คุณฮง กลับมาแล้ว
.
เราไม่ได้เห็นคุณฮง สถาพร งามเรืองพงศ์ ให้สัมภาษณ์มาหลายปี ล่าสุดครับคุณฮงมาออกรายการ Money Chat ซึ่งได้ให้ปรัชญาการลงทุนที่น่าสนใจไว้มาก ๆ ผมเลยขอบันทึกไว้เรียนรู้ 10 ข้อ (คิดว่าเดี๋ยวคงมีตอนที่ 2 ออกมาอีก)

1. เปรียบเทียบความคุ้มค่าของตลาดหุ้น
.
ความหอมหวนในตลาดหุ้นคุ้มค่ากับความเสี่ยงมากให้เราอดทนพอหรือเปล่า สมัยก่อนต้มยำกุ้งดอกเบี้ยเงินฝาก 10 กว่าเปอร์เซ็นต์อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ตอนนี้ดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปี อยู่ที่ 1.5% การลงทุนในหุ้นก็อาจจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าทางเลือกอื่น
.
2. รู้จักตลาดหุ้นให้มากพอ
.
ขนาดเราไปเที่ยวยังต้องเตรียมตัว แล้วทำไมเวลาลงทุนเราไม่เตรียมตัว
ต้องเข้าใจว่าตลาดในระยะยาวให้อะไรกับเรา ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทน 9% (ดัชนีหุ้นขึ้น 6% และเงินปันผล 3%) เราจะอยากลงทุนช่วงต้นปีที่ตลาดขึ้นมา 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่มันเป็นช่วงที่ไม่น่าลงทุน นอกจากมองระยะยาวจริง ๆ
.
ต้องศึกษาประวัติศาสตร์ เช่น ช่วงต้มยำกุ้ง ตลาดมี P/E 4-5 เท่า Sub Prime เหลือ 6-7 เท่า ช่วงฟองสบู่มาก ๆ เคยสูงถึง 30 เท่า เราจะได้เข้าใจว่าตอนนี้เราอยู่จุดไหน แล้วไปเทียบกับผลตอบแทนที่ได้จากทางเลือกอื่น
..
3. เตรียมเงินในส่วนไม่ต้องใช้ไว้ 3 ปี
.
มีช่วงนึงคุณฮงเอาเงินไปลงทุน เหลือไว้ใช้แค่ 2 เดือน แล้วตลาดหุ้นลง ต้องให้แม่ขายทองแท่งเพื่อหมุนเงินไว้ใช้ก่อน ซึ่งอาจจะไม่ได้ขายในราคาที่ดีที่สุด เหมือนบางคนที่เครียดจัดเพราะการลงทุนที่ไม่เผื่ออะไรไว้เลย เผื่อไว้อย่างเดียวคือ เผื่อว่าหุ้นจะขึ้น ซึ่งทำให้เครียดมาก บางทีตลาดมันลงแรงแล้วมันค้างอยู่ข้างล่างได้เป็นปี เงินไม่พอใช้ต้องยอมขายหุ้นราคาถูกออกมา
.
คนที่จะเข้ามาลงทุนต้องพูดถึงเรื่องการ “เตรียมตัว” อย่างไร มากกว่าพูดถึงว่าเจอแบบนี้แล้วจะ “ทำใจ” อย่างไร
.
4. ลงทุนด้วยพื้นฐาน 99% เพราะพอร์ตใหญ่
.
เมื่อก่อนตอนพอร์ตไม่กี่ล้าน ดูเทคนิคคอลได้ ซื้อตอนเบรค ตอนกราฟสวย แต่ว่าพอเม็ดเงินลงทุนเยอะขึ้น พอราคาทะลุคนก็แย่งกันซื้อ เราก็ซื้อได้น้อย หรือรอขายตอนราคาหลุด ก็ไม่ได้ปริมาณ ทำให้ต้องดูพื้นฐานอย่างเดียว
.
5. ซื้อหุ้นที่ไม่ล้มหายตายจาก ไม่ใช่แค่ลมปาก
.
เช่น โรงไฟฟ้ามีสัญญาณซื้อขายไฟล่วงหน้า โรงพยาบาล เลือกกิจการที่มีความปลอดภัยพอ ๆ หรือมากกว่าการฝากเงิน ไม่ใช่แค่กิจการที่ผู้บริหารเอาแต่พูดว่าจะทำโครงการนั้นโครงการนี้ เป็นหลักเหตุและผลว่าหุ้นที่เราเลือกจะอยู่รอดได้
.
