ไฮไลท์งานเปิดตัวกองทุน SSI-SCA ตอนที่ 2

“กองทุนหุ้นเวียดนาม ที่ลงทุนโดยคนเวียดนาม”
..
เกริ่นก่อนนะครับว่าบทความนี้ไม่ได้เป็น sponsor review ผมไปฟังมาเห็นว่าน่าสนใจ ได้เปิดมุมมองตลาดเวียดนาม และหลักการคิดในการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เลยอยากเอามาเล่าให้ฟังกัน

เรามาต่อจากเมื่อวานนี้ที่พูดถึงการลงทุนของ ดร. นิเวศน์ และพี่เชาว์ ในประเทศเวียดนาม ก่อนจะไปว่ากันถึงรายละเอียดของกองทุน SSI-CSA เรามาดูภาพใหญ่ของประเทศกันก่อนครับว่าน่าสนใจแค่ไหน

** มุมมอง พี่อุ๋ม ต่อตลาดเวียดนาม **
.
พี่อุ๋ม กัลป์ชุญา ศุขเทวา ผู้ที่มีพอร์ตการลงทุนต่างประเทศเป็นหลัก และเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หลักทรัพย์ Trinity ฉายภาพใหญ่ของประเทศเวียดนามว่ามีความน่าสนใจ 7 ประการ คือ
..
1. เศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด
.
GDP ของเวียดนามโต 7% สูงกว่าไทยที่โต 2-3% สิงคโปร์ 0.1% (จริง ๆ GDP ทั้งโลกก็อยู่ประมาณ 3%)
.
2. เงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าจำนวนมาก
.
หรือที่เรียกว่า FDI (Foreign Direct Investment) โดยประเทศที่มาลงทุนเยอะคือ ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ขับเคี่ยวกันมาตลอด แต่ปีนี้พี่จีน แซงขึ้นมา มีสัดส่วนการลงทุนเยอะสุดถึง 24% เหตุผลก็เพราะ Trade War ทำให้จีนต้องย้ายฐานการผลิต และประเทศอยู่ติดกัน ขับรถมาถึงได้ง่าย ใช้เวลา 1-2 เดือน ก็สร้างโรงงานได้แล้ว
.
3. ค่าแรงต่ำ
.
ค่าแรงเฉลี่ยอยู่ที่ 4.88 USD ต่อวัน เทียบกับเมืองไทยที่ 9.85 USD คือ ต่ำกว่ากันครึ่ง ๆ เลย ทำให้เป็นที่ดึงดูดเงินลงทุนของต่างชาติ FDI จึงเพิ่มขึ้นมาก
.
4. การส่งออกเติบโต
.
+13.8% คือ โตมาก ตลาดหลักคือ สหรัฐฯ จีน ยุโรป สินค้าส่งออกหลัก คือ มือถือ เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ความฉลาดของเวียดนาม คือ ไปเซ็นต์สัญญา FTA (Free Trade Agreement) กับทั่วโลกเลย ทำให้ได้ประโยชน์ทางภาษีเยอะ
.
5. ประชากรมีคุณภาพและเป็นคนรุ่นใหม่
.
ประชากร 97 ล้านคน 60% อยู่ในวัยทำงาน ค่าเฉลี่ยคือ อายุ 30.5 ปี กำลังอยู่ในช่วงเป็นหนุ่มเป็นสาวไฟแรงในการทำงาน และเป็นคนชนชั้นกลางกันมากขึ้น แปลว่าจะมีการจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้นนั่นเอง
.
6. มีการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน
.
เนื่องจากประเทศกำลังเติบโตเร็ว รัฐบาลก็จะมีโครงการต่าง ๆ ทั้งสนามบินแห่งใหม่ ทางด่วนเชื่อมภาคเหนือและ ถนน รถไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย

7. การเมืองนิ่ง
.
เพราะมีพรรคการเมืองเดียว เป็นรัฐบาลสังคมนิยม นโยบายต่อเนื่อง บวกกับมีบทลงโทษที่เด็ดขาด

