สรุป GDP Q2’62 … ต่ำสุดรอบ 5 ปี

GDP รอบ Q2 ประกาศออกมาที่ 2.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส หรือต้องย้อนไปถึงปี 2557
.
หรือถ้ามองที่จุดสูงสุดคือ Q1’61 GDP 5% ก็นับว่าลดลงต่อเนื่องกันมา 5 ไตรมาส หรือปีกว่าแล้ว
..
คำถามแรกที่ชอบถามกันทุกครั้งที่ประกาศตัวเลขคือ Bottom แล้วหรือยัง ??
ผมจะเล่าให้ฟังด้วยตัวเลขแบบนี้นะครับ แล้วเราจะเข้าใจภาพมากขึ้นว่ามันได้เวลาฟื้นหรือยัง

ตัวเลข GDP อยู่ที่ 17 ล้านล้านบาทต่อปี ตามสูตร คือ C+I+G+X-M แบ่งสัดส่วนได้แบบนี้
.
50% Consumption
23% Investment
16% Government
62% Export
53% Import

========================
.
** เรื่องที่ 1 **
.
ภาคส่งออก หรือตัว X เป็นเครื่องจักรสำคัญที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจของบ้านเรามาตลอด ซึ่งจะมีสองส่วน คือ สินค้าเกษตร และรับจ้างผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ ท่องเที่ยว ก็ถูกจัดอยู่ในหมวดนี้ด้วย
.
ตั้งแต่ Q3’61 เป็นต้นมา ภาคส่งออกเริ่มโตลดลงจากที่เคยบวกเป็นเลขสองหลัก เหลือแค่ +3.1%
.
Q4’61 เหลือ +2.7% พอเข้าปี 2562 โตลดลง Q1 -4% และ Q2 -4.2% สาเหตุเกิดจาก
.
1) Trade War กระทบการค้าทั่วโลก โดยเฉพาะสินค้าเราผูกกับจีน คือเป็นวัตถุดิบให้จีนไปผลิตต่อ
.
2) เศรษฐกิจหลายประเทศเริ่มโตน้อยลง เหลือแค่ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ที่ยังโตเป็นบวกได้
.
3) ค่าเงินบาทแข็ง ค่าเงินหยวนอ่อน ของเราแพงขึ้น และนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจีนมาลดลง (ช่วงหลัง ๆ คนจีนเดินทางใกล้บ้านมากขึ้น เช่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง)

========================
.
** เรื่องที่ 2 **
.
พอส่งออกไม่ดี กระทบกับเรื่องการลงทุนภาคเอกชน หรือตัว I โดยเฉพาะส่วนที่เป็นโรงงานผลิต จากที่เคยโต 5.5% ล่าสุดเหลือโต 2.2% เราจะเห็นตัวเลขอัตราการใช้กำลังการผลิตจากที่เคยใช้ 68-72% ลงมาเหลือ 65.6% เพราะว่า ของส่งออกไม่ดี ผลิตน้อยลง ใช้กำลังการผลิตไม่เต็ม นั่นแปลว่ารายได้ของโรงงานจะลดลง และแรงงานก็จะมีเงินน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งเดี๋ยวเราจะไปคุยกันต่อในส่วนของ Consumption
..
และเมื่อส่งออกไม่ดี เราจะเห็นตัวเลขการขนส่งทางน้ำลดลง -1.9% แต่การขนส่งทางบกกับทางอากาศยังพอโตได้แต่ก็ไม่เยอะมาก รวมไปถึงการชะลอตัวลงของโกดังเก็บสินค้า
..
แต่การลงทุนที่ยังพอโตได้อยู่ก็คือ การก่อสร้าง และเราเห็นราคาไม้กับคอนกรีตปรับตัวสูงขึ้น กับส่วนที่เป็นเครื่องปรับอากาศก็ดีขึ้นในไตรมาส 2 จากอากาศที่ร้อนขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็อาจเป็นเหตุการณ์ชั่วคราวได้
.
========================
.
** เรื่องที่ 3 **
.
ไม่ใช่แค่แรงงานในโรงงานที่รายได้ลดลง แต่ภาคบริการก็ลดลงด้วย เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวใน Q2 เพิ่มแค่ 1.1% หรือถ้ามองที่รายรับ ก็เพิ่มแค่ 1.6% นอกจากนั้น ดัชนีรายได้เกษตรกรเพิ่มแค่ 0.4% (แต่เริ่มเห็นดัชนีราคากลับมาบวก 2% ก็อาจจะเริ่มดี)
..
เราจะเห็นได้ว่าแรงงานในหลายภาคส่วน รายได้ดูไม่ดี แต่ว่าตัวเลข Consumption +4.4% ถือว่าไม่แย่ แต่ก็ชะลอลงจากไตรมาสที่ผ่าน ๆ มา ที่เคยบวกเกิน 5% สาเหตุเพราะว่า
.
• ปีที่แล้ว เราได้อานิสงส์ รถคันแรกครบ 5 ปี ทำให้คนชนชั้นกลางและคนรวย เปลี่ยนรถใหม่กัน Consumption เลยเติบโต แต่ปีนี้เริ่มลดลงแล้ว
.
• แต่รัฐบาลก็มีการอัดฉีดเงินเพิ่มเติมเข้าไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่เราชอบเรียกว่า บัตรคนจน ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยสินค้าที่เป็นของกินของใช้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 2 ที่อากาศร้อนด้วย ก็เป็นการเพิ่มยอดขายในกลุ่มเครื่องดื่ม และการใช้ไฟฟ้าได้มากขึ้น
.
• แต่เราก็จะเห็นว่า ไม่เพียงพอที่จะไปช่วยชดเชยการหายไปของยอดส่งออก และไม่แน่ใจว่ามาตรการนี้จะช่วยได้ยาวแค่ไหน
..
========================
.
** เรื่องที่ 4 **
.
พระเอกของเรื่องที่น่าจะมาช่วยได้ คือตัว G ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภท
.
• การใช้จ่ายภาครัฐ +1.1% ยังติดขัดเรื่องเบิกจ่ายไม่ได้ตามเป้า อาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงจัดตั้งรัฐบาล แต่ต่อไปน่าจะเริ่มดีขึ้น
.
• การลงทุนภาครัฐ +1.4% ซึ่งเริ่มเพิ่มมากขึ้นแล้ว และน่าจะไปช่วยให้การลงทุนภาคเอกชนด้านก่อสร้างขยายตัวได้
..
โดยสรุปแล้วการที่ GDP ลดลงมาเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องจนเหลือแค่ 2.3% เกิดจากหลายสาเหตุทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ เป็นทั้งปัญหาที่ต้องแก้ในระยะสั้นและแก้โครงสร้างโดยรวมของประเทศทั้งภาคการเกษตร การลงทุน และการส่งออก และต้องทำให้เกิดความเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ถึงจะทำให้ GDP กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง
..
#GDP #วิตามินหุ้น