หลักการลงทุนเซียนหุ้นอัจฉริยะ … สถาพร งามเรืองพงศ์

เมื่อคืนนั่งดูน้องเคน PV Trader กับ อ็อฟ ซั่มหุ้น LIVE เรื่องแนวคิดการลงทุนของคุณฮง สถาพร หนึ่งในไอดอลการลงทุนของผม เลยไปนั่งอ่านบทความ ดูสัมภาษณ์ ดู facebook คุณฮง อีกรอบ ขอแกะหลักการลงทุนตามความเข้าใจแบบนี้นะครับ

1. ความเข้าใจธุรกิจ คือปัจจัยสำคัญที่สุด
.
Key ของความสำเร็จในแนวทางการลงทุนของคุณฮง คือ “การเข้าใจตัวธุรกิจ” เข้าใจธรรมชาติของแต่ละธุรกิจให้มากที่สุดเพราะธุรกิจแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน บางธุรกิจต้นทุนคงที่สูง บางอย่างต้นทุนคงที่ต่ำ บางอย่างลงทุนสูง บางอย่างลงทุนต่ำ บางธุรกิจต้นทุนผันผวน บางธุรกิจราคาขายผันผวน เรื่องนี้เป็นงานที่ยาก แต่เป็นงานที่ทำแล้วคุ้มค่า
.
ส่วน “งบการเงิน” เป็นเรื่องสำคัญรองลงมา เช่น บางธุรกิจอยู่ในช่วงลงทุนหรือยังใช้กำลังการผลิตไม่ถึงจุดคุ้มทุน แม้งบจะยังไม่ดี แต่อนาคตงบจะดีขึ้น ถ้าเราเข้าใจธุรกิจก็จะเห็นโอกาส
.
อีกเรื่องที่สำคัญมาก ๆ คือ ปัจจัยทางจิตวิทยา เพราะตลาดหุ้นประกอบไปด้วยมนุษย์ ซึ่งเป็นผู้เต็มไปด้วยความกลัว ความโลภ บางทีเวลาคนกลัวหุ้นที่มีข่าวร้ายเลยขายไม่มีเหตุผล ถ้าเราเป็นคนที่มีเหตุผลท่ามกลางคนใช้อารมณ์เราก็สามารถซื้อหุ้นที่ราคาต่ำ ๆ ได้
.
2. ซื้อ “กบ” ในราคาที่ยังไม่เป็น “เจ้าชาย”
.
คือ ถ้าเราไปเจอหุ้นตัวนึงที่ใคร ๆ ก็เห็นแล้วว่าดี ราคาขึ้นไปแล้ว เหมือนกบที่โดนจูบจนเป็นเจ้าชาย อย่างนี้ไม่ควรทำเพราะมันแพง ควรซื้อหุ้นตอนที่ยังเป็นกบ นั่นคือ Forward P/E ไม่เกิน 15 เท่า
.
3. กำไรสุทธิเติบโตปีละ 26% ตลอด 3 ปีข้างหน้า
.
เพราะว่าการเติบโต 26% ผ่านไป 3 ปี ธุรกิจนั้นจะมีกำไรเติบโตเพิ่มจากวันนี้ 1 เท่าตัว
.
4. เงินปันผลไม่น้อยกว่า 4-5% ต่อปี
.
ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าลงทุนเพื่อเก็บกินปันผล แต่ความหมายมันลึกซึ้งมาก เพราะต่อเนื่องมาจากกำไรโตเท่าตัวใน 3 ปี เท่ากับว่าเงินปันผลโตเท่าตัวจาก 5% เป็น 10% เช่นกัน และถ้าตลาดพอใจกับปันผลที่ 5% อยู่แล้ว ราคาหุ้นมันต้องวิ่งขึ้นมาเพื่อทำให้เงินปันผลมันลดลงไปอยู่ในจุดที่ตลาดคาดหวัง
.
5. ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านคุณภาพให้มาก
.
คือ ไม่ได้มองแค่ Ratio ในปัจจุบันเพียงอย่างเดียว เช่น หุ้นบางตัวมาร์จิ้นสูงวันนี้เพราะไม่มีคู่แข่ง แต่ถ้าธุรกิจไม่แข็งแกร่งจริง พอคู่แข่งเข้ามาเยอะ ก็ทำให้มาร์จิ้นลดลงได้ หรือบางบริษัทเห็นยอดขายโตเร็ว คิดว่าโตต่อเนื่อง แต่เกิดจากการที่ product บางตัวดี แต่เราไม่เข้าใจดีพอ แล้วกำไรไม่ได้มาต่อเนื่องก็ทำให้การโตไม่ยั่งยืนได้