ในมุมมองของตลาดหุ้น พี่อุ๋ม พูดประโยคนึงที่จริงมากว่า “เราไม่รู้ในสิ่งที่เราไม่รู้” ทำให้เรายากที่จะหนีจากหายนะได้ในบางครั้ง
.
ยกตัวอย่างเช่น หุ้น Yeah 1 เป็นหุ้นคล้าย ๆ กับ หุ้นเทคของเวียดนาม P/E 50 เท่า เข้ามาแรก ๆ ราคาก็ขึ้นดี แต่ผ่านไป Youtube มีการยกเลิก ทำให้ราคาร่วงลงมาเกินครึ่งในไม่กี่วัน ซึ่งถ้าไปถามกองทุนเวียดนาม เค้าก็จะไม่ซื้อหุ้นตัวนี้ตั้งแต่แรก เพราะประเมินคุณภาพและราคาแล้วไม่เหมาะสมกัน แต่ถ้าเราเป็นคนนอก เราอาจจะไม่รู้ คิดว่าเป็นหุ้นเทคที่ดีได้

======================
.
** SSI-SCA ตอบโจทย์อย่างไร **
.
กองทุนนี้เป็นกองทุนสัญชาติเวียดนาม บริหารโดย SSIAM กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม
มีผู้จัดการกองทุนเป็นคนเวียดนาม เพราะฉะนั้นข้อได้เปรียบคือ
.
1. ไม่ต้องเสีย Premium เวลาลงทุนในหุ้นที่ติด Foreign Limit หุ้นใหญ่ ๆ ดี ๆ ลงทุนได้หมด
.
2. ลงทุนแบบเน้นคุณค่า เป็นกองที่คัดเลือกหุ้นตามมูลค่า ดูการเติบโตของกิจการ หาหุ้นดี ราคาเหมาะสม เน้นลงทุนระยะยาว เค้าบอกว่า การที่เป็นคนเวียดนามทำให้เข้าใจกิจการได้แบบลึกซึ้งมากกว่าทั้ง Local Knowledge และ Consumer Insight
.
3. ลงทุนในอุตสาหกรรมที่ล้อไปกับเศรษฐกิจการเติบโตของประเทศ
..
** หุ้นในพอร์ตมีอะไรบ้าง **
.
27.8% Consumer Discretionary คือ เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ประเภทฟุ่มเฟือย เช่น มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า
19% Financial สถาบันการเงิน ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยสินเชื้อหลักของเวียดนามตอนนี้
10.6% Industrial
9.6% Materials
7.2% Real Estate
..
ถ้ามาดูเป็นหุ้นรายตัว จะมีรายชื่อหุ้นเหล่านี้
.
9.98% MWG หรือ Mobile World Investment
9% MBB หรือ Military Commercial Joint
8.31% HPG หรือ Hoa Phat Group
5.99% FPT หรือ FPT Corp
4.88% PHR หรือ Phuoc Hoa Rubber
..
=====================
.
พี่อุ๋มยกตัวอย่างให้ฟัง 3 บริษัท คือ
.
#MWG
.
เริ่มต้นด้วยการขายปลีกมือถือ (คล้าย ๆ ร้าน JMART) เป็นอันดับ 1 มีส่วนแบ่งการตลาด 47% และมีร้านมากถึง 1,879 สาขา ต่อมากลัวว่าตลาดจะอิ่มตัว จีงได้ขยับขยายธุรกิจมาขายเครื่องใช้ไฟฟ้า มี 869 สาขา และมาทำร้านสะดวกซื้อ มี 657 สาขา
..
MWG มีถึง 3 ธุรกิจที่หลากหลาย เป็นทั้งการกระจายความเสี่ยง และเป็นการหา S Curve ใหม่ในการเติบโตอยู่เรื่อย ๆ
หุ้นตัวนี้มี P/E 15 เท่า แต่ถ้าจะซื้อก็ต้อง Big Lot 500,000 – 1,000,000 หุ้น และเสีย premium ไม่ต่ำกว่า 20%
..
#MBB
.
เป็นหุ้นธนาคาร ที่ต้นทุนต่ำ เพราะมีสัดส่วนเงินฝากที่เป็นบัญชีเงินออมเยอะที่สุด (CASA Ratio)
มี Net Interest Income +25% และ Non Interest Income (ค่าธรรมเนียม) +38% และกำไรสุทธิ +29% คือโตมาก
หุ้นตัวนี้มี PE 6.8 เท่า ถ้าจะซื้อ ก็ต้องจ่าย Premium 20-30% เช่นกัน
.
#FPT
.
ทำธุรกิจ Software Outsourcing จับตลาดล่าง แล้วก็ยังทำเรื่องการศึกษา กับ Telecom อีก
ทำพวก Fiber Optic Broadband ต่าง ๆ
เป็นพาร์ทเนอร์กับ Microsoft, SAP, IBM
.
=====================
.
** ค่าธรรมเนียมเป็นอย่างไร **
..
• ค่าธรรมเนียมการซื้อ (Subscription Fee) 0.75% ถ้าซื้อน้อยกว่า 1 พันล้าน VND (ประมาณ 1.34 ล้านบาท)
• ค่าธรรมเนียมการขาย (Redemption Fee) 1.25% ถ้าถือน้อยกว่า 12 เดือน แต่ถ้าถือมากว่า 24 เดือน ไม่เสียเงิน
• ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.75% ต่อปี
• ค่าธรรมเนียมการดำเนินงาน (Administrative Fee) 1%
• เงินลงทุนขั้นต่ำ 100,000 บาท

