มีเรื่องเล่าว่า เวลาที่นกกระจอกเทศเจอศัตรูหรือกลัวอะไรซักอย่าง มันจะเอาคอยาวๆ มุดลงไปหลบฝังอยู่ในทราย เพื่อที่จะได้มองไม่เห็นอันตรายที่กำลังเข้ามา เหมือนเป็นการปิดหูปิดตา ไม่อยากรับรู้นั่นแหละครับ 🙅‍♂🤷‍♂
..
แต่เรื่องนี้ไม่จริงนะครับ เพราะเวลาเจออันตราย หรือศัตรูที่จะมาล่า มันจะวิ่งหนีมากกว่า แต่สาเหตุที่มันเอาหัวมุดทรายหรือคลอเคลียเรียดพื้นน่าจะเป็นเพราะมันไปกลับไข่ที่มันวางไว้
..
📌 พอเป็นแบบนี้ เราเลยนำคำว่า Ostrich Effect มาใช้กับการลงทุน ที่หลายครั้งเรามักไม่อยากฟังข่าวร้าย หรือมองข้ามความจริงอันโหดร้าย อย่างสัปดาห์นี้ที่หลายคนเลือกที่จะไม่เปิดพอร์ตดู เพราะไม่อยากยอมรับความจริงที่ว่า พอร์ตเรานั้นแดงแค่ไหน โดยถือคติที่ว่า
..
ไม่เปิดดู ก็ไม่เห็นว่าแดงหรือติดดอยแค่ไหน 🤦‍♀
และไม่ขาย คือยังไม่ขาดทุนจริงๆ 🙅‍♂
.
===================
.
ถ้าใครกำลังเจอ อคติแบบนี้อยู่ ผมมองว่าอันตรายนะครับ เพราะว่า
.
1⃣ ความจริงเกิดขึ้นแล้ว เราแค่ไม่อยากไปมองมัน
2⃣ พอเราไม่มอง เราก็ไม่เห็นปัญหา ไม่หาสาเหตุ และไม่แก้ไข
3⃣ พอเราไม่แก้ไข พอร์ตของเราก็อาจจะดีขึ้นหรือแย่ลง แล้วแต่ชะตาฟ้าลิขิต

อย่างน้อย ถ้าเราเปิดพอร์ตดู เราก็จะเห็นผลลัพธ์ว่าเป็นอย่างไร บางทีอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิดก็ได้
..
หรือถ้าพอร์ตเสียหาย เราก็ยังจำกัดการขาดทุนไม่ให้หมดตัว
และก็ทำให้เรามานั่งคิดต่อได้ว่า จะแก้ปัญหาอย่างไรดี
.
💁‍♂ ผมเสนอไอเดียแบบนี้ว่า
.
1⃣ เปิดใจ เปิดตา ดูพอร์ตของเราว่าเป็นอย่างไร
2⃣ รำลึกความหลังว่าเพราะอะไรเราถึงซื้อหุ้นตัวนั้น
3⃣ พิจารณาว่าตอนนี้หุ้นตัวนั้นยังดีอยู่หรือเปล่า ได้รับผลกระทบจากวิกฤตแค่ไหน แล้วจะกลับมาได้มั้ย
4⃣ วางแผนจะเดินหน้าต่อหรือถอยหลังกลับ ซื้อเพิ่ม ขายออก หรือเปลี่ยนตัวลงทุน
5⃣ คอยติดตามผลงานเป็นระยะ
..
📌 ปัญหาที่ไม่เห็น ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริง
แต่ปัญหาที่ไม่ได้แก้ คือ ปัญหาจริงๆ ที่เราไม่ยอมมองให้เห็น
..
📌 เราอาจมีความสุขแค่ชั่วคราวจากการไม่มองปัญหา
แต่ถ้าเราอยากมีความสุขแบบถาวร เราต้องแก้ปัญหาอย่างเข้าใจ
..
ถ้าพร้อมแล้ว เปิด streaming ครับ หน้าจอสีอะไรบอกกันได้
.
#OstrichEffect #ไม่ดูไม่แดงไม่ดอย #วิตามินหุ้น