คอลัมน์ใหม่ที่จะมาทุกวันอาทิตย์ในเพจนะครับ เป็นการสรุปเล่นๆ ในมุมมองส่วนตัว ว่าในแต่ละสัปดาห์มีหุ้นตัวไหนที่เป็นข่าวน่าสนใจ ราคาขึ้นลงหวือหวา เอามาเขียนเก็บไว้เป็นกรณีศึกษาครับ แต่ย้ำว่าไม่ได้แนะนำให้ซื้อหรือขายนะครับ ลองพิจารณากันดูจากข้อมูลอีกที

สัปดาห์นี้มี BAM, SFLEX, BBL, ECF, HMPRO
.
#BAM
.
หุ้น IPO ตัวใหม่ที่หลายคนแย่งกันจอง ราคาดูไม่แพง P/E 10 ต้นๆ P/BV 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับหุ้นตัวอื่นในกลุ่มถือว่าถูกกว่ามาก แถมมี Green Shoe ด้วย แต่ก็จะมีห่วงตรงภาษีจากที่ไม่เคยเสีย ปีหน้าจะโดนเก็บแบบเต็มๆ กับรายได้ที่ปีนี้ได้เพิ่มมากเป็นพิเศษ ปีหน้าก็อาจจะลดลงเช่นกัน
..
ราคาเปิดดูดีทีเดียว 18.40 บาท (ราคาจอง 17.50 บาท) แต่ก็ร่วงลงมาเรื่อยๆ เคยลงไปต่ำสุด 17.30 บาท จนหลายคนถอดใจ แล้วบอกว่าถือยาวละกันตัวนี้ แต่สุดท้ายปลายสัปดาห์ก็เริ่มใจชื้นได้บ้างมาปิดที่ 17.90 บาท ต้องตามดูต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร
..
#KeyLearnings
.
1. Green Shoe ไม่ได้การันตีว่าหุ้นจะไม่หลุดจอง อาจเป็นเพราะจำนวน 230 ล้านหุ้น เทียบกับหุ้นที่ขายพันล้านหุ้น อาจจะไม่พอที่จะยันราคาอยู่
.
2. ในระยะสั้น ราคาหุ้นมีความผันผวนอยู่เสมอ แต่ในระยะยาวมันควรจะเป็นไปตามผลประกอบการ คือ ถ้างบ BAM ดีจริง แม้โดนเก็บภาษีก็ตาม ยาวๆ ราคามันก็น่าจะขึ้น แต่ถ้ามันไม่ใช่แบบนั้น ราคาก็จะเป็นอีกแบบ
.
3. แผนการต้องชัด ผมได้ยินหลายคนได้จองมา 17.50 บาท ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น แต่ไม่ขายซักราคา จนวันที่ปิด 17.30 บาท ก็บ่นว่ารู้งี้ขายวันแรกดีกว่า แล้วก็บอกว่าตัวนี้ถือยาวก็ได้ ผมมองว่าคิดแบบนี้ไม่ได้ เราต้องรู้ว่าแผนเราคืออะไรให้ชัด ถ้าจะถือยาวเพราะประเมินราคามาแล้วก็เรื่องนึง แต่ถ้าจะเก็งกำไรก็ต้องมีจุดขาย จุดคัทที่ชัดเจน
..
=====================
.
#SFLEX
.
หุ้น IPO อีกตัวที่ทำ OEM ถุงพลาสติกแบบพวกถุงเติมน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม ไอศกรีม วุ้นเส้น ให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Unilever, Lion ถ้าเอา 5 Forces มาจับดูก็จะรู้สึกว่าเหนื่อยแทน
.
• อำนาจต่อรองของ Supplier >> วัตถุดิบคือ ฟิล์ม พลาสติก ราคาวิ่งตามราคาน้ำมัน อาจจะมีต่อรองได้บ้างถ้าซื้อโวลุ่มเยอะ แต่โดยรวมแล้วก็คงไม่สามารถกำหนดหรือต่อรองราคาเองได้มาก
.
