เป็นอีกสัปดาห์ที่ตลาดเขียว และ SET โดดเปิด gap ขึ้นมาตั้งแต่วันอังคาร ก่อนปิดสัปดาห์ที่ 1,228.03 จุด
..
หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมตลาดเขียว ทั้งๆ ที่เรายังเห็นปัจจัยไม่ดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

• ยังเห็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ทุกวัน ตัวเลขล่าสุดเกือบ 1.8 ล้านคนเข้าไปแล้ว
• การประชุม OPEC ไม่ได้ดีมากแบบที่หวัง ลดกำลังการผลิตน้ำมันแบบขั้นบันไดเริ่มที่ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน แล้วก็ต้องรอผลจาก G20 อีก
• ตัวเลขจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงาน ของสหรัฐฯ (Initial Jobless Claim) ออกมาเพิ่มอีก 6.6 ล้านคน รวม 3 สัปดาห์ 16.8 ล้านคน เข้าไปแล้ว (ของประเทศไทย คาดการณ์ว่าภายในมิถุนายน คนตกงาน 7.1 ล้านคน จากแรงงาน 38 ล้านคน และ 60% ของคนที่น่าจะตกงานมาจากศูนย์การค้าและค้าปลีก)
.
..
แต่ตลาดเขียวได้หลายประเทศทั่วโลก ผมมองแบบนี้ว่า เรากำลังมองโลกด้วยความหวัง 2 เรื่อง รวมเข้าด้วยกัน คือ
..
1. จำนวนคนติดเชื้อกำลังเข้าสู่ช่วงพีค และสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น (แต่ก็ยังมีความกังวลว่าอาจจะผันผวนได้ เช่น ตัวเลขในสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ก็เริ่มกลับมาเยอะ และต้องติดตามว่าจะมี wave 2 หรือไม่ หลังจากจีนเริ่มเปิดเมือง)
.
2. มาตรการอัดฉีดเงินแบบไม่อั้นของหลายประเทศ ล่าสุด FED ยิงบาซูก้ามาอีก 2.3 ล้านล้านเหรียญ ปล่อยสินเชื่อให้ SME และซื้อหุ้นกู้บริษัทเอกชนระดับ Junk Bond ก็ซื้อได้
.
..
ถ้าพูดง่ายๆ โดยสรุป เหมือนกับว่า เรากำลัง “พิมพ์เงินเพื่อรักษาโรคระบาด” กันอยู่ โดยที่ตั้งสมมติฐานว่า COVID-19 มันเริ่มจะเข้าสู่จุดสูงสุดแล้ว
.
ถ้าเราเข้าใจภาพแบบนี้ เราก็จะประเมินได้ว่า มันมีทั้งความหวังและความเสี่ยงอยู่ ทั้งในแง่ของการติดเชื้อว่าพีคจริงมั้ย รอบสองจะเกิดขึ้นได้มั้ย การเปิดเมืองจะทำได้เมื่อไหร่ การว่างงานจะเยอะขนาดไหน ผลกระทบต่อ Real Sector การว่างงานหนักแค่ไหน
.
เพราะฉะนั้นอย่างเพิ่งคิดว่า ตลาดกำลังจะขึ้นซะทีเดียว หรืออย่าเพิ่งคิดว่า เราตกรถไปแล้ว ตลาดจะไม่กลับไปจุดต่ำสุดอีก อยากให้ประเมินสถานการณ์ด้วยความระมัดระวัง และวางแผนให้เหมาะสมกับจริตและวิธีการลงทุนของเรา
.

==================
.
1. หุ้นน้ำมัน เปิดบวก ก่อนแผ่ว
.
ตอนต้นสัปดาห์ PTT, PTTEP, PTTGC ต่างเปิดโดดกันเยอะจากความหวังเรื่องการประชุม OPEC การเปิดฉากคุยกันของ Trump เริ่มมองเห็นสัญญาณการลดกำลังการผลิต แต่พอประชุมเสร็จ ก็ลดจริง แต่เป็นการลดแบบขั้นบันได้ คือ
.
