เล่นหุ้นให้สำเร็จ ต้องทำให้แตกต่าง (ตอนที่ 2)

ตอนที่แล้ว เราคุยกันถึงภาคปฏิบัติว่า ทำอย่างไรไม่ให้ขาดทุนในการลงทุนหุ้น เราพูดไปแล้ว 4 ข้อด้วยกันนั่นก็คือ
..
1. ซื้อตอนภาพเบลอ ขายตอนภาพชัด
2. อย่าหวังจะซื้อต่ำสุด แล้วมาขายสูงสุด
3. รู้ว่าจะขายเท่าไหร่ ตั้งแต่ก่อนที่จะซื้อ
4. รีบตัดขาดทุนก่อนที่จะต้องขาดใจ

วันนี้เรามาต่อกันกับอีก 5 ข้อที่เหลือนะครับว่าจะมีวิธีการอะไรบ้าง
.
5. ถ้าเข้าไม่ทัน ก็ต้องปล่อยมันไป
.
หลายครั้งที่เรามัวแต่ทำการบ้าน หาข้อมูลให้ชัวร์ที่สุด ประเมินราคาให้แน่นอน ก่อนที่จะซื้อขายหุ้นซักตัวนึง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ดีและควรทำ แต่หลายครั้งอีกเช่นกันที่เราพบว่า หุ้นตัวที่เราสนใจราคามันวิ่งไปแล้ว เราเข้าไม่ทัน ประเมินมูลค่าในอนาคตแล้ว เราก็คิดว่ามันแพงไปจริง ๆ แต่ก็มีหลายคนที่คิดว่าอุตส่าห์ทำการบ้านมาแล้ว ชอบหุ้นตัวนี้มาก เลยตัดสินใจซื้อไป สุดท้ายก็เลยต้องทนติดดอย แม้ว่าหุ้นจะมีกำไรดีตามคาดก็ตาม แต่ราคามันได้สะท้อนมาหมดแล้ว
..
ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ต้องบอกตัวเองว่า เราเจอกันช้าไป น่าจะเจอกันมาตั้งนาน ก่อนที่หุ้นจะขึ้นไป ต้องปล่อยมันไป หรือไม่ก็จดไว้ใน watch list เผื่อว่าวันไหนมันลงมาแรง ๆ โดยพื้นฐานไม่เปลี่ยน ก็อาจจะเป็นโอกาสของเราได้อีกครั้งนึง
.
6. ลอกหุ้นเซียนได้ แต่ต้องต่อยอดให้เป็น
.
เรามั่นใจว่าเซียนหุ้นชื่อดังต้องเก่งกว่าเราแน่ ๆ ถ้าเขาลงทุนหุ้นตัวไหน แปลว่า เขาน่าจะศึกษามาแล้วเป็นอย่างดี ถ้าเราซื้อตามต้องได้กำไรชัวร์ เราเลยจัดเต็ม All in ซื้อตามพี่คนนั้น เสี่ยคนนี้ แต่บางครั้งผลลัพธ์กลับไม่เป็นแบบนั้น เราดันขาดทุนเละเทะก็มี เราก็งงว่าทำไม
..
ผมต้องบอกว่า จริง ๆ แล้ว เรารู้แต่ชื่อหุ้นว่าเซียนซื้อ แต่เราไม่รู้เหตุผลว่าเพราะอะไรถึงซื้อ เราไม่รู้ว่าเขาซื้อเยอะแค่ไหน เราไม่รู้ว่าเขาขายหรือยังด้วยซ้ำ หรือบางทีเซียนที่ว่าเก่งอาจจะบังเอิญมาผิดตัวนี้ก็ได้ (แต่ตัวอื่นเขาถูกและลงเงินเยอะกว่า เขาก็ไม่เจ็บตัว แต่เราดัน All in ก็เลยเจ็บหนัก)
..
ผมแนะนำว่าเราดูหุ้นที่คนเก่งๆ ซื้อได้นะครับ แต่เราต้องเอามาศึกษาต่อด้วยตัวเองเพิ่มเติมว่า มันดีจริงไหม พื้นฐานเป็นอย่างไร กำไรจะเติบโตได้มากแค่ไหน แล้วที่สำคัญราคาเหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่ อย่าลืมคิดว่าทุกคนสามารถผิดได้หมดไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ตาม หรือบางทีมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับหุ้นตัวนั้น เราก็จะได้ประเมินสถานการณ์ถูกว่าจะทำอย่างไรดี
.
7. อย่ากระจายความเสี่ยงในสิ่งที่เราไม่รู้
.
เราเคยได้ยินหลักการที่ว่า อย่าใส่ไข่หลายใบไว้ในตะกร้าเดียวกัน หรืออย่าซื้อไข่แค่ฟองเดียว เพราะมันเสี่ยงถ้าเกิดทำตะกร้าตก ไข่แตก พอร์ตเราก็พังทลายหมด ทำให้หลายคนลงทุนแบบกระจัดกระจาย เช่น ซื้อหุ้น 30-40 ตัว ในทุกอุตสาหกรรรม เพื่อกระจายความเสี่ยง แต่สุดท้ายก็ยังขาดทุนอยู่ดี
.
โดยส่วนตัวผมคิดว่า กระจายความเสี่ยงเป็นเรื่องที่ดี แต่เราต้องรู้จักหุ้นที่เราจะลงทุนด้วย เพราะถ้าเราไม่เข้าใจ แต่ดันไปซื้อหุ้นปิโตรเคมี หุ้น commodity หุ้นโรงกลั่น อะไรต่าง ๆ เต็มพอร์ตไปหมด โดยที่เราไม่เข้าใจธุรกิจของเขาเลย ก็ไม่ต่างจากการที่เราหว่านแหลงไปในทะเลแล้วหวังว่าจะได้ปลามากมายกลับเข้ามา บางทีอาจได้แต่ปลาเล็ก หรือบางทีแหอาจจะไปเกี่ยวโขดหินจนขาดไม่ได้ปลาเลยซักตัวก็ได้
.
8. อย่ามัวแต่วางแผน ต้องกล้ากดซื้อขายด้วย
.
บางคนเป็นนะ วางแผนเก่ง เขียนบนกระดาษจะซื้อหุ้นตัวนั้นตัวนี้ในราคากี่บาท จะขายกี่บาท เทรดในกระดาษเปล่าได้กำไรเป็นหลายสิบเปอร์เซ็นต์ แต่พอมาลงทุนจริง ใช้เงินจริง เริ่มกดซื้อขายกลับไม่กล้า เพราะมันมีความกดดัน กลัวว่าจะขาดทุนเข้าจริง ๆ หลายครั้งไม่กล้ากดคำสังซื้อ ก็ทำให้โอกาสดี ๆ หลุดลอยไป

