สรุป Business Model EP3 … OTO

หุ้น outsource อีกหนึ่งตัวในตลาด บริษัทนี้มีชื่อว่า One to One Contacts เป็นบริษัทลูกของ SAMART (ถือหุ้น 68.4%) ทำธุรกิจให้บริการ Call Center มีพนักงานอยู่ 2,200 คน บริษัทก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2000 เริ่มต้นแรก ๆ รับทำงานราชการก่อนสัดส่วน 70% เอกชน 30% แต่ตอนนี้ตัวเลขสลับกัน มีลูกค้าอยู่ใน 14 อุตสาหกรรม

** ผลประกอบการย้อนหลัง **
.
ปี 2016 รายได้ 969 ล้านบาท กำไรสุทธิ 83 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 826 ล้านบาท กำไรสุทธิ 50 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 718 ล้านบาท กำไรสุทธิ 21 ล้านบาท
..
Q1’2018 รายได้ 170 ล้านบาท กำไรสุทธิ 8 ล้านบาท
Q1’2019 รายได้ 190 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5 ล้านบาท
.
บริษัทเคยคาดหวังจะไปให้ถึงพันล้าน เคยเกือบทำได้ในปี 2016 แต่ก็ไปไม่ถึง และหลังจากนั้นรายได้และกำไรกลับลดลงเรื่อย ๆ การใช้งาน Call Center เหมือนเป็นที่จำเป็นน้อยลง technology เริ่มเข้ามา disrupt ธุรกิจได้ การแข่งขันสูงขึ้น ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น ทางบริษัท OTO บอกว่า กลยุทธท์ที่จะไป คือ
.
1) ทำตัวให้ Lean คือ ลดค่าใช้จ่ายองค์กร
2) เข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ สร้างสินค้าใหม่ ๆ เช่น จะมีการทำ cloud service มี chat bot
..
** มุมมอง ดร. ทั้ง 2 ท่าน **
..
ถึงแม้ว่าธุรกิจ outsource จะเป็นเทรนด์ที่มีความต้องการเพิ่ม แต่ดร. มองว่าเดี๋ยวนี้ after sale services มีความจำเป็นน้อยลง บริษัทที่ผลิตสินค้าขึ้นมาจะพยายามทำให้ดีตั้งแต่การผลิตเลย ถ้ามีปัญหาก็ไม่ไปต่อล้อต่อเถียง รับเปลี่ยนคืนให้เลย (ผมก็ว่าน่าจะจริง เพราะถ้าไปยื้อลูกค้า หรือเกี่ยงไปเกี่ยงมา อาจโดนกระแส social ถล่มเอาได้)
.
นอกจากนี้แล้วการมี AI เข้ามา การใช้ Chat Bot อะไรพวกนี้ก็จะเข้ามากระทบให้ Call Center มีความจำเป็นน้อยลง และปัญหาที่ตามมาคือ OTO ใช้คนเยอะ เป็น fix cost การที่รายได้ลดลง จะทำให้ค่าใช้จ่ายบวม กำไรสุทธิจะลดลงเร็วกว่า ถ้าเราไปดูย้อนหลัง ก็จะพบว่าจริง คือ
.
ปี 2016 NPM 8.6%
ปี 2017 NPM 6.1%
ปี 2018 NPM 2.9%
Q1’2019 NPM 2.7%
..
ปัจจุบัน P/BV 0.8 เท่า P/E 38 เท่า ถ้าจะวิเคราะห์มูลค่า อาจต้องไปดูที่ SAMART ด้วยว่า ได้งานเยอะแค่ไหน แล้วเอามาคำนวณต่อ เพราะว่า SAMART น่าจะส่งงานต่อมาให้ OTO ทำ
..
** OTO จะแก้ปัญหาอย่างไรดี **
.
ดร. บอกว่า บริษัทนี้เงินสดเยอะ 400 ล้านบาท Market Cap 600 ล้านบาท หนี้น้อย D/E 0.10 ไม่ได้ต้องการเงินทุน แต่ต้องการไอเดียในการ turn around business เช่น เปลี่ยนจากงานหลังบ้านไปทำงานหน้าบ้านเพิ่มเติมมั้ยอะไรแบบนี้ และหาทางเพิ่มประสิทธิภาพการใช้คนให้คุ้มค่า เพราะเป็นต้นทุนหลัก
..
ดร. เตือนเรื่องเงินปันผลที่ดูเหมือนจะเยอะ (จ่าย 6-7%) แต่ถ้าผลงานไม่ดี กำไรลดลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็จ่ายปันผลไม่ได้เยอะอยู่ดี
.
สรุป หุ้น OTO อยู่ในเทรนด์ขาลง จำเป็นต้องหาไอเดียใหม่ในการพลิกฟื้นธุรกิจ และประโยคนึงที่รายการนี้ชอบพูดบ่อยๆ ซึ่งผมว่าจริง คือ “Technology ไม่ได้ฆ่าธุรกิจ แต่เป็น Business Model ต่างหากที่ทำ”
.
ใครสนใจดูคลิปรายการได้ที่นี่เลยครับ