สรุป LIVE Jitta Factsheet

เมื่อวานไปนั่งคุยกับคุณเผ่า เรื่อง Jitta Factsheet มาครับ วันนี้เลยอยากเอาเนื้อหามาสรุปให้ฟังกัน ถึงวิธีการเอาไปใช้งานจริงเวลาไปวิเคราะห์หุ้นกัน ตอนนี้เราสามารถเข้าไปดูได้ 16 ประเทศครับ สามารถสมัครใช้งานได้ฟรี ทุกประเทศใช้ format เดียวกันหมด เลือกได้ทั้งภาษาไทยหรืออังกฤษ

1. ในระยะยาวแล้ว กำไรกับราคาหุ้นจะไปในทิศทางเดียวกัน
.
พี่โจ ลูกอีสาน เคยกล่าวว่า “กำไร คือ เจ้ามือตัวจริง” หุ้นที่มีกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในระยะสั้นราคาอาจผันผวน แต่ในระยะยาว ราคากับกำไรจะไปในทิศทางเดียวกัน เราสามารถกดไปที่บรรรทัด “กำไรสุทธิ” ใน Jitta Fact Sheet จะมีกราฟโชว์ขึ้นมาอัติโนมัติเทียบกับเส้นราคา ให้เราเห็นภาพได้เลย เช่น CPALL, HMPRO, BDMS และไม่ใช่แค่เฉพาะกำไร เรากดไปที่บรรทัดไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น รายได้ ต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็จะมีกราฟโชว์ขึ้นมาเช่นกัน
.
2. รายได้เพิ่ม กำไรเพิ่ม ปันผลเพิ่ม
.
ดร.นิเวศน์ เคยสอนว่า ให้ยึดหลัก “สามคำ สามปี” คือ รายได้เพิ่ม กำไรเพิ่ม ปันผลเพิ่ม และคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นแบบนี้ไปอีก 3 ปี แต่ว่าต้องเป็นรายได้และกำไรปกติของกิจการเท่านั้น ไม่ใช่เกิดจากกำไรพิเศษเพียงชั่วคราว
..
ใน Jitta Factsheet เราสามารถเลือก รายได้ต่อหุ้น กำไรต่อหุ้น เงินปันผลต่อหุ้น และจำนวนหุ้น เอามาดูเปรียบเทียบได้ ที่เลือกเป็น “ต่อหุ้น” เพื่อที่จะทำให้เทียบได้ชัด ในกรณีที่มีการเพิ่มทุน แจกหุ้นปันผล หรือ ซื้อหุ้นคืน เราก็จะได้เห็นภาพที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร
.
ข้อดีอันนึงคือ รายได้ต่อหุ้น ผมยังไม่เคยเห็นทำอันนี้ ถ้าเราทำเองก็จะค่อนข้างเสียเวลามาก พอเราได้ตัวเลขนี้มาก็เอามาเปรียบเทียบกับ กำไรต่อหุ้น และเงินปันผล ได้แบบเห็นภาพชัด
.
3. หาโอกาสทองในการซื้อหุ้น
..
หุ้น Super Stock อย่าง CPALL (ที่ผมชอบเรียกว่าเป็น “เดคิซูงิ”) ใคร ๆ ก็อยากเป็นเจ้าของ แต่หลายคนมักจะบ่นว่า ไม่มีโอกาสได้ซื้อ หรือไม่รู้จะซื้อตอนไหนดี ผมนำเสนอ 2 indicators ในการดูครับ
.