ถ้าเป็นมือใหม่ ผมแนะนำให้เริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อย ๆ ก่อน หลักพันบาทก็ได้ ซื้อขายจริงไปเลย เพื่อที่จะได้รับรู้รสชาติของกำไรหรือขาดทุน รับรู้ความรู้สึกติดดอยเป็นอย่างไร ลองทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด แล้วจดบันทึกบทเรียนหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเอาไว้ เพื่อที่จะได้ปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อไป
..
9. Unrealized profit ไม่มีอยู่จริง
.
ปัญหาคลาสสิกที่หลายคนเจอเลยคือ บางวันกำไรเยอะมากขึ้นมาหลายสิบเปอร์เซ็นต์ เดินยิ้มด้วยความดีใจ แต่วันต่อมาหุ้นตก กำไรเหลือแค่ 5% เราเริ่มยิ้มไม่ออก ด้วยความเสียดายว่ากำไรที่เห็นเมื่อวานมันหายไปแล้ว พออีกวันนึงราคาหุ้นลงต่ออีก ตอนนี้กลับมาเท่าทุนแล้ว เครียดมาก
..
ผมอยากจะบอกว่า unrealized profit ที่เราเห็นในพอร์ต มันไม่ใช่เงินจริง ๆ ที่เราจะเอาออกมาใช้ได้ ถ้าเราไม่ได้ขายหุ้น เพราะฉะนั้น เราอย่าไปยึดติด ดีใจ เสียใจกับตัวเลขมากนัก แต่ว่าสิ่งที่เราควรทำมากกว่า คือ แผนการที่เราวางไว้ว่า ถ้าหุ้นมาถึงราคานี้ เราจะทำอย่างไร ถ้าหุ้นลงล่ะ เราจะขายมั้ย ถ้าเราทำได้ตามแผน ตัวเลขนั้นก็จะกลายมาเป็น realized profit ที่เราต้องการนั่นเอง
.
และนี่ก็คือหลักปฏิบัติทั้ง 9 ข้อ ที่อยากให้ทุกคนลองเอาไปปรับใช้ในชีวิตจริงกันดูนะครับ เพราะบางครั้งทฤษฎีที่เราเรียนกันมาแน่นปึ้ก พอมาถึงภาคปฏิบัติจริงมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด ขอให้ทุกคนโชคดี มีกำไรกันถ้วนหน้า
.
#เล่นหุ้นให้สำเร็จต้องทำให้แตกต่าง #วิตามินหุ้น