สรุป GDP Q4’2561 แบบง่าย ๆ

วันนี้จะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ GDP นะครับ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่าว่า เจ้า GDP ที่ว่านี่คืออะไร
.
GDP หรือชื่อเต็ม ๆ คือ Gross Domestic Product เป็นตัวเลขที่เอาไว้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่นิยมใช้กัน เป็นการบอกว่าในปีหนึ่ง ๆ นั้นมีมูลค่าการผลิตสินค้าและบริการเท่าไหร่ โดยจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ได้ ขอให้ผลผลิตเกิดขึ้นในประเทศไทย ก็นับรวมหมด

GDP ปี 2561 มีมูลค่า 16.3 ล้านล้านบาท
.
คิดเป็นรายได้ต่อหัวก็ตกอยู่ที่ 240,545 บาท ต่อคนต่อปี หรือตกเดือนละประมาณ 20,045 บาท
.
แต่อย่างที่เรารู้กันดีว่า บ้านเรามีความเหลื่อมล้ำทางรายได้ค่อนข้างสูง หรือรวยกระจุก จนกระจาย
.
มีคนที่มีรายได้ไม่ถึง 100,000 บาทต่อปี (หรือได้เดือนละ 8,300 บาท) อยู่ 14.5 ล้านคน
.
ซึ่ง 11.4 ล้านคนจากในนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เงินใช้ฟรี ๆ ทุกเดือน
..
==========================
.
** สูตรคณิตศาสตร์ของ GDP **
.
“GDP = C+I+G+X-M”
.
C หรือ Consumption หมายถึง การบริโภคภาคเอกชน ค่ากิน เที่ยว ช็อปปิ้งทั้งหลาย คิดเป็นสัดส่วน 49%
.
I หรือ Investment หมายถึง การลงทุนภาคเอกชน ซื้อเครื่องมือเครื่องจักร ลงทุนโรงงาน คิดเป็นสัดส่วน 23%
.
G หรือ Government หมายถึง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของรัฐบาล รวมถึงเงินเดือนข้าราชการด้วย คิดเป็นสัดส่วน 16%
.
X หรือ Export หมายถึง การส่งออก ซึ่งรวมถึงการท่องเที่ยวด้วย คิดเป็นสัดส่วน 67%
.
M หรือ Import หมายถึง การนำเข้าคิดเป็นสัดส่วน 56%
ตัวเลขแบบนี้บอกเราว่า ส่งออกสำคัญมากสัดส่วยถึง 70% และเป็นเครื่องจักรที่ช่วยให้ประเทศไทยเติบโตมาตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีเรื่องของการนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบต่างๆมาหักล้างกันด้วย
.
แต่ยังมีเครื่องมืออีกอันคือตัว C ที่สำคัญไม่แพ้กัน สัดส่วนถึงครึ่งนึงของ GDP เลย ถึงไม่แปลกใจว่าทำไมเราถึงเห็นนโยบายเพิ่มเงิน แจกเงินกันเสมอมา เพราะตัว C จะตกไม่ได้
..
========================
.
** GDP ประเทศไทยดีแค่ไหน **
..
ถ้าดูเต็มปี GDP อยู่ที่ 4.1% สูงสุดในรอบ 6 ปี
ปีที่แล้ว 4% ปีก่อนหน้า 3.4%
.
ถ้าดูเป็นรายไตรมาสตั้งแต่ Q1 ถึง Q4 ของปีนี้ เป็นแบบนี้ 5% >> 4.7% >> 3.2% >> 3.7%
ครึ่งปีแรกดูดี แต่ครึ่งปีหลังเริ่มแผ่ว ถ้ามาเจาะทีละตัวได้ภาพแบบนี้ครับ
.
C เต็มปี +4.6% สูงสุดในรอบ 6 ปี เช่นกัน
.
• ตัวเลขเรียงรายไตรมาสคือ 3.8% >> 4.1% >> 5.1% >> 5.3% เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
• สินค้าคงทนโตต่อเนื่อง +8% (คือของที่ใช้แล้วทน ไม่พังง่าย) โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์ +9.8% เพราะว่าหลังจากหมดแคมเปญรถคันแรกมา 5 ปี คนก็เริ่มเปลี่ยนรถกันใหม่ (เป็นหนี้ใหม่นั่นเอง) >> ดัชนีตัวนี้บอกได้ว่าคนฐานะปานกลางถึงรวยมีการใช้จ่ายกันเยอะ
.
• สินค้าไม่คงทน (คือของกินของใช้) เริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่ถึงกับมาก +3% เพราะได้เงินปีใหม่ใส่บัตรคนจนเพิ่มมาอีก 500 บาท จากเดิมได้ 200-300 บาท แต่ปัญหาหลักคือ ดัชนีราคาสินค้าเกษตรและรายได้เกษตรกรยังติดลบ ราคายางพารา อ้อย ปาล์ม ลดลงหมด ที่ราคาเพิ่มก็จะมีข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง
.
• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 67.4% เริ่มลดลงบ้างแล้ว
.
>> สรุป ตัว C เติบโตจริงจากคนเปลี่ยนรถยนต์กัน ซึ่งคือคนชั้นกลางถึงรวย ขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศรายได้ไม่เพิ่ม มีหนี้เยอะด้วย ถ้าไม่รีบหาทางเพิ่มรายได้แบบยั่งยืน ปีนี้ตัว C อาจลดลงได้ เพราะไม่คิดว่ายอดขายรถยนต์จะสามารถเพิ่มได้มากแบบปีที่แล้วอีก
..
===========================
.
