สรุปปี 2561 … โจ ลูกอีสาน

ทุกปีใหม่พี่โจ ลูกอีสาน จะเขียนสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งแบ่งปันข้อคิดและแนวทางเหมือนพี่ที่หวังดีคอยออกมาเตือนน้อง ๆ นักลงทุนให้ได้เรียนรู้กันจะได้ไม่ประมาทและไม่หลงทาง ปีนี้ก็อีกเช่นกันครับ ผมขอสรุปเนื้อหาบางส่วนมาให้อ่านกัน

1) เมื่อ Disruptive เริ่มถึงจุด Critical Mass
.
พี่โจบอกว่า ทุกวันนี้โลกหมุนเร็วเพราะมีการปฏิวัติทางไอที มันได้สร้างสิ่งใหม่ ๆ มาทดแทนสิ่งเก่า อย่างพวกสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และจะขยายออกไปยังกลุ่มอื่นอีก เพราะฉะนั้น การถือหุ้นอย่างยาวนานอาจไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ แต่ก็ไม่ใช่ให้รีบขายหุ้นเร็วไป เพราะแนวโน้มบางอย่างมันกินเวลาหลายปี เรายังสามารถเก็บเกี่ยวกำไร ปันผลได้อีกนานกว่ามันจะตาย สิ่งที่เราควรทำคือ ต้องยืดหยุ่น อย่ายึดติดกับสิ่งเดิม ๆ หรือโลกที่คุ้นเคย
.
ในแง่ของคนทำงาน วันดีคืนร้ายหากต้องตกงาน รายได้หายหมด แต่รายจ่ายเท่าเดิม ปัญหาย่อมเกิด ชีวิตต้องเผื่อขาดเผื่อเหลือไว้บ้าง มีเงินเก็บบ้าง พี่โจฝากถึงหนุ่มสาวยุคนี้ว่าหลายคนใช้เงินราวกับจะไม่มีวันพรุ่งนี้ ได้มาเท่าไหร่ ต้องรีบกำจัดให้หมด โดยเฉพาะท่องเที่ยว กว่าจะรู้ว่าเงินนั้นสำคัญ คือวันที่เราไม่มีมัน
.
2) 5 อันดับแรกหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด
.
ล้วนเป็นหุ้นน่าสงสัยว่าถูกปั่นราคา ถ้าเป็นแบบนี้ต่อเนื่อง คนก็จะแห่ไปเล่นหุ้นปั่นกันหมด และสุดท้ายการลงโทษเกิดหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว เป็นกระบวนการทางแพ่ง เสียค่าปรับ รัฐได้เงินคืน เท่าที่จำความได้ไม่เคยเห็นนักปั่นหุ้นต้องนอนคุก ส่วนนักลงทุนที่เสียหายได้เพียงคำปลอบประโลมว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง”
.
3) ฟองสบู่ทยอยแตก
.
• ฟองสบู่ IPO รุ่งเรืองมาหลายปี ใคร ๆ ก็ต้องการ จากราคาแพงอยู่แล้ว เปิดตลาดวันแรกราคาก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก จนตลาดเริ่มกลับมามีเหตุผลว่า ในเมื่อมีหุ้นดี ๆ ราคาถูกกว่ามากอยู่ในตลาด ทำไมต้องไปซื้อหุ้นใหม่ราคาแพงแบบไร้เหตุผล ทำให้ปีที่ผ่านมาหุ้น IPO แทบทุกตัวราคาลดลง พี่โจมองว่าสาเหตุของฟองสบู่เรื่องนี้เกิดจากราคาขายที่แพงเกินไป
.
• ฟองสบู่โรงไฟฟ้า เคยเป็นหุ้นยอดนิยมที่นักลงทุนให้ราคาแพงลิบลิ่วแทบทุกตัว จนมาปี 2560-2561 เริ่มเดินทางใครทางมัน หุ้นที่แพงแบบไร้เหตุผล ตลาดก็ให้ราคาก็ลดลง ส่วนโรงไฟฟ้าที่พิ้นฐานดี มีโอกาสเติบโต ราคาไม่แพง ก็สามารถยืนราคาได้ บทเรียนข้อนี้ก็คือ จะหาหุ้นที่อยู่ในกระแสและราคาถูกพร้อมกันไม่ได้ เพราะถ้ามันอยู่ในกระแส ราคามันต้องแพงสะท้อนไปแล้ว
.
• ฟองสบู่หุ้นเติบโต หุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด P/E สูงลิ่ว โดยเฉพาะค้าปลีก ที่มีสตอรี่ขยายตัวไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งฟังดูมีเหตุผล นักลงทุนที่เข้าไปซื้อก่อนก็ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่เมื่อบริษัททำไม่ได้ตามคาด ฟองสบู่ก็เริ่มแตก ราคาก็ลดลงมาก ปัจจัยหลักก็มาจาก การเติบโตของ EPS ลดลง ส่งผลให้ P/E ที่คาดหวังลดลง รวมทั้งสภาวะตลาดที่ปรับ P/E ลงอีก รวมกันทำให้ราคาหุ้นตกลงแรง
..
บทเรียนนี้พิสูจน์ความเชื่อที่ว่า หุ้นคุณภาพดี เติบโตสูง ซื้อที่ราคาเท่าไหร่ก็ได้ ไม่ต้องดู P/E เป็นเรื่องไม่จริง การที่จะเติบโตอย่างถาวรยาวนานจนทำให้ P/E ลดลงมาก ๆ นั้น เกิดขึ้นน้อยมาก ส่วนใหญ่แค่ชั่วคราว เราหลงคิดไปเอง จริง ๆ เป็นเพียง ปราสาททราย ที่พร้อมทะลายเพียงคลื่นซัดมา
..
สิ่งที่เหมือนนักลงทุนหุ้นเติบโตละเลยคือ margin of safety … in MOS we trust
..
• ฟองสบู่หุ้นโรงพยาบาล ถึงฟองสบู่ยังไม่แตก แต่พี่โจมองว่ากลุ่มนี้ซื้อขายกันที่ P/E ค่อนข้างสูง โดยมีเหตุผลของสังคมที่จะมีคนแก่เยอะ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นจริง แต่จะยาวนานแค่ไหน ไม่มีใครรู้
..
4) วิกฤตศรัทธาหุ้นขนาดกลางเล็
.
จากตัวเลขสถิติหุ้นกลางเล็กให้ผลตอกแทนดีกว่าในระยะยาว แต่มันก็มีอีกด้านที่เปิดเผยให้เราเห็น นั่นก็คือ ความเสี่ยง มันมีภูมิต้านทานต่อสภาพเศรษฐกิจต่ำ เมื่อกำไรถูกกระทบ เศรษฐกิจไม่แน่นอน นักลงทุนจะเริ่มปรับลด P/E และหุ้นกลางเล็กมักถือโดยรายย่อย ซึ่งอ่อนไหวต่อข่าวารมากกว่านักลงทุนสถาบัน และการที่สภาพคล่องน้อย เมื่อมีแรงขายมากกว่าปกติ หรือรายใหญ่หน่อยปรับพอร์ต แต่ไม่มีแรงซื้อ ราคาก็ร่วงลงได้แรง
.
พี่โจบอกว่า ก็จะยังลงทุนในหุ้นกลางเล็กต่อไป แต่ด้วยความรอบคอบและระวังมากขึ้น เข้าใจธรรมชาติและความเสี่ยงอีกด้านของหุ้นกลุ่มนี้
.
5) สงครามการค้า
..
หลายคนโทษโดนัล ทรัมป์ ว่าเป็นสาเหตุของความปั่นป่วน ซึ่งน่าจะมีสาเหตุอยู่บ้าง แต่การยกเลิก QE การเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยก็น่าจะมีผลด้วย พี่โจเชื่อว่า สงครามการค้า เป็นสิ่งที่ไม่มีใครชนะ เป็นการต่อรองกันไปมา สุดท้ายได้มากได้น้อย ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย เหมือนปัญหานิวเคลียร์ ที่จับมือโอบกอดกันได้แบบง ๆ กันทั้งโลก
.
6) บทบาทกองทุนรวม
.
เป็นพระเอกที่รับแรงขายจากต่างชาติ แต่ดูเหมือนเป็นผู้ไล่ราคาซื้อขายเอง ดูได้จากผลตอบแทนหุ้นที่กองทุนถือสูงกว่าผลตอบแทนของกองทุนมาก แสดงว่า ราคาขึ้นเพราะกองทุนไล่ซื้อ และราคาลงเพราะกองทุนขาย ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ไม่คุ้มค่าธรรมเนียม