• ตัวแรกคือ EBITDA vs. Net Profit ถ้าย้อนกลับไปตอนที่ CPALL ซื้อกิจการ MAKRO ใช้เงินมหาศาล มีค่าใช้จ่ายเข้ามากดดัน ถึงแม้รายได้จะโตมาก แต่กำไรสุทธิกลับลดลง ถ้าเราดูแค่บรรทัดสุดท้าย เราก็อาจจะมองว่า ดีลนี้ไม่คุ้ม เราเลยไม่ซื้อหุ้น CPALL แต่ถ้าเรามาดู EBITDA ซึ่งเป็นเสมือนกำไรที่เป็นเงินสดของบริษัท เราจะพบว่าเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่บอกเราว่า กิจการยังดีอยู่มาก และถ้าทำได้แบบนี้ต่อเนื่อง สุดท้าย กำไรสุทธิจะกลับมาเพิ่มขึ้นได้ในที่สุด เหมือนกรณีของ CPALL ที่สุดท้ายก็สามารถเพิ่ม Net Profit ได้อย่างมาก
.
วิธีการนี้เราสามารถเอาไปใช้กับหุ้นตัวอื่นได้อีกเช่น โรงพยาบาล ที่เปิดตึกใหม่ เจอค่าเสื่อมกิน รายได้ยังไม่มา แต่ EBITDA ยังดีอยู่ พอผ่านไป 1-2 ปี ทุกอย่างลงตัว กำไรก็กลับมา เช่น BCH หรือโรงงาน สนามบิน โรงแรม ก็สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้
.
• ตัวที่สอง คือ Price/Sale Ratio คือ การเอามูลค่าตลาด หรือ Market Cap หารด้วย รายได้ของบริษัท เป็นการดูความสามารถในการสร้างรายได้ของบริษัทเทียบกับมูลค่าที่ตลาดให้ ณ ปัจจุบัน ซึ่งถ้าเราเจอบริษัทไหนที่มีค่านี้น้อยกว่า 1 หรือ ไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ก็อาจเป็นไปได้ว่า เราเจอของถูกในตลาดเข้าให้แล้ว อย่าง CPALL เองก็เคยมีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่อัตราส่วนนี้น้อยกว่า 1 ซึ่งก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อเช่นกัน
.
4. ปรับ Mix เพิ่มกำไร
.
หุ้นหลายตัวมีการปรับกลยุทธ์ในการทำงาน ด้วยการปรับส่วนผสมในการขาย เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น เช่น ASIAN ขายอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น HMPRO, GLOBAL, ROBINS ขายสินค้า house brand เพิ่มขึ้น STA มาขายถุงมือยาง เป็นต้น ซึ่งเราสามารถเลือกดู บรรทัดที่เป็นอัตรากำไรขั้นต้น เอามาทำเป็นกราฟก็ได้ เราจะเห็นการค่อย ๆ เพิ่มขึ้นของตัวเลขทีละนิดทีละหน่อย และถ้าไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติม สุดท้ายกำไรสุทธิก็จะเพิ่มขึ้นได้ในที่สุด หุ้นแบบนี้ผมเรียกว่าเป็น “ซุปเปอร์ไซย่า” ที่ค่อยๆ เก่งขึ้นเรื่อยๆ ทีละนิด (หุ้น growth story ของผมมี 10 แบบ 10 ตัวการ์ตูน ทั้งโนบิตะ ซูเนโอะ ชิซูกะ ผู้เฒ่าเต่า ฯลฯ อันนี้จะเอาไว้สอนในคลาสนะครับ แต่เดี๋ยวไว้จะทยอยเอามาเล่าให้ฟังทีหลัง)
.
สุดท้าย อยากจะฝากไว้ว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น เราใช้ Jitta Factsheet ในการค้นหาตัวเลขและอัตราส่วนต่าง ๆ ได้อย่างง่าย ๆ แต่เราก็ต้องไปหาคำตอบเบื้องหลังกันต่อว่า อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดตัวเลขเพิ่มหรือลดแบบนั้น เพราะถ้าเราหาได้ เราก็จะประสบความสำเร็จในการลงทุนครับ
..
Jitta Factsheet เป็นผู้ช่วยพาเราขึ้นบันไดมา 1 ขั้นแล้ว ถ้าอยากจะไปให้สุดถึงข้างบน ขั้นต่อไปเราต้องก้าวขึ้นไปเองด้วยนะครับ พร้อมแล้ว ก้าวกันครับ
..
#JITTA #FACTSHEET #วิตามินหุ้น