รีวิวหนังสือ The Happiness Manual … พฤติกรรมความสุข

“ณัฐวุฒิ เผ่าทวี” ชายหนุ่มที่เปลี่ยนใจไม่ไปเ รียน LSE (London School of Economics) แต่ไปเรียนต่อที่ Warwick แทนเพราะว่า เพื่อนสนิทชาวอังกฤษที่จะขับรถไปส่งบอกว่า รถเขาเก่าแล้ว ถ้าไปลอนดอนรถติด ขับ ๆ หยุด ๆ เกียร์อาจจะพังได้ เป็นเหตุผลที่ฟังดูแล้วมันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

แต่สุดท้ายก็ทำให้ ณัฐวุฒิ จบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ ความสุข เป็นคนที่สองของโลก จนกลายมาเป็นศาสตราจารย์ผู้ เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมศาสตร ์ และนี่คือหนังสือที่เขาเขีย นโดยหยิบยกงานวิจัยของตัวเอ งและนักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม อีกหลากหลายคน เพื่อมาบอกเล่าเรื่องราวให้ เราฟังว่า “มนุษย์เราไม่ได้ใช้เหตุผลใ นการตัดสินใจตลอดเวลา” มาดูกันครับว่าเป็นอย่างไร
.
** คนเราชอบเปรียบเทียบ **
.
สมมติว่าเราต้องตัดสินใจเลื อกที่ทำงานระหว่าง
.
บริษัท A : เงินเดือน 100,000 บาท
บริษัท B : เงินเดือน 75,000 บาท
.
โดยคุณสมบัติอื่น ๆ สถานที่ เจ้านาย สวัสดิการ เหมือนกันหมด เราจะเลือกที่ไหน ?
.
แน่นอน เราต้องเลือก A สิ ตามหลักเหตุผลเลย ทุกอย่างเหมือนกันหมด ก็ต้องไปที่เงินเดือนสูงกว่ า
..
ถามใหม่ สมมติว่าเราต้องตัดสินใจเลื อกที่ทำงานระหว่าง
.
บริษัท A : เงินเดือน 100,000 บาท แต่เพื่อนร่วมงานได้ 125,000 บาท (มีแต่เราเท่านั้นที่รู้ว่า ในบริษัทนี้เราได้น้อยสุด)
บริษัท B : เงินเดือน 75,000 บาท แต่เพื่อนร่วมงานได้ 50,000 บาท (มีแต่เราเท่านั้นที่รู้ว่า ในบริษัทนี้เราได้มากสุด)
.
โดยคุณสมบัติอื่น ๆ สถานที่ เจ้านาย สวัสดิการ เหมือนกันหมด เราจะเลือกที่ไหน ให้เวลาคิด 10 วินาที ?
.
.
.
.
เชื่อมั้ยครับว่า จากผลการทดลอง 84% เลือก B ทั้ง ๆ ที่เราได้เงินเดือนน้อยกว่า
.
เพราะอะไรทราบมั้ยครับ ? เพราะมนุษย์เราจะรู้สึกว่าค วามสุขลดลง ถ้าเราดูด้อยกว่าคนอื่น
.
ทีนี้ลองมาดูตัวเราเองเวลาล งทุนในหุ้นบ้างว่าเราเป็นแบ บนี้มั้ย ยกตัวอย่างเช่น เราขายหุ้นได้กำไร 5% ดีใจมากเลย แต่พอตอนเย็น รู้ว่าเพื่อนได้กำไร 10% ในหุ้นตัวเดียวกัน เรากลับเศร้า ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ขาดทุนนะ ก็เพราะเราดันไปเปรียบเทียบ กับเพื่อนนั่นเอง
.
========================
.
** System 1 & System 2 **
.
ลองตอบคำถามข้อนี้ก่อนครับ
ถ้าลูกบอลและไม้เบสบอลมีราค ารวมกัน 110 บาท แล้วไม้เบสบอลมีราคามากกว่า ลูกบอล 100 บาท ลูกบอลจะมีราคาเท่าไหร่?