6. จุดที่อันตรายที่สุด คือ จุดที่มั่นใจที่สุด
.
ช่วงปี 2554 หลังจากคุณฮงได้กำไร PTL มาก ก็มั่นใจตัวเองมากเกินไป ลงทุนหุ้นหลักทรัพย์ตัวนึงที่มีโวลุ่มเทรดเยอะ เก็งว่าจะจ่ายปันผลเยอะช่วงนึง แล้วจะมีคนมาไล่ราคา ซึ่งออกนอกแนวทางการลงทุนของตัวเองที่ต้องดูกระแสเงินสด หนี้สิน การขยายกิจการ ทำให้ได้บทเรียน พอผิดพลาดก็เขียนใส่กระดาษ เขียนซ้ำ ๆ ติดไว้ที่กระจก พอตื่นมาก็จะได้ดู เพื่อให้ซึมซับแล้วจะไม่ทำแบบนั้นอีก
.
7. ลงทุนแบบมี Margin of Safety
.
Benjamin Graham กล่าวว่า “ถ้าลงทุนแล้วคาดหวังให้อนาคตมีกำไร แปลว่า มันไม่ได้มี Margin of Safety”
.
คุณฮงเสริมว่า “ให้ลงทุนในจุดที่ ถึงแม้ว่าอนาคตยังไม่ดีเท่าไหร่ เราก็ยังไม่ขาดทุน”
ส่วนการลงทุนที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ไม่ดี คือ การลงทุนที่คนคาดหวังกันเยอะ
.
8. ผู้บริหารต้อง เก่ง ซื่อสัตย์ และมีไฟ
.
• ความเก่ง ดูได้จากงบการเงิน มี ROE สูงกว่า หรือเจอสถานการณ์ไม่ดีก็จัดการได้
• ความซื่อสัตย์ ดูได้จากไม่มีประวัติเสียหาย ไม่ได้พูดโอเวอร์ ค่าใช้จ่ายของบริษัทเทียบกับเพื่อนในอุตสาหกรรมแล้วต่ำกว่ามั้ยถ้าลงทุนแบบเดียวกัน ถ้าขยายกำลังการผลิตเท่ากันแต่ใช้เงินเยอะกว่าก็อาจจะไม่ซื่อสัตย์
• ความมีไฟ ฟังคนพูดเราก็พอสัมผัสได้
.
แต่ให้ระวัง ผู้บริหารที่มีไฟ ซื่อสัตย์ แต่ไม่ฉลาด เพราะความคิดอาจจะไม่คมพอ โครงการนึงล้มไป หาโครงการใหม่มาก็ไม่สำเร็จอีก
.
9. ลงแรงกับอะไรที่คุ้มค่า
.
เมื่อก่อนคุณฮงขยันมากอ่านวันละ 8-9 ชั่วโมง อ่านทุกอย่าง แต่ตอนนี้เลือกดูว่า บริษัทที่ควบคุมอะไรไม่ได้ เช่น พืชผลทางการเกษตร บริษัทที่จะถูก Disrupt ก็จะไม่เสียเวลาอ่าน เพราะยังไงก็โดน Disrupt อยู่ดี ก็จะไม่อ่านเลย
.
10. กิจการที่มีเสน่ห์ คือ เติบโตโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเยอะ
.
กิจการหลายอย่างเติบโตแต่ต้องเพิ่มทุน ต้องกู้เยอะ เราอยากลงทุนในกิจการที่ได้กระแสเงินสดเยอะโดยไม่ต้องลงทุนมากได้ มั่นใจว่า Top Line โตได้แน่ คุมความเสี่ยงได้
..
ใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้จาก Link นี้เลยครับ แต่คิดว่ายังไม่จบเท่านี้นะ เดี๋ยวคงจะมีตอนต่อไปให้ติดตามรับชมกันอีกครับ
.
https://www.youtube.com/watch?v=8U_cc3q5Q5w
.
#สถาพรงามเรืองพงศ์ #ฮง #เซียนหุ้นอัจฉริยะ #วิตามินหุ้น