• อำนาจต่อรองของลูกค้า >> พึ่งพาลูกค้า 4 เจ้าใหญ่เกือบ 85% ของยอดขายบริษัท และมีเจ้านึงมากถึง 30% โดนกดราคาแน่นอน และด้วยนโยบายการลดต้นทุนและรักษ์โลก แต่ละเจ้าจะออกแบบให้พลาสติกบางลง หรือขนาดเล็กลง (แต่ขายราคาเดิม)
.
• การแข่งขันจากคู่แข่งรายเดิม >> เป็นตลาดแข่งขันสูง มีผู้เล่น 1,148 ราย แต่ SFLEX อยู่เบอร์ 7 ของตลาด มี share 5% พยายามจับลูกค้า A, B+ แต่เชื่อเถอะว่าเหนื่อยกับการตัดราคาแน่นอน ให้สังเกตว่าถ้าเจอ market fragment แบบนี้ จะเหนื่อยกับเรื่องสงครามราคา
.
• ภัยคุกคามจากผู้เล่นรายใหม่ >> ต้องบอกว่าอุตสาหกรรมนี้เข้าไม่ยากไม่ง่าย ถ้ามีเงินลงทุนเครื่องจักรซักหลักร้อยล้านบาท เราถึงได้เห็นผู้ผลิตเป็นพันราย แต่คำถามคือมันอาจจะไม่เย้ายวนใจมากสำหรับใครที่มีเงินแล้วจะเลือกเข้ามาลงทุนในธุรกิจพลาสติกที่โตเป็นเลข low single digit
.
• สินค้าทดแทน >> น่าจะพอมีพวก bio plastic หรือบรรจุภัณฑ์แบบแข็งที่เข้ามาแข่งได้ แต่สินค้าทดแทนยังอาจไม่รุนแรงมากๆ เหมือนพวกถุงพลาสติก หรือ หลอด
..
ดูจาก 5 Forces แล้วต้องบอกว่าเหนื่อยใจ แล้วพอมาเห็นราคา IPO 3.88 P/E 24.5 เท่า ก็แอบคิดอยู่ในใจว่ารอดยาก วันแรกยังพอถูไถดึงขึ้นมาได้ที่ 3.80 บาท แต่วันต่อมาก็ไม่รอดเหลือ 3.52 บาท
.
#KeyLearnings
.
หุ้นที่ 5 Forces ไม่แข็งแรง อยู่ในอุตสาหกรรมที่ไม่เติบโต บริษัทไม่มีแต้มต่อแบบเด่นชัด ถ้าเข้ามาด้วยราคาไม่ถูก ก็มีสิทธิ์หลุดจองได้ (กรณีนี้ลองติดตาม IMH ที่จะเข้าตลาดอาทิตย์หน้าว่าจะเป็นเหมือนกันมั้ยนะครับ)
.
=====================
.
#BBL
.
สัปดาห์ก่อนมีข่าวว่าจะซื้อ Permata แบงค์อันดับ 12 ของอินโดนีเซีย ที่ทำธุรกิจคล้ายกันคือจับลูกค้ารายใหญ่ Corporate 40% และบอกว่าไม่ต้องเพิ่มทุน เพราะมีกำไรสะสมและทุนเหลือๆ ถัดมาไม่กี่วันก็มีการขาย Big Lot หุ้น BTS 600 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 12.40 ล้านบาท แต่บอกว่าเป็นการขายเก็งกำไรเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการซื้อ Permata ทุน BBL น่าจะอยู่ราว ๆ 4-5 บาท ก็น่าจะได้กำไรไปกว่า 4,000 ล้านบาท
..
ประเด็นคือดีล Permata อยู่ที่ประมาณ 90,000 ล้านบาท หลังทำ tender offer ขาย BTS ได้เงินมาแค่ 7,400 ล้านบาท ยังไงก็ไม่พอ ถ้าไปดูพอร์ตของ BBL ว่าถืออะไรเยอะๆ ก็จะมี 4 ตัว คือ IVL, GULF,VGI และ BEM ก็ต้องไปตามว่าจะขายตัวไหนอีกมั้ย
..
มันอาจจะเป็นโอกาสถ้าสมมติดว่าหุ้นที่โดน BBL ขาย ราคาจะลงแรงตาม sentiment แต่ถ้างบยังดีอยู่ ในระยะยาวก็อาจจะขึ้นได้ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าแต่ละตัวถูกหรือแพงแค่ไหนนะครับ อย่าง GULF P/E 75 เท่าอะไรแบบนี้
..
