📖 Amazing Decisions 📖
อ่านหนังสือเล่มแรกของปีนี้ เริ่มด้วยเล่มนี้ เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ฉบับเข้าใจง่ายที่สุดในโลก
..
อ่านแป๊บเดียวจบ เพราะวาดเป็นการ์ตูน ทำให้เข้าใจง่าย และจำได้ง่ายด้วย
..
แก่นของเรื่องที่พยายามจะบอกเราคือ บรรทัดฐานมี 2 แบบ คือ ทางการตลาด กับ ทางสังคม
.
แบบแรก คือ วัดทุกอย่างด้วยเงิน ตีค่าทุกสิ่งออกมาเป็นเงิน 💰
แบบที่สอง คือ มองเรื่องความสัมพันธ์ของคน คิดถึงใจเขาใจเรา ❤️
..
ปัญหามันอยู่ที่ว่า สถานการณ์ไหนควรใช้แบบไหน หรือควรใช้ทั้งสองแบบ
Dan Ariely ผู้เขียนยกตัวอย่างให้ฟังหลายเรื่อง แต่ที่ผมชอบ คือ
..
..
เจสซี เป็นเพื่อนบ้านของอดัม เธอปลูกมะเขือเทศไว้ในสวน พอลูกโต ก็เอาไปให้ แล้วอดัมก็ทำซอสมะเขือเทศกลับมาฝากเป็นการตอบแทน เป็นแบบนี้เรื่อยมา เพื่อนบ้านก็รักใคร่กันดี
.
จนมาปีนึง อดัมคิดว่า เจสซีอาจจะเบื่อซอสแล้ว เลยให้เป็นเงินไป $30 แทน เจสซีก็อึ้ง แต่ก็รับมา
..
และตั้งแต่นั้นมา จากเดิมที่เจสซีเคยให้มะเขือเทศ ก็กลายมาเป็นปักป้ายราคาที่สวนว่า มะเขือเทศ $30
..
ทำให้ความสัมพันธ์จากเพื่อนกลายมาเป็นลูกค้าไปแทนโดยไม่ได้ตั้งใจ
.
พ่อแม่ที่มารับลูกช้าที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กจะรู้สึกผิดทุกครั้ง เพราะทำให้ครูต้องรอนาน ทางศูนย์แก้ปัญหาด้วยการเก็บค่าปรับถ้ามารับลูกช้า แต่แทนที่สถานการณ์จะดีขึ้น กลับกลายเป็นว่า พ่อแม่มารับช้ากว่าเดิม และรู้สึกผิดน้อยลงกว่าเดิม ด้วยเหตุผลที่ว่า ก็จ่ายค่าปรับชดเชยที่มาสายแล้วไง
..
และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เมื่อทางศูนย์ตัดสินใจเลิกเก็บค่าปรับ พ่อแม่จะได้เกรงใจกลับขึ้นมา แต่กลายเป็นว่า พ่อแม่ก็ยังคงมาเลทเหมือนเดิม เพราะบทลงโทษทางสังคมหรือการตลาดถูกถอดออกไปหมดในรอบนี้
..
..
บริษัทจะให้เงินพิเศษกับพนักงานที่ประกอบสินค้าต่อวันได้มากขึ้น ซึ่งได้ผล พนักงานจะเร่งทำผลงานออกมาเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น แบบนี้เรียกว่าได้รับแรงจูงใจจากภายนอก แต่วันต่อมาหัวหน้าบอกวันนี้ไม่มีเงินพิเศษให้นะ แต่อยากให้ทุกคนตั้งใจทำงานเหมือนเดิม ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า สินค้าไม่ได้ออกมาเพิ่มขึ้น เรียกได้ว่า พอหมดแรงจูงใจภายนอก ก็ขาดแรงจูงใจจากภายใน
..
อีกเรื่องที่คล้ายกันคือ พ่อมักจะให้เงินลูกเพื่อให้มาช่วยเตรียมอาหารเย็น ลูกก็จะมาเพราะเงิน แต่สิ่งที่ทำให้พ่อประหลาดใจคือ มีวันนึงที่พ่อไม่ให้เงิน แต่บอกลูกว่า มาช่วยเตรียมอาหารกันลูก เสร็จแล้วเราจะไปดูหนังกัน พ่อพูดแบบนี้กลับทำให้ลูกรีบวิ่งมาช่วยพ่อโดยเร็ว เพราะเด็กๆ ไมได้ต้องการเงิน แต่ต้องการอยู่กับพ่อมากกว่า
.
…..
..
หนังสือเล่มนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลงทุนโดยตรง แต่ผมว่า น่าจะช่วยให้เราฉุกคิดขึ้นได้ในเรื่องของความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเพื่อน แฟน หรือครอบครัว ก็ตาม สถานการณ์ไหนควรเอาเรื่องเงินมาเกี่ยว เมื่อไหร่ควรมองข้ามเรื่องนั้นไป เช่น
..
💙 มีใครเคยบอกลูกว่า ถ้าสอบได้คะแนนดี เดี๋ยวแม่ซื้อของเล่นให้นะ แล้วถ้าเมื่อไหร่ที่แม่ไม่ซื้อ ลูกจะขยันอ่านหนังสือสือไหม หรือจริงๆ แล้วลูกอาจต้องการคำชมจากแม่แค่นั้น ไม่ได้ต้องการของเล่น
.
💙 ถ้าเราขับรถไปส่งเพื่อนหรือแฟนที่บ้านในวันฝนตก แล้วเค้ายื่นเงินให้ เราก็คงไม่ชอบ เพราะเราไม่ได้ต้องการแบบนั้น เราอาจต้องการแค่กาแฟซักแก้วก็พอ
.
💙 ถ้าเพื่อนลอกหุ้นเรา แล้วเขากำไร เราเองก็คงไม่ได้อยากได้เงินเขา แค่คำขอบคุณ หรือซื้อขนมมาฝากก็น่าจะดีกว่า
.
..
💘 สุดท้าย ผมอยากฝากข้อคิดแบบนี้ว่า เราอยู่ในตลาดหุ้น ที่มีแต่เรื่องเงินๆ ทองๆ กำไร ขาดทุนก็จริง แต่เราเคยสังเกตมั้ยว่า เวลาเราเจอเพื่อน แทนที่จะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เราก็ถามว่า ตัวไหนดี ขอลอกด้วย
.
หรือเวลาเจอ IR เจอผู้บริหาร เราก็จะอยากได้คำตอบที่เป็นตัวเลขชัดเจนเพื่อจะได้เอาไปประเมินมูลค่าได้ ซึ่งอาจจะทำให้เขาไม่อยากคุยกับเราในอนาคตก็เป็นได้
..
ผมว่า เราลองเปลี่ยนมาคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไปที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน ตัวเลข หรือเรื่องหุ้นตลอดเวลาบ้างก็ได้นะครับ แต่แค่อย่ามากเกินไปจนลุกล้ำความเป็นส่วนตัว
..
💘 ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยเงิน มันน่าจะยืนยาวและยั่งยืนกว่า แล้วสุดท้ายเดี๋ยวหุ้นดีๆ จากเพื่อนดีๆ จะตามมาเอง
..