• 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2020
• 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม 2020
• 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนมกราคม – เมษายน 2021
.
ทำให้เมื่อวันศุกร์หุ้นพลังงานอ่อนตัวลงมา และผลการประชุม G20 ก็เห็นพ้องต้องกันว่าจะลดกำลังการผลิต (มีแค่เม็กซิโกที่ดื้อหน่อยจะลดแค่นิดเดียว แต่สหรัฐจะเข้ามาช่วยลดแทนให้)
.
ต้องตามดูว่าตลาดจะตอบรับยังไง เพราะสหรัฐที่บอกว่าลดคือ ลดตามกลไกตลาดเพราะราคาน้ำมันเท่านี้ บริษัที่ขุดเจาะน้ำมันอยู่ไม่ได้ (แท่นขุดเจาะลดลงไปเยอะ เหลือ 504 แท่น จากต้นปีอยู่แถวๆ 680) และจะใช้คลังน้ำมันสำรองพยุงตลาดอีกทางหนึ่ง
.
2. หุ้นปิดห้างลุ้นกลับมาเปิดเร็ว
.
หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มดีขึ้นก็เลยกลายเป็นความหวังว่าจะกลับมาเปิดห้างเปิดร้านกันได้เร็วขึ้น ทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องทั้งหลายที่ลงไปแรงกลับขึ้นมาแรงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น CRC, CPN, HMPRO, GLOBAL, DOHOME, COM7, SPVI หรือแม้แต่ AWC
.
เรื่องนี้เราต้องมองด้วยความระมัดระวัง เพราะการกลับมาเปิดเมืองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะเราก็กลัวการกลับมาติดซ้ำอีก แต่ถ้าเปิดช้าก็กระทบกับรายได้ กำลังซื้อของประชาชนอีก
.
และอีกเรื่องคือ กลับมาเปิดรอบใหม่ การทำงานน่าจะไม่เหมือนเดิม ผมมองว่าหลายบริษัทคงเริ่มมองเรื่อง ของการลดคนที่ไม่จำเป็นลง อาจให้มีการ WFM เพิ่มขึ้นเช่น อาทิตย์ละวัน รวมไปถึงการจับจ่ายใช้สอยผมก็แอบคิดว่า เราอาจกลับไปร้านหมูกระทะ ร้านบุฟเฟต์ ไปซื้อเครื่องสำอางกันเยอะในช่วงแรกๆ เพราะคิดถึงกัน แต่พอผ่านไปผมว่า เราน่าจะเริ่มระวังการใช้เงินมกันมากขึ้น หรือยังกลัวๆ กล้าๆ กับการออกไปเที่ยวนอกบ้านที่มีคนเยอะๆ อยู่
.
3. THAI 5 วัน 5 ลิ่ง
.
จากราคา 3 บาท มา 6.35 บาท เรียกได้ว่า เพิ่ม 100% ใน 5 วัน (แต่โวลุ่มไม่เยอะ เพราะเปิดมาก็ลิ่งเลย) จากกระแสข่าว เจ้าสัวใหญ่จะเข้าไปร่วมทุน กระทรวงการคลังจะลดสัดส่วน รวมถึงแผนเพิ่มทุนเฉียดแสนล้านบาท แต่สุดท้าย THAI ออกมาแจ้งแบบเป็นทางการว่า อยู่ระหว่างการทำแผนฟื้นฟูภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ได้หารือกับ Strategic Partner รายใดเป็นการเฉพาะ
..
แปลได้ว่า มีการวางแผนจริงนะ แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้าแบบจับต้องได้ จะเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องพิจารณาให้ดีสำหรับใครที่สนใจครับ ว่าเป็นโอกาสหรือความเสี่ยง
..
#Highlight #หุ้นไทย #วิตามินหุ้น
www.stockvitamins.co