=====================
.
#ECF
.
เค้าแซวกันว่าไม่ได้ขายแค่เฟอร์นิเจอร์แต่ขายฟลอร์ด้วย และแปลกแต่จริงว่าราคาปีที่แล้วเดือนธันวาคมก็ลงหนัก ปีที่แล้ว 2 ฟลอร์ ปีนี้ดีขึ้นแค่ฟลอร์เดียว โดยพื้นฐานแล้วไม่ค่อยเติบโตเท่าไหร่ ต้องจับตาว่าที่บริษัทบอกได้ลูกค้าอินเดียเข้ามาเพิ่มจะช่วยได้แค่ไหน และโรงไฟฟ้ามินบู พม่า ที่ COD ไปตั้งแต่กันยายน ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เฟส 2-4 จะออกมาเมื่อไหร่ เพราเฟสแรกปัญหาเยอะมาก ดีเลย์มาเป็นปีกว่าได้จ่ายไฟ
.
#KeyLearnings ของหุ้นตัวนี้ คือ ผมจะไม่ยุ่งกับหุ้นที่ไม่เข้าใจในเกมส์การเติบโตแบบชัดๆ
.
=====================
.
#HMPRO
.
ราคาค่อยๆ ลงทุกวันจาก 16.90 เหลือ 15.70 บาท P/E 33.8 เท่า
เช่นเดียวกับ GLOBAL ที่ลงทุกวันจาก 17.10 เหลือ 16.20 บาท P/E 35.5 เท่า
.
และ DOHOME จาก 10.10 เหลือ 9.40 บาท P/E 27.9 เท่า

คนอาจจะเริ่มกังวลว่างบจะไม่ดี เห็นข่าวว่า SSSG ของ HMPRO เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน -2%
.
ถ้าเราไปดูงบของ HMPRO เราก็จะเห็นว่ารายได้โตเฉลี่ย 5-6% มาตลอด และ Q3 เริ่มไม่โต แต่ดีที่ปรับ mix ขาย house brand (ประมาณ 20%) ทำให้มาร์จิ้นยังดี บวกกับการควบคุม SG&A ได้ดี ทำให้ NP โตได้เรื่อยๆ
.
แต่เราก็จะสังเกตได้ว่าการโตลดลงเรื่อยๆ จากปี 2017 กำไร +18%, ปี 2018 +14% ไตรมาสล่าสุด +8% ถ้าแนวโน้มเป็นแบบนี้กำไรก็น่าจะโตลดลงเรื่อยๆ แต่ตลาดก็ยังให้ค่า P/E เกิน 30 เท่า มาตลอด ก็ต้องติดตามกันว่ารอบนี้ ตลาดจะ Re-rate P/E หรือเปล่า
.
#KeyLearnings
.
หุ้นพื้นฐานดี พิมพ์นิยม ถ้าราคาไม่ถูก แนวโน้มไม่โตมากๆ ตลาดก็อาจปรับมูลค่าให้ได้
..
เขียนไปเขียนมาเริ่มยาว สรุปไฮไลท์กันพอหอมปากหอมคอประมาณนี้ละกันนะครับ ชอบไม่ขอบยังไงบอกกันมาได้
.
จริงๆ มีตัวอื่นที่น่าสนใจเช่น TQM ที่ราคาดีวันดีคืน หุ้นโรงกลั่นอย่าง SPRC ที่ราคาก็ขึ้นดี ถึงแม้ว่างบ Q4 จะแย่แน่ๆ เพราะปิดซ่อม 45 วัน แต่ปีหน้าขยายกำลังการผลิต ได้ประโยชน์ IMO2020 อีกหลายตัวเลย เขียนไม่หมด ไว้เจอกันอาทิตย์หน้าครับ
..
ป.ล. ตอนนี้วิตามินหุ้นเปิดคอร์สสรุปงบการเงินรอบ Q4’19 และ Q1’2020 คอร์สยาว 6 เดือน ใครสนใจทักมานะครับ
..
#Highlight #หุ้นไทย #วิตามินหุ้น