เลือกหุ้น mai ที่ใช่สไตล์ Jitta Fintech ตอนที่ 2

มาต่อกันกับหุ้นอีกตัวที่คัดมาจาก Jitta ด้วยหลักการ Growth และ Dividend นะครับ นั่นก็คือ หุ้น TNP ร้านค้าปลีกท้องถิ่นประจำจังหวัดเชียงราย
.
** TNP ทำธุรกิจอะไร **
.
ธนพิริยะ เป็นร้านค้าปลีก กึ่ง ๆ ร้านสะดวกซื้อ กึ่ง ๆ ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านใหญ่พอสมควร เน้นขายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก แต่ไม่ได้ขายของกินพร้อมทานอิ่มสะดวกเหมือน 7-11 ขายของถูกได้เพราะซื้อสินค้าจาก supplier ล็อตใหญ่ มีจ่ายเงินสดด้วย ทำให้ได้ส่วนลด และได้ค่าสนับสนุนเมื่อทำเป้าถึง

ปัจจุบันมี 25 สาขา (มีขายส่ง 1 สาขา) 22 สาขาในเชียงราย 3 สาขาในพะเยา (ปีนี้เพิ่งเปิด 1 สาขา เมื่อ Q2) สัดส่วนยอดขาย 86% ค้าปลีก 14% ขายส่ง เน้นขายปลีกมากกว่าเพราะมาร์จิ้นสูงกว่าอยู่ที่ 12-13% (ขายส่งมาร์จิ้นต่ำกว่า 10%)
.
** ผลประกอบการของ TNP เป็นอย่างไร **
.
ปี 2016 รายได้ 1,448 ล้านบาท กำไรสุทธิ 56 ล้านบาท (GPM 12.7% และ NPM 3.8%)
ปี 2017 รายได้ 1,598 ล้านบาท กำไรสุทธิ 61 ล้านบาท (GPM 13.3% และ NPM 3.8%)
ปี 2018 รายได้ 1,769 ล้านบาท กำไรสุทธิ 65 ล้านบาท (GPM 13.8% และ NPM 3.7%)
..
Q1’18 รายได้ 422 ล้านบาท กำไรสุทธิ 15.7 ล้านบาท (GPM 13.8% และ NPM 3.7%)
Q1’19 รายได้ 462 ล้านบาท กำไรสุทธิ 15.9 ล้านบาท (GPM 13.8% และ NPM 3.4%)
.
รายได้เติบโตสม่ำเสมอประมาณ 10% ต่อปี หลัก ๆ มาจากการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่มีข้อสังเกตแบบนี้ครับ
.
• SSSG หรือยอดขายร้านเดิมติดลบ เป็นไปได้ว่าร้านใหม่เปิดแต่ในเชียงรายเป็นหลัก มีการกินกันเองกับร้านเดิม
.
• จำนวนบิลไม่เพิ่ม แปลว่า ลูกค้าอาจจะไม่ได้เข้าร้านเพิ่ม ทั้ง ๆ ที่มีร้านธงฟ้าเปิดถึง 18 ร้าน
.
• ยอดซื้อต่อบิลลดลง คือ ลูกค้าเท่าเดิม แถมยังซื้อของถูกลงอีก อาจเพราะลดราคาให้เยอะไปหรือเปล่า
..
นั่นเท่ากับว่า ถ้าปีไหน TNP ไม่ได้เปิดสาขา หรือเปิดน้อย ยอดขายอาจจะลดลงได้ ถ้าดูตามแผน ปีนี้เปิดไปแล้ว 1 สาขาที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา และจะเปิดอีก 4 สาขา ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน ทั้งในเชียงราย พะเยา และเชียงใหม่ (อันนี้น่าสนใจที่จะไปเปิดเชียงใหม่ด้วย ไม่ง่าย แต่ถ้าทำได้ดีทั้งยอดขาย และควบคุมต้นทุน จะดีมาก)
.
ในส่วนของกำไร เติบโตเช่นกัน แต่ว่าไม่ได้โตในอัตราเดียวกับรายได้ ถ้าเราดูที่ GPM จะพบว่า เพิ่มได้ตลอดตอนนี้อยู่ที่ 13.8% แปลว่า ต้นทุนขายไม่ใช่ปัญหา แต่ NPM ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ปีละนิดละหน่อย หลัก ๆ ก็มาจากค่าเสื่อมศูนย์กระจายสินค้า ที่ตอนนี้ใช้ capacity ไปแล้ว 50-60% ซึ่งจะเพิ่มได้ก็ต้องมาจากการขยายสาขาที่มากขึ้น และให้รายได้ชนะค่าเสื่อมให้ได้ ถ้าดูค่าเสื่อมย้อนหลังเป็นแบบนี้
.
ปี 2016 ค่าเสื่อม 18 ล้านบาท
ปี 2017 ค่าเสื่อม 26 ล้านบาท
ปี 2018 ค่าเสื่อม 34 ล้านบาท
.
..
=======================
.
** เงินปันผลดีแค่ไหน **
.
ปี 2016 จ่ายเงินปันผล 0.03 บาท
ปี 2017 จ่ายเงินปันผล 0.03 บาท
ปี 2018 จ่ายเงินปันผล 0.035 บาท

..
ปันผลจ่ายพอ ๆ กันทุกปี ถ้าคิดที่ราคาล่าสุด 1.47 บาท ก็จะได้ yield 2.4% ถามว่าสูงมั้ย คือ สูงกว่า CPALL ที่จ่าย 1.5% และพอ ๆ กับ MAKRO ที่จ่าย 2.5%
.
ประเด็นที่น่าสนใจน่าจะเป็นเรื่องของราคาที่ลงมาค่อนข้างเยอะจากในอดีต คือ
ปี 2016 ราคาหุ้นสิ้นปี 3.36 บาท P/E 48 เท่า
ปี 2017 ราคาหุ้นสิ้นปี 2.68 บาท P/E 35 เท่า
ปี 2018 ราคาหุ้นสิ้นปี 1.36 บาท P/E 17 เท่า
17 กรกฎาคม 2562 ราคาหุ้น 1.47 บาท P/E 18 เท่า
..
ถ้ามองนย้อนกลับไป 3 ปีที่แล้ว ต้องบอกว่าตลาดให้ความคาดหวังค่อนข้างมากกับ TNP โดยให้ P/E ถึงเกือบ 50 เท่า ซึ่งมากกว่า CPALL ที่มี P/E 30-40 เท่า ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วก็ต้องบอกว่า มันเป็นไปไม่ได้ แต่วันนั้นตลาดอาจจะให้ค่าว่า TNP สามารถขยายสาขาไปได้อีกมาก จะใช้กลยุทธ์แบบป่าล้อมเมือง อะไรแบบนั้น
..
วันนี้ TNP กลับมาสู่โลกความเป็นจริงตามผลประกอบการอีกครั้งด้วยราคาบาทกว่า ๆ P/E ไม่ถึง 20 เท่า จ่ายปันผล 2.4% ขยายสาขาปีละ 5 แห่ง กำลังจะบุกเชียงใหม่ แต่สาขาเดิมยังมีปัญหาเรื่อง SSSG และยอดซื้ออยู่ ก็ต้องลองประเมินมูลค่ากันดูครับว่าน่าสนใจแค่ไหน เราจะซื้อเพราะราคาถูกไป หรือซื้อเพราะคิดว่าจะเติบโต หรือจะไม่ซื้อ ลองพิจารณากันครับ
.
#mai #Jitta #TNP #วิตามินหุ้น