ไฮไลท์งานเปิดตัวกองทุน SSI-SCA ตอนที่ 1

“กองทุนหุ้นเวียดนาม ที่ลงทุนโดยคนเวียดนาม”
..
เมื่อวานได้มีโอกาสไปฟังงานเปิดตัวกองทุนใหม่ของบริษัทหลักทรัพย์ TRINITY เป็นกองทุนที่ลงทุนในเวียดนาม และมีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมาพูด ทั้ง ดร.วิศิษฐ์ ดร.นิเวศน์ พี่เชาว์ เฉลิมเดช พี่อุ๋ม กัลชุญา (ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หลักทรัพย์ Trinity)

** มุมมอง ดร. นิเวศน์ ต่อตลาดเวียดนาม **
.
ดร. นิเวศน์ ลงทุนในเวียดนามมา 4-5 ปี แล้ว โดยใช้หลักการคล้าย ๆ กับที่ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นไทย คือ หาหุ้นที่มี
.
• P/E ต่ำกว่า 10 เท่า
• P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า
• จ่ายปันผล > 5%
.
พูดง่าย ๆ คือ เป็นหุ้นที่มีราคาถูก และจ่ายปันผลสูง แน่นอนว่าหุ้นกลุ่มนี้ จะมี Market Cap ที่ยังไม่สูงมาก และบางตัวก็เป็นหุ้นพื้นฐานดี เป็นหุ้นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศก็มี
.
ด้วยหลักการนี้ ดร.นิเวศน์ จึงได้ซื้อหุ้นไปประมาณ 150 ตัว ซึ่งส่วนมากเป็นหุ้นขนาดเล็กซะเป็นส่วนใหญ่ (จน ดร. กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เลยทีเดียว)
..
หลายคนอาจสงสัย ทำไม ดร. กวาดซื้อหุ้นเป็นร้อยตัว ทำไมไม่ซื้อหุ้น Super Stock หรือหุ้นตัวใหญ่ ๆ บ้าง ?
.
เหตุผลก็เพราะ มีเรื่องของ Foreign Ownership Limit คือ ตลาดหุ้นเวียดนามจำกัดสิทธิ์การถือครองหุ้นของคนต่างชาติสำหรับหุ้นบาง sector ทำให้หุ้นบางตัวที่แม้จะเป็นหุ้นดี เติบโต สูง แต่โควตามันเต็มแล้ว ถ้าจะซื้อต้องจ่ายค่า Premium ที่อาจมากถึง 30-40% ดร. บอกว่า ทำใจไม่ได้ที่จะต้องจ่ายขนาดนั้น เหมือนซื้อมาปุ๊บ ขาดทุนก่อนเลย 30-40%
.
นอกจากเรื่องนี้ ดร. เองยังบอกว่า หุ้นบางตัวที่เราดูแล้วว่าอนาคตน่าจะดี เช่น หุ้นทางด่วน Market Cap หมื่นล้านก็ดูไม่แพง (พี่อุ๋ม บอกว่า เวียดนาม เป็นประเทศที่ยาวมาก ถ้าขับรถจากเหนือมาใต้ ใช้เวลากว่า 2 วัน) แต่บริษัททางด่วนอันนี้ ถ้ากำไร รัฐบาลขอแบ่งด้วย แต่ถ้าขาดทุนรัฐชดเชยให้ สุดท้ายราคาหุ้นลดลงเหลือ Market Cap 7 พันล้าน คือ ดร. ขาดทุน แบบไม่น่าเชื่อ เพราะพื้นฐานดูดี ราคาคิดว่าถูกมากแล้ว
..
สรุป คือ ดร. นิเวศน์ ไปลงทุนเวียดนาม ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อาจจะได้ปันผลที่ดี แต่ว่าราคาหุ้นยังไม่เติบโต หุ้นที่อยากซื้อบางตัวติดเรื่องโควต้า ไม่อยากจ่าย Premium หุ้นบางตัว ไม่เข้าใจกฎระเบียบของประเทศเขาอย่างดีพอ บวกกับการที่เงินบาทแข็งมาก ก็ทำให้ผลตอบแทนไม่ดีเท่าที่ควร
..
แต่ ดร. มองว่าเป็นการจ่ายค่าเทอมเพื่อเรียนรู้ เพราะเชื่อมั่นว่าศักยภาพของเวียดนาม ทั้งคนในประเทศเอง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ มันเอื้อต่อการเติบโตอย่างมาก เศรษฐกิจจะยังโตแบบนี้ไปได้อีกเป็น 10-20 ปี ตอนนี้แค่รอเวลาเท่านั้น เพราะการที่เศรษฐกิจดีแบบนี้ คนจะไปทำงานทำธุรกิจหาเงินกันหมด ยังไม่เข้าตลาดหุ้นกัน รอซักพัก อาจจะมีการตั้งกองทุนเช่น สำรองเลี้ยงชีพ กองทุนต่าง ๆ มากขึ้น ตลาดก็น่าจะบูมขึ้นมาได้ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริง บริษัทที่เติบโตมาก ๆ กำไรดี ๆ มันจะมี Market Cap เล็ก ๆ แบบนี้ไม่ได้

