้านเพิ่มเติม ลองประเมินมูลค่ากันดูว่า ราคาตอนนี้ถูกหรือแพงอย่างไร เหมาะสมแก่การลงทุนมากน้อยแค่ไหนนะครับ
..
ย้อนกลับไปที่คำถามเริ่มต้น “เทรนด์ซอสพริก” กำลังมา
ตอนนี้คุณเชื่อหรือยังครับ?