คุณฮงบอกว่า ยอมตกรถถ้าหาข้อมูลคุณภาพได้ไม่มากพอ หุ้นที่มีคุณภาพดีนั้น ถ้าเราซื้อผิดราคาถึงจะติดหุ้นสุดท้ายหุ้นก็มีนิวไฮเมื่อบริษัทโตต่อเนื่อง แต่หุ้นคุณภาพแย่ๆ ที่เราไปซื้อที่จุดพีคของธุรกิจ หลายครั้งเราจะไม่มีทางได้ลงดอยเลย
.
6. Cut Loss ไม่ใช่ความพ่ายแพ้
.
บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่า ถนนที่เราเดินไปข้างหน้ามันมีหลุมมีบ่อ จนกระทั่งเราเดินไปถึงมัน ให้ยอมรับความผิดพลาดที่เราคิดผิด ยอมแพ้ในการรบที่ไปตีเมืองเล็ก ๆ ได้ แต่ต้องมาชนะในสงครามใหญ่ ให้มองว่าการ cut loss ไม่ใช่ว่าเราพ่ายแพ้ แต่เป็นการดึงสติเรากลับคืนมา ว่าสิ่งที่เราลงทุน ที่เราประเมินไปมันผิดตรงไหน แล้วก็จดไว้ อย่าไปทำแบบเดิมซ้ำ
.
7. ใช้ Margin ด้วยความเข้าใจ
.
การใช้ margin เหมือนการใช้มีด ที่คุณต้องรู้ว่าด้านนึงใช้ทำอาหารได้ แต่อีกด้านก็บาดมือได้เช่นกัน เพราะเวลาหุ้นลงมาเยอะ ๆ อาจหมดตัวได้ ถึงแม้ว่าในระยะยาวหุ้นตัวนั้นจะขึ้นได้ แต่ถ้าระยะสั้นมันลงมาเยอะ เราอยู่ในสภาพที่กดดันเพราะเป็นเงินที่กู้มา ก็อาจต้องยอมขาย คุณฮงบอกว่าควรมีประสบการณ์ซัก 10 ปี เพราะจะได้ผ่านช่วงเวลาที่ตลาดทั้งดีและร้ายมาแล้ว สภาพจิตใจจะได้รับไหว
.
8. ทัศนคติ “ไม่ยอมแพ้”
.
เข้าตลาดมาแรก ๆ คุณฮง ก็ขาดทุนเยอะ มีความท้อ เคยถามตัวเองว่าเหมาะกับตลาดหุ้นหรือเปล่า หลายครั้งได้กำลังใจจากเพื่อนที่เชื่อมั่นเรา บอกว่าเราเก่ง เรามีความสามารถ เราขยัน เราทำได้ ทำให้ไม่ยอมแพ้ ไม่เลิกทำ ทำให้กลับมาได้ คุณฮงพูดไว้แบบนี้
.
“คนเราไม่มีล้มเหลว มีแต่ล้มเลิก อึดเข้าไว้รอจนกว่าจะถึงเวลาที่ความทุ่มเทของเราออกดอกออกผลดีกว่าครับ ถ้าคนเราพยายามจริง ๆ ยังไงก็ต้องมีวันของเราครับ”
.
9. ไม่ขอผลลัพธ์มากกว่าคนอื่น ถ้าไม่พยายามมากกว่าคนอื่น
.
ตลาดหุ้นเป็นตลาดที่แฟร์ ถ้าเรามีความพยายามที่มากพอ คือ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้ามาในตลาด แล้วอยากได้กำไรก้อนใหญ่โดยทีไม่พยายามศึกษาหาความรู้อะไรเลย
.
สิ่งที่จำเป็นมากที่ต้องมีเพื่อจะประสบความสำเร็จน่าจะเป็น “การกระหายในความรู้แบบสุดๆ” เพื่อสร้าง “กรอบความรู้ทางการลงทุนที่มากพอ” เหมือนเล่นเกมส์ มาถึงบอกว่าจะไปฆ่าบอสใหญ่ เลเวลอ่อน อาวุธอ่อน ไปก็มีแต่โดนฆ่า บอสใหญ่ก็เหมือนผลตอบแทนสูงๆ ถ้าเราไม่มีความรู้มากพอก็ฆ่ามันไม่ได้ ช่วงแรกๆเก็บเลเวลอย่างเดียว อย่างเพิ่งหวังผลเลิศ เมื่อเราเลเวลสูงมากพอ จะฆ่าบอสเมื่อไหร่ก็ไม่ใช่ปัญหา
..