สรุปงบ KTC – Q4’60

งบ Q4 ออกมาโตเกินคาด +47% ทำให้งบปี +32% ราคาขึ้นเกิน 100% ใน 4 เดือน !
.
ใครตกรถยกมือ … ถ้าย้อนไปเมื่อเดือนกันยายนปืที่แล้ว หลายคนกังวลผลกระทบเรื่องปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิตจาก 20% เหลือ 18% ทำให้ราคา KTC ลงไปอยู่แถว ๆ 100 บาท และคงมีหลายคนรวมถึงผมด้วยที่คิดแล้วคิดอีกว่าเอาไงดี สุดท้ายไม่กล้าซื้อ จนวันนี้เราเลยต้องเงยหน้ามองดูพี่เค้าที่ 200 กว่าบาท มาดูกันครับว่าของเค้าดียังไง

1) KTC รายได้รวม 19,525 ล้านบาท (+11%) แบ่งเป็น 62% บัตรเครดิต และ 38% สินเชื่อส่วนบุคคล
.
2) บัตรเครดิตมี 2.17 ล้านบัตร (+3.5%) แต่ถ้าย้อนไปดู Q3 มี 2.22 ล้านบัตร แปลว่าลดลง และกลับไปเท่ากับตอน Q2 ที่มี่ 2.18 ล้านบัตร แต่ถ้าดูตลาดจำนวนบัตรโดยรวมก็ไม่โต 11 เดือนแรก +0.4% >> เป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจเพิ่มปริมาณลำบากขึ้น
.
.. การใช้จ่ายผ่านบัตร Q4 +6.3% ทั้งปี +6.9% โตกว่าตลาดรวมที่ +5.2% >> ความน่าสนใจคือ เดือนพฤศจิกายน +15.4% จากมาตรการช็อปช่วยชาติ
.
.. พอร์ตลูกหนี้บัตรเครดิต 48,338 ล้านบาท (+4.6%) แต่ก็อยู่ในแนวโน้มที่ลดลง
.
.. ควบคุม %NPL ดีเยี่ยม ลดลงมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2558 จาก 1.35% >> 1.22% >> 1.12% ถ้าเปรียบเทียบกับตลาดรวมอยู่ที่ 2.11% ถือว่าดีกว่ากันเยอะ
.
** สรุปในส่วนของบัตรเครติด KTC เก่งกว่าตลาด คนรูดช่วยชาติกันเยอะ และคุม NPL อยู่ แต่ให้ระวังว่าการเพิ่มฐานคนมาสมัครใหม่ดูตัน ๆ ทั้งตลาด เพราะฉะนั้นอาจต้องขยับไปเพิ่มให้คนที่มีอยู่ใช้ให้มากขึ้นแทน
.
3) สินเชื่อบุคคลมี 852,915 บัญชี (+4.3%) และเพิ่มจาก Q3 ที่มี 849,335 บัญชี แต่ ๆ โตช้ากว่าตลาดที่ 11 เดือนแรก +5.1%
.
.. พอร์ตลูกหนี้สินเชื่อ 24,757 (12.7%) โตเยอะใช้ได้
.. ควบคุม %NPL ดีเยี่ยมเช่นกัน ลดลงมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2558 จาก 1.04% >> 0.94% >> 0.76% ถ้าเปรียบเทียบกับตลาดรวมอยู่ที่ 2.58% ถือว่าดีกว่ากันเยอะ
.
** สรุปในส่วนของสินเชื่อ KTC ขยายฐานได้ดีทีเดียว ต้องพยายามโตให้ทันตลาด และคอยดูว่า %NPL จะลดได้มากกว่านี้อีกมั้ย เพราะตอนนี้ก็ต่ำมากแล้ว
.
4) รายได้ถ้าดูอีกแบบ 41% มาจากดอกเบี้ย 42% ค่าธรรมเนียม 15% หนี้สูญรับคืน
… Growth ดอกเบี้ย +12% ค่าธรรมเนียม +9% หนี้สูญรับคืน +19% รวมกันก็ได้รายได้เพิ่มมา 2 พันล้านบาทแล้ว
.
5) SG&A หรือในกลุ่มนี้เค้าเรียกกันว่า Cost to Income Ratio ลดลงจาก 39.3% เหลือ 36.6%
.
.. ส่วนนึงมาจากขยายสมาชิกบัตรไม่ได้ตามเป้า ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องบัตร (อาจจะไม่ใช่เรื่องดีนะ) และก็ใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในการทำตลาดทำให้ประหยัดต้นทุนได้
.
6) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย เท่ากับ 15.13% ใกล้เคียงปีที่แล้ว 15.12%
.
=================================
.
** เป้าหมายปี 2561 จากผู้บริหาร **
.
1) การใช้จ่ายผ่านบัตร +15% vs. ปีนี้ที่ 7% และเทียบกับ 2 ปีที่แล้ว 12-13% >> ก็ต้องบอกว่าหนักอยู่ในภาวะที่ขยายฐานคนไม่ค่อยได้
.
2) พอร์ตลูกหนี้รวมโต 10% vs. ปีนี้ 7% และเทียบกับ 2 ปีที่แล้ว 10-13% >> อันนี้น่าจะพอไหวนะ แต่ต้องเร่งทำสินเชื่อส่วนบุคคลให้โตได้ไว และอย่าให้บัตรเครดิตตกลง
.
3) %NPL 1.3% เท่ากับปี 2560 >> ส่วนนี้จากอดีตที่ผ่านมาทำได้ดีมาตลอด เป็นไปได้ว่าจะลดลงได้มากขึ้นด้วย
..
** สรุป คือ KTC เก่งครับ รายได้เพิ่มจริง ค่าใช้จ่ายเพิ่มไม่มากเท่า และยังคงควบคุม NPL ได้อย่างเทพ พอดูแบบนี้แล้วผมอยากให้เราไปทำการบ้านแบบนี้ครับ
.
1) ถ้าคิดว่า KTC น่าจะยังทำได้ดีอยู่ตามแผน ก็ลองคำนวณมูลค่าดูครับ
2) ถ้าคิดว่าแพงแล้วก็อาจลองดูว่าหุ้นที่ใกล้เคียงกันตัวอื่นราคาถูกกว่ามั้ย ก็ลองไปแกะงบดูครับ
3) ช็อปช่วยชาติดูดีนะ ลองไปดูหุ้นค้าปลีกกันดีกว่าว่ามีใครได้ประโยชน์บ้าง
.
credit รูปงบจาก Krungsri Securities และ website KTC https://www.ktc.co.th/…/i…/resources/investors-presentation/