=====================
.
** มุมมอง พี่เชาว์ ต่อตลาดเวียดนาม **
.
พี่เชาว์ เฉลิมเดช ลีวงศ์เจริญ เป็นนักลงทุนที่ออกไปลงทุนต่างประเทศเยอะมากทั้งสหรัฐฯ จีน เวียดนาม ศรัลังกา นิวซีแลนด์ ฯลฯ เขื่อมั้ยครับ ตลาดหุ้นปาปัวนิวกินี พี่เชาว์เองก็ยังไปศึกษาว่าน่าลงทุนมั้ย
..
พี่เชาว์ให้ข้อคิดว่า ทำไมหลายคนไปลงทุนต่างประเทศแล้วไม่ประสบความสำเร็จไว้น่าฟังมากแบบนี้
.
1. เพราะเราไม่รู้จริง คือ เราได้แต่อ่านจาก Research อ่านข่าว ซึ่งเป็น secondary sources แต่เราไม่ได้เข้าใจ หรือไปสัมผัสหุ้นตัวนั้นแบบคนท้องถิ่นจริง ๆ ถ้าพูดให้เห็นภาพ เหมือนที่เราเข้าใจว่าร้าน 7-11 เป็นยังไง จะเปิดได้แค่ไหน จะโตมากแค่ไหน หรือหุ้นอย่าง AOT เราก็เห็นภาพว่านักท่องเที่ยวมาเยอะแค่ไหน สนามบินเป็นยังไง แน่นขนาดไหน แต่ถ้าเป็นหุ้นต่างประเทศ เราอาจจะไม่ได้เห็นภาพชัดแบบนี้
.
2. พอไม่รู้จริง เราก็จะไม่กล้าลงเยอะ ถึงแม้จะคิดว่าเป็นหุ้นที่ดี ศึกษามาแล้ว แต่มันไม่ชัวร์เต็มร้อย ถึงราคาหุ้นมันจะเติบโต แต่ผลตอบแทนก็จะไม่เยอะเท่าที่ควร
.
3. ซื้อเฉพาะหุ้นที่รู้จัก ถ้าเป็นหุ้นแบบ Amazon, Google แบบนี้เราจะกล้าซื้อ เพราะเรารู้จักดี เราเห็น เราใช้บริการอยู่ แต่การซื้อหุ้นแบบนี้ ข้อเสียคือ ใคร ๆ ก็เห็น ใคร ๆ ก็อยากได้ ราคามันมักจะแพงไปแล้ว
.
4. หุ้นดีมีลิมิต ไม่เหลือมาถึงเรา ต้องยอมรับแบบนี้ว่า ตลาดเวียดนามมีข้อจำกัดเรื่อง Foreign Room กองทุนต่างชาติ อย่าง Dragon Capital หรือกองอื่น ๆ ที่เก่ง ๆ เค้าเข้ามาหมดแล้ว และซื้อหุ้นดี ๆ ที่เราอยากได้ไปหมดแล้ว ในเมื่อมันมีลิมิตจำกัดเพดานอยู่ เราก็อดซื้อหุ้นที่อยากได้
..
แต่พี่เชาว์ บอกว่า ตลาดหุ้นเวียดนามน่าสนใจเพราะ ถ้าย้อนไปดูสถิติหุ้น 10 เด้ง ใน 10 ปี ทั้งโลก มีอยู่ 3,000 กว่าบริษัท
.
อินเดีย มีเยอะที่สุด 4-500 บริษัท รองมาก็คือ สหรัฐอเมริกา ตามด้วยจีน
.
พี่เชาว์ บอกว่า ข้อสังเกต คือ เป็นประเทศที่โตเร็ว จากฐานที่ต่ำ และ เวียดนาม ก็เป็นประเทศที่น่าสนใจเพราะเศรษฐกิจเติบโตดี ราคาหุ้นลงมาจาก 1,200 ก็อาจจะเป็นช่วงจังหวะเวลาที่น่าสนใจ
..
โดยสรุปจาก ดร.นิเวศน์ และ พี่เชาว์ เราก็จะเห็นว่า เวียดนาม เป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตแน่ ๆ ประชากรอยู่ในวัยทำงานฮึกเหิม ทำธุรกิจก่อร่างสร้างตัวกัน หุ้นดีในตลาดมี แต่บางตัวติด Foreign Limit ซื้อไม่ได้ บางตัวเราไม่กล้าซื้อเพราะเราไม่ใช่คน Local ยังไม่เข้าใจ Consumer Insight หรือกฎระเบียบของประเทศดีพอ
..
==================
.
จากปัญหานี้ที่นักลงทุนหลายคนเจอ กองทุน SSI-SCA จึงได้อออกมาแก้ปัญหา โดยกองนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2014 เป็นกองทุนสัญชาติเวียดนาม ผู้จัดการกองทุนก็เป็นเวียดนาม ข้อดี คือ
.
1. สามารถซื้อหุ้นได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องของ Foreign Limit
2. ลงทุนแบบเน้นคุณค่า คือ ดูพื้นฐาน ดูกิจการบริษัท ขายเมื่อเต็มมูลค่า
3. ซื้อหุ้นที่กิจการเติบโตล้อไปกับอุตสาหกรรมของประเทศ
.
ตั้งแต่เปิดขายมาปี 2014 ผลตอบแทน 81% ใน 4 ปี ถ้าเฉลี่ยต่อปีก็ถือว่าสูงมากทีเดียว
.
เพื่อไม่ให้ยาวเกินไป เดี๋ยวตอนหน้าผมจะมาต่อถึงรายละเอียดเพิ่มเติมของกองทุนนี้นะครับ พร้อมทั้งภาพใหญ่ของประเทศเวียดนามในมุมมองของพี่อุ๋ม กัลชุญา กันต่อด้วยครับ
..
#เวียดนาม #SSISCA #วิตามินหุ้น