คือ ถ้าคิดแบบเต็มแม็กซ์ โดยที่เงินเราน้อย ไม่ถึง 1.3 ล้านบาท ก็จะเสียค่าธรรมเนียม 4.75%
.
ถามว่าเยอะมั้ย ก็เยอะนะ แต่มี 2 ประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจ
.
1. ถ้าเราคิดว่านี่คือการลงทุนระยะยาว เราคงจะไม่ขายก่อน 2 ปี เป็นแบบนั้น เราจะไม่เสียค่า Redemption Fee ก็ตัดไปได้ 1.25% เหลือ 3.5%
.
2. ค่า Management Fee 1.75% อันนี้ต้องลองพิจารณาดูว่าคุ้มมั้ยกับการที่เขาไปวิเคราะห์หุ้นให้เรา (ซึ่งบางทีอาจจะไม่ได้เปลี่ยนหุ้นนะ เพราะตัวเดิมมันดีอยู่ แต่เค้าก็อัพเดตผลประกอบการให้) และไม่เสียค่า premium เวลาซื้อหุ้นที่เกิน Foreign Limit อีกประเด็นคือต้องไปเปรียบเทียบกับกองทุนอื่น เพราะบางกองเก็บค่าแรกเข้าต่ำ แต่ไปเก็บค่ารายปีโหด เช่น 3%
.
3. แล้วก็ต้องลองพิจารณาผลตอบแทนครับว่า ค่าธรรมเนียมเท่านี้ต่อปี กับผลตอบแทนที่ทำได้ คุ้มกันมั้ย ที่เค้าบอกว่า 4 ปี ทำได้ 81% แต่มันก็มีทั้งปีที่บวกและลบ คือ ปี 2014-2017 ดีมาก แต่ปี 2018 ติดลบ (คือลงทั้งตลาด) ปี 2019 ครึ่งปี กลับมาบวกได้แบบอ่อน ๆ แต่โดยภาพรวมแล้ว ก็ยังชนะหลาย ๆ ดัชนี หรือชนะ SET บ้านเราได้
.
4. เรื่องที่ต้องรู้ คือ เงินปันผล ไม่ได้จ่ายออกมานะครับ จะเอากลับไปลงทุนต่อ แปลว่า ถ้าเลือกถูกตัว มันก็จะต่อยอดได้เพิ่ม เป็นผลพลอยได้ในระยะยาว มากกว่า จ่ายออกมาให้เราใช้ตอนนี้
.
5. แล้วก็ค่าโอนเงินและปรับเปลี่ยนจากสกุลเงินบาทเป็นเวียดนาม อันนี้ไม่ได้มีระบุไว้ ต้องลองสอบถามกันดูกับทาง TRINITY ครับ
..
โดยสรุป กองทุน SSI-SCA จุดเด่น คือ การบริหารโดยผู้จัดการกองทุนเวียดนาม เราไม่เสียค่า premium เป็นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ต้องเชื่อมั่นในฝีมือของผู้บริหารว่าเลือกหุ้นถูกตัว และที่สำคัญคือต้องถือในระยะเวลาที่ยาวนานพอจึงจะเห็นผล ซึ่งแน่นอนว่าต้องพิจารณาค่าธรรมเนียมควบคู่กันไปด้วยครับว่าคุ้มค่าแค่ไหน
..
ใครสนใจลองพิจารณา ศึกษารายละเอียดกองทุนนี้ได้กับทาง TRINITY ครับ อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
.
#เวียดนาม #SSISCA #วิตามินหุ้น