SET ยังเดินหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปลายสัปดาห์มีแผ่วลง ปิดที่ 1138.84 จุด หลักๆ มาจากการขึ้นของกลุ่มพลังงาน ที่เหมือนจะเริ่มเห็นสัญญาณการคุยกันระหว่างสหรัฐฯ ซาอุ และรัสเซีย เห็นว่าจะมีประชุม OPEC วันที่ 9 เมษายน ต้องติดตามว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร หรือสุดท้ายแล้วสหรัฐฯ จะงัดท่าไม้ตายขึ้นภาษี คือ กลับไปกลับมาได้ตลอด ทำให้ราคาน้ำมันเหวี่ยงแรงมากครับ

อยากจะบอกแบบนี้ว่าช่วงนี้เราได้รับข้อมูลข่าวสารมากมายทั้งด้านบวกและลบ ทำให้ตลาดมีความผันผวนสูง ขึ้นแรงลงแรงได้ตลอดเวลา เช่น
.
• ผู้ติดเชื้อ COVID-19 เกิน 1 ล้านคนแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ อัตราการเสียชีวิตก็เพิ่มมากขึ้นทั้งสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรป ในไทยการติดเชื้อประมาณร้อยคนต่อวัน แต่ค่อยๆ เห็นผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น
• สหรัฐฯ ประกาศตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claim) 6.6 ล้านคน เท่ากับว่า 2 สัปดาห์คนว่างงานเกือบ 10 ล้านคน เข้าไปแล้ว
• จีนประกาศตัวเลข PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต) เดือนมีนาคม อยู่ที่ 52 ดีกว่าที่คาด เพราะเดือนกุมภาพันธ์ร่วงไปอยู่ที่ 35.7
• ไทยเริ่มมีแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมวงเงิน 10% GDP (ขึ้นกับสถานการณ์) ซึ่งเป็นตัวเลขระดับเดียวกับที่สหรัฐฯ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ใช้ ถ้าคิดเป็นตัวเลขกลมๆ ก็ 1.7 ล้านล้านบาท
..
==================
.
1. หุ้นพลังงานเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน
.
PTT +18.3% PTTEP +22.5% PTTGC +30.1% ESSO +26.4% BCP +24.1%
.
อย่างที่บอกไว้ตอนต้นครับ ตลาดน้ำมันผันผวนมาก จากที่ Crude Oil WTI หลุด $20 ไปนิดนึง แล้วก็ดีดแรงกลับมา หลังจาก Trump ทวีต แล้วก็มีข่าวตอบโต้กันไปมาของซาอุ กับรัสเซีย ต้องติดตามด้วยความระมัดระวังครับ เพราะผันผวนมาก แล้วก็มีอีกข่าวที่เข้ามาพอดีคือ การยื่น Filing PTTOR ก็เลยเป็นผลบวกกับ PTT เข้ามาเพิ่มเติม

.
2. เคอร์ฟิวส์ 4 ทุ่ม ถึง ตีสี่
.
ค่อยๆ มีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งผลกระทบก็คงเป็นในเรื่องของระยะเวลาขายของและการเดินทางที่สั้นลง ก็จะกระทบกับหุ้นกลุ่มต่างๆ เพิ่มขึ้น แต่อาจจะไม่เยอะมากเพราะว่าไม่ใช่ช่วงพีคมาก ต้องติดตามว่าถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นจะมีการปิด 24 ชั่วโมงหรือเปล่า ถ้าเกิดขึ้นจริง ก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือแรงงาน ห้างร้านต่างๆ ออกมา และถ้าปิดแล้ว เจ็บแต่จบเร็ว ก็จะเป็นผลดีกับตลาดหุ้น แต่ถ้าเจ็บแต่ยืดเยื้อก็อาจจะไม่ดี ต้องติดตามกันต่อครับ
.
3. นักท่องเที่ยวไตรมาส 1 ลดลง 41%
.
ตัวเลขที่ผมรวบรวมจากศูนย์วิจัยด้านการตลาดท่องเที่ยวของผู้โดยสารขาเข้าที่สุวรรณภูมิกับดอนเมืองบอกว่า Q1’20 ติดลบ 41% และแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ คือ ล่าสุดมีนาคม ติดลบไป 81% ก็น่าจะกระทบหุ้นสนามบิน โรงแรม และบริการที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
..
และเรายังประเมินกันยากว่า หลังจากสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว อีกกี่เดือนที่นักท่องเที่ยวจะกล้าออกเดินทางกันอีกรอบ เพราะน่าจะมีความกังวลกันอยู่ อาจจะเริ่มฟื้นที่ท่องเที่ยวในประเทศก่อน แต่คงต้องใช้เวลาสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ เพราะฉะนั้น ประเมินมูลค่าด้วยความระมัดระวังนะครับ
.
4. ถุงยางอนามัยขาดตลาด
.
อย่าเพิ่งคิดลึกว่าทำงานที่บ้านกัน ใกล้ชิดกันมากขึ้น แล้วจะมีเหตุให้ต้องใช้ถุงยางอนามัยกันเยอะขึ้น แต่เป็นเพราะว่าโรงงานใหญ่ Karex Bhd ในมาเลเซียหยุดผลิตด้วยผลจาก COVID-19 ทำให้ถุงยางลดลงไป 100 ล้านชิ้น แบรนด์ที่กระทบหลักคือ Durex แต่รัฐบาลเริ่มอนุญาตให้กลับมาผลิตใหม่แล้ว แต่กำลังแรงงานที่เข้ามามีแค่ 50%
.
ด้วยเหตุผลดังกล่าว เลยทำให้ TNR ที่ผลิต One Touch กับ Playboy หุ้นขึ้น 29% แต่ถ้าใครสนใจหุ้นสินค้าประเภทนี้ต้องระวัง 2 ประเด็น คือ ต้องรักษาระยะห่างระหว่างปฏิบัติภารกิจ และเหมือนจะเห็นข่าวในต่างประเทศบางคู่อยู่ใกล้กันกลับทะเลาะกันมากกว่าเดิมก็มี
.
5. META 7 วัน 7 ฟลอร์
.
เดิมคือ VTE ที่เราเห็นข่าวบ่อยๆ คือ โรงไฟฟ้ามินบูที่พม่าที่ทำร่วมกับ ECF และ SCN เมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังเห็นราคาบาทกว่าอยู่เลย ตอนนี้เหลือ 0.40 บาท เรียกได้ว่าเปิดตลาดปุ๊บ ฟลอร์ทันที แบบสนิทด้วย และที่สำคัญ คือ โวลุ่มไม่เยอะ ไม่กี่ล้านบาทต้นๆ ก็ทำให้ฟลอร์แล้ว เห็นข่าวว่า รายใหญ่โดน Force Sell คือ ด้วยหุ้นเล็ก ถ้าจริง ก็คงต้องโดนบังคับขายจนกว่าจะครอบคลุมหมด
..
#Highlight #หุ้นไทย #วิตามินหุ้น
www.stockvitamins.co