== สรุปหนังสือ … “นักลงทุนดันโด” ==

คุณฮง สถาพร บอกนักลงทุนมือใหม่ว่า อย่าเพิ่งไปหาข้อมูลหุ้น ให้อ่านหนังสือการลงทุนขั้นพื้นฐานก่อน ให้ไปอ่านของคนที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าสำเร็จจริงในระดับโลก
.
ผมเลยรีบไปตู้หนังสือ แล้วหาเล่มนี้ออกมาอ่านก่อนเลย สารภาพว่าซื้อมาเป็นปีแล้ว แต่อ่านไม่จบ พอคุณฮงเตือนสติแบบนี้ปุ๊บ อ่านจบเลยวันเดียว (จริงๆ ถ้าจะทำ มันก็ทำได้นี่นา)


DHANDO แปลว่า “ความพยายามสร้างความมั่งคั่ง”
แก่นของแนวคิดประกอบด้วยหลักการ 9 ข้อ คือ
.
1. มุ่งเน้นไปที่การซื้อธุรกิจซึ่งมีการดำเนินงานอยู่แล้ว
.
เพราะมันเห็นภาพชัดจนวิเคราะห์ได้ และความเสี่ยงต่ำกว่าธุรกิจใหม่ๆ ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมา เหมือนปาปา พาเทล ก็มาทำโมเต็ล ที่เป็นธุรกิจที่มีมานานแล้ว หรือวอร์เรน บัฟเฟตต์ ซื้อบริษัทประกัน GEICO ก็หลังจากที่ก่อตั้งมาหลายปี
.
2. ซื้อธุรกิจที่เรียบง่ายในอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก
.
มองหาสิ่งพื้นๆ ที่ใครๆ ก็จำเป็นต้องใช้ เช่น โรงแรมและโมเต็ลไม่มีวันตาย ตราบใดที่ผู้คนยังต้องเดินทางและพักผ่อน (เรื่องนี้น่าคิดว่า COVID-19 จะทำให้ธุรกิจนี้เปลี่ยนมั้ย) หรืออาจจะเหมือนอย่างที่บัฟเฟตต์ซื้อหุ้นหมากฝรั่งกับโค้ก ก็น่าจะเป็นสินค้าที่ง่ายและอยู่ได้นาน
.
3. ซื้อธุรกิจที่มีปัญหาในอุตสาหกรรมซึ่งกำลังอยู่ในภาวะยากลำบาก
.
เพราะเราจะได้ของถูก ในตอนที่คนอื่นไม่อยากได้ แถมเขายังเต็มใจขายให้เราอีกด้วย เช่น มณีลาล ซื้อโรงแรมหลังเหตุการณ์ 9/11 มิตทาล ซื้อโรงงานเหล็กราคาถูกตอนมีปัญหา
.
4. ซื้อธุรกิจที่มีความได้เปรียบเชิงแข่งขันอันยั่งยืน
.
เช่น ปาปา พาเทล ได้เปรียบเรื่องต้นทุนต่ำในการบริหารโมเต็ล เช่นเดียวกับคุณนายบี ก็ใช้เรื่องต้นทุนทำให้ Nebraska Furniture Mart เติบโต หรือ ริชาร์ด แบรนสัน ใช้เรื่องของแบรนด์และนวัตกรรมเป็นข้อได้เปรียบ
..
5. เดิมพันหนักๆ เมื่อคุณมีแต้มต่ออย่างชัดเจน
.
ลงทุนไม่ต้องบ่อย ว่างให้อยู่เฉยๆ แล้วรอโอกาสซึ่งมีอัตราต่อรองที่เข้าทางแบบว่า ถ้าชนะได้เยอะ ถ้าแพ้เสียไม่มาก เหมือนการโยนเหรียญแล้วบอกว่า “ออกหัวผมได้เงิน ออกก้อยผมเสียเงินนิดหน่อย”
.
6. มองหาโอกาสทำอาร์บิทราจ
.
เป็นการหาโอกาสทำกำไรจากราคาที่ต่างกันบนสิ่งของแบบเดียวกัน เช่น ซื้อทองจากเมืองนึงไปขายอีกเมืองนึงที่ได้ราคาดีกว่า เปิดร้านตัดผมในเมืองใหม่ที่ยังไม่มีร้านมาก่อน ทำให้ชาวเมืองนั้นไม่ต้องถ่อขับรถข้ามเมือง แต่สุดท้ายการทำอาร์บิทราจจะค่อยๆ กลับเข้าสู่สมดุล เมื่อคนอื่นก็มองเห็นเหมือนเรา
.
7. ซื้อธุรกิจในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างมาก
.
ให้ซื้อแบบต่ำมากๆ ในระดับที่ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ในอนาคตจะเลวร้ายกว่าที่คิด โอกาสขาดทุนแบบถาวรก็จะอยู่ในระดับต่ำ
..
8. มองหาธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำแต่มีความไม่แน่นอนสูง
.
เช่น โมเต็ลของปาปา พาเทล ที่จำกัดความเสี่ยงด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก ถึงแม้ว่าจะเจอภาวะราคาน้ำมันสูงหรือเศรษฐกิจถดถอย ธุรกิจก็รอดได้ เพราะตั้งราคาต่ำกว่าคู่แข่งได้ อัตราการเข้าพักก็จะสูงกว่า คือต่อให้สถานการณ์เลวร้ายก็ยังอยู่ได้ (คล้ายๆ กับตอนนี้ที่มี COVID-19 บางธุรกิจก็ยังอยู่ได้)
.
9. การเลียนแบบดีกว่าการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
.
เป็นการดูว่าคนอื่นทำอะไรดีแล้วเราเอามาทำให้ดีขึ้น เป็นการลดความเสี่ยงด้วย เช่น Microsoft ก็พัฒนา MS Word มาจาก Word Perfect พัฒนา Excel จาก Lotus 1-2-3 หรือ Mcdonald’s เองก็ทำ Mighty Kids Meal ด้วยการเอาแนวคิดมาจาก Burger king
..
อยากให้ลองนำหลักการทั้ง 9 ข้อ ไปลองปรับใช้กับการลงทุนในช่วงวิกฤตแบบนี้ดูนะครับ หาหุ้นง่ายๆ ที่เราเข้าใจ มีความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูงในอนาคต ถ้าหาเจอแล้วเดิมพันให้หนักในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ามากๆ
..
ไม่แน่นะครับ การเดิมพันแบบสุดกำลังครั้งนี้ อีก 10 ปีข้างหน้า พอร์ตคุณอาจจะโต 10-12 เท่าแบบที่คุณฮงบอกก็ได้
.
แต่ที่สำคัญตอนโยนเหรียญ ท่องให้ขึ้นใจว่า
“ออกหัวผมได้เงิน ออกก้อยผมเสียเงินนิดหน่อย”
..
หาเหรียญเปลี่ยนชีวิตของคุณให้เจอ แล้วอีก 10 ปี ไปอวดคุณฮงกันครับ
.
#นักลงทุนดันโด #วิตามินหุ้น