I เต็มปี +3.9% สูงสุดในรอบ 6 ปี เช่นกัน
.
• ตัวเลขเรียงรายไตรมาสคือ 3.1% >> 3.1% >> 3.8% >> 5.5% โตกระโดดใน Q4
• พระเอกของเรื่องคือ การก่อสร้าง และเครื่องมือเครื่องจักร +5.1% และ +5.6% ตามลำดับ
• สอดคล้องกับตัวเลขอัตรากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่ 67.1% มาเป็น 68.5% ในปี 2561
• มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนโดยเฉพาะเขต EEC เพิ่มเยอะมาก คือแสดงความสนใจ จองไว้ก่อน มาไม่มาเดี๋ยวว่ากัน
• ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ 50.7% เริ่มลดลงนิดหน่อย
.
>> สรุป ตัว I น่าจะเป็นตัวที่หวังพึ่งได้มากที่สุด แต่คงเป็นการก่อสร้างในประเทศซะมากกว่า ซึ่งถ้ารัฐบาลมาช่วยส่งเสริมให้เกิดโครงการเพิ่มขึ้นก็จะดี เพราะถ้า I เพิ่ม C ก็จะเพิ่มตาม ทำให้ GDP โตได้
..
===============================
.
G เต็มปี +1.8% ดีกว่าปีที่แล้วเยอะ แต่เริ่มแผ่ว
.
• การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของภาครัฐ ตัวเลขเรียงรายไตรมาสคือ 1.8% >> 2.3% >> 1.9% >> 1.4%
• การลงทุนภาครัฐ ตัวเลขเรียงรายไตรมาสคือ 4% >> 4.9% >> 4.2% >> -0.1%
• หลัง ๆ การเบิกจ่ายเริ่มแผ่วลงเพราะกำลังทบทวนเรื่องแผนยุทธศาสตร์ชาติ กลัวไม่สอดคล้องกันเลยไม่กล้าเบิกจ่าย
..
>> สรุป ตัว G เหมือนต้นปีจะดี แต่พอมาปลายปีเริ่มแผ่ว คิดว่าน่าจะต้องรอหลังเลือกตั้งจะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทิศทางจะเป็นไปในทางไหนกัน กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างก็คงกลางปีไปแล้วแน่ ๆ เลย
..
============================
.
X เต็มปี +7.7% สูงอยู่แต่ไม่ถึงเป้าที่ 8%
.
• ตัวเลขเรียงรายไตรมาสคือ 12.6% >> 14.4% >> 2.6% >> 2.3% ครึ่งปีหลังเหมือนหนังคนละม้วน
• Trade War และเศรษฐกิจประเทศคู่ค้ากระทบเยอะมาก
• ที่ส่งออกยังบวกคือ USA, ญี่ปุ่น และอาเซียน ที่เป็นลบคือ จีน EU ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง
• สินค้าส่งออกที่บวกคือ ชิ้นส่วนยานยนต์ ปิโตรเคมี น้ำตาล แต่ที่เป็นลบคือ แผงวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา
..
จำนวนนักท่องเที่ยว +7.5% รายได้ +9.6%
.
• จำนวนเรียงรายไตรมาสคือ 15.5% >> 8.4% >> 1.9% >> 4.3%
• รายได้เรียงรายไตรมาสคือ 18.5% >> 14.3% >> 1.3% >> 5.2%
• อัตราการเข้าพัก 71.1% เพิ่มขึ้นจาก Q3 ที่ 65.4% และมากกว่า Q4’60 ที่ 69.4%
..
>> สรุป ตัว X ครึ่งปีหลังคือหนังคนละม้วน ท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นใน Q4 คนจีนเริ่มกลับมาบ้างจากมาตรการฟรี VOA แต่ส่งออกสินค้าเริ่มมีปัญหา แล้วเงินบาทค่อนข้างแข็งก็ต้องลุ้นกันครับว่าปีนี้จะเป็นอย่างไร
..
========================
.
M เต็มปี +14.3% สูงกว่าปีที่แล้ว
.
• ตัวเลขเรียงรายไตรมาสคือ 16.3% >> 16.8% >> 17% >> 7.5% เริ่มแผ่วเหลือเลขหลักเดียว
• เป็นการนำเข้าวัตถุดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุปโภคบริโภค สอดคล้องกับตัว C และ I ที่เพิ่มขึ้น
..
สรุป GDP Q4 ไม่ได้ต่างจาก Q3 มากนัก แต่เราเริ่มเห็นแนวโน้มสำหรับปี 2562 ว่าไม่น่าจะโตได้มากกว่าปีที่แล้วมากนัก แต่ก็คงไม่ได้หล่นฮวบไปเลยนะครับ
.
• I น่าจะเห็นชัดว่าน่าจะโตต่อเนื่องจากก่อสร้างและเครื่องจักร
• C คงเริ่มนิ่งแล้วจากยานยนต์ที่น่าจะแผ่ว ยกเว้นว่ารัฐบาลใหม่ใจป้ำแจกเงินเพิ่มกว่านี้
• G รอนโยบายรัฐบาลใหม่เลยครับว่าเป็นยังไง แต่กว่าจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างคงกลางปีไปแล้ว
• X-M ก็คงไม่น่าจะเพิ่มได้มาก ยกเว้น Trade War ตกลงกันได้ และคนจีนกลับมาเที่ยวกันเยอะขึ้น
..
ใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมแนะนำ 2 ที่นี้เลยครับ สภาพัฒน์ กับ SCB EIC
..
https://www.nesdb.go.th/main.php?filename=QGDP_report
..
https://www.scbeic.com/th/detail/product/5788