แค่เริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่พ่ายแพ้

ผมหลงใหลในเสน่ห์จากปลายปากกาของพี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ เรียกได้ว่าเล่มไหนออก ซื้อทันทีโดยไม่ต้องเปิดดู หนังสือของพี่ตุ้มเป็นแบบนี้
..
1. เล่าเรื่องด้วยภาษาพูดง่าย ๆ แต่คมลึก และเต็มไปด้วยข้อคิด ไม่ฟุ้ง ไม่เวิ่นเว้อ จับต้องได้

2. หนังสือไม่หนา ย่อหน้าบ่อย เป็นเรื่องสั้นจากชีวิตจริง จบในตอน อ่านตอนรถติดแก้เบื่อก็ได้ อ่านก่อนนอนก็หลับฝันดี
.
3. ประยุกต์ใช้ในการลงทุนได้ พี่ตุ้มมักใบ้หุ้นเด็ดโดยไม่รู้ตัวอยู่บ่อย ๆ ผ่านแนวคิดของผู้บริหาร เช่น CBG, TKN ก่อนที่ราคาจะขึ้นมาเป็นเด้ง หรืออย่างในเล่มนี้เราก็จะเห็นบริษัทอย่าง JIB, Asset Wise, โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ที่ก็น่าติดตามไม่แพ้กัน

=================
.
หนังสือเล่มนี้บอกว่า “ชีวิต” คือ การวิ่งมาราธอนที่ไม่มีเส้นชัย”
.
ไม่มีชนะ ไม่มีแพ้ มีแต่การเปลี่ยนแปลง ชีวิตมีขึ้นมีลงเหมือนพระอาทิตย์
.
เราต้องลองเปลี่ยนมุมคิด มุมมองใหม่ ๆ ไม่ใช่อะไรก็แพ้ มันแค่ต้องเริ่มต้นใหม่ให้ได้ ก็แค่นั้น
ผมยกตัวอย่างเรื่องที่ชอบซัก 2-3 เรื่อง ครับ
..
** คาถาสู้ความทุกข์ **
.
พี่แอ้ พรวรินทร์ นุตราวงศ์ จากพยาบาลประจำห้องคลอดที่คอยบอกข่าวดีกับคุณพ่อและญาติ ๆ ต้องเปลี่ยนหน้าที่มาดูแลคนไข้โรคมะเร็ง และกลายมาเป็นบอกข่าวร้ายแทน
.
พี่แอ้ พยายามหามุมดี ๆ มาบอกคนไข้และญาติตลอดเวลา ถึงกระทั่งโทรไปหาคณบดี ขอใบรับปริญญาให้ลูกชายคนไข้ เพื่อมาถ่ายรูปพร้อมชุดครุยถึงโรงพยาบาล เล่นไพ่ดัมมี่กับคนไข้ที่หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต เพราะเป็นกิจกรรมที่คนไข้มีความสุขที่สุด
..
พี่แอ้บอกว่า คนมีความทุกข์ต้องการการรับฟัง อยากร้องไห้ก็ร้องเลย แต่ต้องลุกให้เร็ว ทุกข์ของเมื่อวานไม่ใช่ทุกข์ของวันนี้
.
แต่ถ้าสุดท้ายทำอะไรไม่ได้แล้วจริง ๆ
ให้ท่องคาถาว่า “ช่างแม่ง”
..
===============
.
** ทายอนาคต **
.
อาร์แซน เวนเกอร์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, แฟรงค์ แลมพาร์ด จะมองทั้งเพื่อนร่วมทีมและคู่แข่งตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะเวลาที่มีบอล ดูว่าแต่ละคนยืนตรงไหนเหมือนเป็นการแสกนเก็บข้อมูลและคอยอ่านสถานการณ์เป็น “ภาพในหัว” และ “จินตนาการ” ว่าบอลจะไปอยู่ตรงไหน จากนั้นก็วิ่งไปอยู่ตรงนั้น
..
เป็นการเห็น “โอกาส” และทาย “อนาคต” ที่กำลังจะเกิด
.
คนที่เก่งเรื่องการมองหาโอกาสที่สุดคือ “โซลชา” เพราะเขามองตลอดเวลาจากข้างสนามว่าใครกำลังทำอะไรอยู่ตรงไหน มองหาโอกาสตลอดเวลา เวลาถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม เขาจึงเป็น Super Sub ยิงประตูได้บ่อยครั้ง เพราะว่าคิดมาแล้วว่าต้องทำยังไง ต้องไปยืนตรงไหน
..
=============
.
เรื่องอื่น ๆ ที่ผมชอบก็อย่างเช่น คุณเล็ก กรมเชษฐ์ เจ้าของ Asset Wise อยากให้พนักงานสุขภาพดี จ่ายเงินให้พนักงาน 5,000 บาท ถ้าใครลงวิ่งมาราธอน 21 กิโลเมตร หรือแก้ปัญหาการมาสายด้วยโครงการเลี้ยงอาหารมื้อเช้า แต่ว่าต้องมาก่อน 8 โมง ไม่งั้นอาหารจะถูกเก็บ
.
คุณสุพจน์ ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง คลั่งไคล้ในธุรกิจร้านอาหารอย่างมาก พูดถึงแต่ละเมนูเหมือนลูกที่เลี้ยงมากับมือด้วยนัยน์ตาที่เป็นประกาย ไปต่างประเทศไปตามหามีดแกะหอยนางรม เวลาอยู่ที่ร้านก็คอยกวาดตาไปทั่วร้านดูว่ามีอะไรไม่ถูกใจก็จะลุกขึ้นมาจัดการโดยทันที เป็นการทำงานด้วยความหลงใหล
..
และยังมีเรื่องราวอื่น ๆ อีกมากมายที่น่าสนใจครับ ซึ่งผมมองว่าเราเอามาประยุกต์ใช้ในการลงทุนได้เป็นอย่างดี
.
ไม่ว่าจะเป็นความหลงใหลในการลงทุน เราหมกมุ่นมากพอหรือยังที่จะสำเร็จ
.
เราอ่านเกมส์ขาดแค่ไหนทั้งตอนมีหุ้นและไม่มีหุ้น เราเก็บข้อมูลมาทายอนาคตได้แม่นแค่ไหน
.
และสุดท้ายก็คงจะเป็น คาถาของพี่แอ้ ถ้าขาดทุนก็ยอมรับมัน ร้องไห้บ้างก็ได้ แต่ต้องรีบลุกให้ไว
ถ้าตัวไหนเจ็บหนัก ทนไม่ไหวแล้ว
ก็บ่นออกมาครับว่า “ช่างแม่ง”
.