ส่งออกเดือนสิงหายังไม่ฟื้น

มูลค่าการส่งออกเดือนสิงหา -4% ถ้าหักทองคำและน้ำมัน -7.3%
ถ้ารวม 8 เดือนแรกของปีนี้ก็ -2.2% หักทองคำและน้ำมัน -2.8%
.
8 เดือนแรก มีแค่ 2 ประเทศที่เราส่งออกเพิ่มขึ้นคือ สหรัฐฯ และอินเดีย ที่เหลือติดลบหมด

สาเหตุหลัก คือ Trade War และค่าเงินบาทแข็ง แต่นอกจากนี้ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ มากระทบด้วย เช่น
..
• ข้าว ราคาสู้ประเทศอื่นไม่ได้ และจีนมีสต็อคเยอะ รัฐบาลเอาข้าวเก่ามาประมูล Q3 น่าจะกระทบมากกว่านี้อีก
• มันสำปะหลัง มีปัญหาโรคใบด่าง ทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพไม่ดี
• เครื่องดื่ม ตลาดจีนชะลอตัว ตลาดเวียดนามมีทำ EVFTA กับ EU ทำให้ไปซื้อของทางนั้นมากขึ้น แต่เครื่องดื่มยังขายดีในกัมพูชาอยู่ (ก็พวก OISHI, ICHI, CBG)
• คอมพิวเตอร์ รถยนต์ แผงวงจรไฟฟ้า ไม่ต้องพูดถึง ยังแย่เหมือนเดิม
..
=====================
..
สินค้าที่ยังเห็นทิศทางว่าขายดีมีเหลือแค่ 4 ประเภท นั่นก็คือ
.
1. ผัก ผลไม้สด แช่แข็งและบรรจุกระป๋อง ที่ขายดีคือ ทุเรียนและมังคุด (บริษัทในตลาดดูไม่ค่อยมีเทา่ไหร่)
2. ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป ขายดีขึ้นเพราะว่าได้สิทธิ์ประโยชน์ภาษีอาเซียน-จีน และช่วงนี้มีโรคอหิวาต์แอฟริกาสุกรในจีน ทำให้คนกินไก่แทนหมู (แต่บริษัทในตลาดก็ขายทั้งไก่และหมูนะ ต้องดูดี ๆ)
3. รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ขายไปจีนและกัมพูชาเยอะ
4. อัญมณีและเครื่องประดับ เช่น พลอย ขายดี แต่ก็จะเริ่มชะลอตัวลงเพราะบาทแข็ง (หุ้นเครื่องประดับบางตัวขายดี แต่ลูกค้าคือคนไทยเป็นหลัก)

หลายคนอาจคิดว่า เงินบาทแข็ง เราน่าจะนำเข้าเยอะขึ้น แต่จริงๆ ไม่ใช่
.
8 เดือนแรก การนำเข้า -3.6% ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทุน เชื้อเพลิง วัตถุดิบต่าง ๆ ก็ลดลงหมด
.
นั่นแปลว่า เศรษฐกิจไม่ขยายตัว ส่งออกไม่ดี การบริโภคในประเทศก็ช่วยได้ไม่พอ ไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้าปัจจัยการผลิตเพิ่มเติมเข้ามามากมาย ทำให้เกินดุลการค้าประมาณ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
..
การที่เราเห็นตัวเลขเกินดุลการค้า เงินสำรองเยอะ หนี้สาธารณะต่ำ นัยหนึ่งอาจมองว่ามั่นคง แต่อีกนัยหนึ่งก็อาจมองได้เช่นกันว่าเศรษฐกิจมันไม่ขยายตัว และอาจจะค่อย ๆ ชะลอตัว จนถึงหดตัวได้ในที่สุด
..
#ส่งออก #วิตามินหุ้น