พี่โจ สรุปทิ้งท้ายว่า ปีที่ผ่านมาสั่นคลอนความเชื่อของใครหลายคน ความฝันที่จะลงทุนแบบวีไอและมีอิสรภาพทางการเงินดูเลือนลางออกไป แต่นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้น วันที่เราอ่อนแอที่สุด อาจจะเป็นวันที่เราแข็งแกร่งที่สุด การเดินทางไกล ย่อมมีเหนื่อย มีพักบ้าง ไม่มีใครวิ่งได้ตลอดเวลา ความล้มเหลวไม่ได้แย่เสียทีเดียว มันให้บทเรียน ทำให้เราตัวเล็กลง ไม่หยิ่งผยอง รู้จักปรับตัว ยืดหยุ่น สปริงค์ยิ่งกด มันยิ่งสร้างแรงดีดกลับ
.
ผมชอบคำที่พี่โจบอกว่า “วันนี้อาจไม่ใช่วันของผม แต่ผมรู้ว่ามันต้องมี”
..
สนใจอ่านฉบับเต็มได้ที่ web ThaiVi ครับhttp://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=35&t=33509&p=1787312&fbclid=IwAR3W0ifPQdSSzr2KVxI0-ZFOMBl6-_LJcFFPI7pUuil6wP8F91Q14Xe2iOA#p1787312