เริ่มต้นเมื่อปี 2545 ทำธุรกิจสิ่งพิมพ์โทรศัพท์มือถือ นิตยสาร Watchphone
.
วันนี้ต่อยอดออกมาใน 2 ธุรกิจหลัก คือ
1. Organizer เทคโนโลยี
2. ท่องเที่ยวและกีฬา

กลุ่มแรก มีหลากหลายงานทั้งมือถือ เกมส์ และรถ EV โดยเน้นหาพาร์ตเนอร์ร่วมทุน ไม่ได้ไปคนเดียว เพื่อแข่งกับใคร โตไปด้วยกันดีกว่า ไม่ต้องการไปเอาชนเค้า มันเหนื่อย
.
• Mobile Expo จัดปีละ 3 รอบ และไม่ได้ขายแค่มือถือ แต่อะไรก็ตามที่ใส่ซิมได้ก็ขายหมด ล่าสุดย้ายไปจัดงานที่ BITEC บางนา มีการเพิ่มพื้นที่ 33% หรือ 7,000 ตารางเมตร เพื่อขายเกมส์โดยเฉพาะ เป็น Game Expo ที่ร่วมทุนกับ AIS คนละครึ่ง
.
• EV Expo ลงทุนคนละ 33% กับ DTAC และ FSMART ทำเรื่องรถไฟฟ้า
.
• Idol Expo ลงทุนคนละครึ่งกับ Idol Master ทำเรื่อง Artist Management
.
กลุ่มแรกนี้ตอนเริ่มต้นมาร์จิ้นอาจยังไม่ดีเท่าไหร่ เพราะต้องสร้างแบรนด์สร้างชื่อก่อนว่าจัดงานนนี้ขึ้นมา โดยเฉพาะเพิ่งย้ายมาอยู่ที่ Bitec ด้วย
..
กลุ่มที่สอง มีทั้งงานวิ่ง งานกีฬา มีรถบ้าน 130 คัน ของตัวเอง + 30 คัน ที่มีคนอื่นเอามาให้ใช้ และสิ้นปีจะเพิ่มของตัวเองเป็น 200 คัน ซึ่งคนเต็มยาวตลอด มองว่าธุรกิจนี้เป็นเมกะเทรนด์
..
รถบ้านเหมือนเป็นโรงแรมที่เคลื่อนที่ คนที่พื้นที่เปล่าเยอะ ๆ ก็เช่าไปใช้ทั้งตามสวน ภูเขา ทะเล จุดคุ้มทุนคือ 2 ปี และมาร์จิ้นดีประมาณ 30%
.
กลุ่มนี้ก็ไปเป็นพาร์ตเนอร์เช่นกัน คือ จ้างคนอื่นซักผ้า เช่าเรือใบ อาหาร เป็นต้น คือ โตไปด้วยกันได้กับคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้าง ตามแนวคิด
..
=====================
.
** ผลประกอบการย้อนหลัง **
.
ปี 2560 รายได้ 285 ล้านบาท กำไรสุทธิ 29 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 451 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 50 ล้านบาท
Q1’2562 รายได้ 66 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3 ล้านบาท
Q1’2562 รายได้ 97 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4 ล้านบาท
..
ปี 2561 ขาดทุนเพราะมีตั้งสำรองเรื่องมือถือ Limited Edition กับ online เจ้านึง ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายคืน 106 ล้านบาท คุณโอภาส เจ้าของบริษัทพูดเหมือนกับว่า ถ้าได้มาคงจ่ายปันผลหมด
..
=======================
.
** มุมมองของ ดร.นิเวศน์ และ ดร.วิศิษฐ์ **
..
ดร. มองว่าจุดแข็งคือ ผู้บริหาร active มาก บริหารแบบเชิงรุก ทำหลายอย่าง ทำมาตั้งแต่เล็ก ๆ สำเร็จสร้างชื่อในงานมือถือ Mobile Expo แต่งานพวกนี้ไม่ทำเงินได้เยอะมากมาย เมื่อเทียบกับการจัดงานอย่างรถยนต์ที่ยอดขายเป็นหมื่นล้าน แต่ก็ทำได้ดีขนาดเจ้าของ COM7 เข้าไปถือหุ้นด้วย ซึ่งเอามาต่อยอดกันได้
..
Market Cap 3-400 ล้านบาท ไม่ได้ใหญ่มาก ต้องจับตาดูว่า จะไปทำงานอื่นได้ดีแค่ไหน เพราะว่าคู่แข่งก็เยอะ เป็นธุรกิจที่ไม่มี barrier แต่ถ้าทำได้ดีเป็นแจ็คพ็อตก็โตได้
.
ดร. อยากให้เน้นดูที่ EBITDA ต้องเป็นบวก เพื่อรักษากระแสเงินสด และอยากเห็นการลดการสูญเสีย การเติบโตให้ได้
.
ป.ล. ดร.ไม่ได้พูดเรื่องธุรกิจท่องเที่ยว รถบ้านเลยนะครับ ผมเดาเอาเองว่าท่านไม่น่าจะติดตามบริษัทนี้ในเชิงลึกเท่าไหร่ อาจจะเพราะขนาดธุรกิจที่เล็กอยู่
.
Link รายการตามนี้เลยครับ