.
สำหรับคนที่ไม่เคยได้ยินคำถ ามนี้มาก่อน คำตอบที่ปิ๊งออกมาเลยคือ 10 บาท แต่ผิดครับ ถ้าลองค่อย ๆ คิดดี ๆ ใช้เวลาสักพักก็จะพบว่า คำตอบคือ 5 บาท (และไม้เบสบอลราคา 105 บาท) เหตุผลก็เพราะเราใช้ระบบควา มคิดแบบที่ 1 ของสมองในการตอบคำถาม อธิบายได้แบบนี้ครับ
.
ระบบความคิดในสมองของมนุษย์ เราจะแบ่งได้เป็น 2 ระบบ คือ
System 1 : เป็นระบบที่ตอบสนองแบบรวดเร ็ว อัตโนมัติ คือ Auto Pilot นั่นเอง เช่น ถามว่า IR บริษัทนี้สวยมั้ย เรามองแว้บเดียวตอบได้เลยว่ าสวยหรือไม่สวย ไม่ต้องคิดนาน
.
System 2 : เป็นระบบที่ตอบสนองช้า ต้องใช้การไตร่ตรอง คำนวณให้ถี่ถ้วน โดยปกติระบบนี้จะนอนหลับ เราต้องปลุกมันขึ้นมา เช่น การคำนวณเลขยาก ๆ อย่าง 37 x 249 = ?
..
ย้อนกลับไปที่เรื่องลูกบอล คนตอบ 10 บาท กันเยอะ เพราะคิดเร็วๆ มันก็ฟังดูสมเหตุสมผล ทำให้ System 2 ไม่ได้ถูกปลุกขึ้นมา เราก็เลยยอมรับว่า 10 บาท นี่แหละน่าจะถูกแล้ว
..
มองย้อนกลับมาที่ตลาดหุ้นกั นอีกรอบ หุ้นตัวนึงทำกำไรได้ 10% ต่อเนื่องมาทุกปี System 1 บอกเราทันทีว่า ปีนี้ก็น่าจะได้อีก 10% โดยที่เราอาจจะไม่ได้มองบริ บทรอบข้างเลยก็เป็นได้ว่า ปีนี้มีเหตุการณ์อะไรที่ต่า งไปจากเดิมหรือเปล่า
.
แต่ไม่ใช่ว่า System 1 ไม่มีประโยชน์นะ เพราะการที่มนุษย์เราอยู่รอ ดมาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะใ ช้ System 1 ในการตอบสนองต่ออันตราย เช่น มนุษย์ดึกดำบรรพ์ เวลาเห็นเงาอะไรตะคุ่ม ๆ เข้ามา ก็จะกระโดดหนีไว้ก่อน แต่ถ้าใช้ System 2 คิด ก็อาจจะวิเคราะห์ว่า มันจะเป็นเงาของสัตว์ที่เป็ นอาหารหรือเปล่า หรือว่าจะเป็นศัตรูกำลังมา คือมัวแต่นั่งคิดในสถานการณ ์แบบนี้ สุดท้ายเลยไม่รอด
.
โดยปกติแล้ว System 1 จะใช้ได้ผลถ้าเราเคยมีประสบ การณ์กับเรื่องนั้น ๆ มาก่อน ทำให้เราตัดสินใจได้ทันทีว่ าควรทำอย่างไร เปรียบเหมือนเวลาเราเล่นหุ้ น เห็นราคาถูกทุบอย่างแรงพร้อ มโวลุ่มและมีข่าวไม่ดีที่เป ็นความจริงออกมา นาทีนั้นไม่ต้องคิดแล้วครับ  เราต้องทิ้งทุกราคา แต่ถ้าเราไปปลุก System 2 มาคิด ก็จะมัวแต่คิดว่า เจ้าหลอกเก็บของหรือเปล่า ลงเยอะแล้วน่าจะพอแล้วมั้ง แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าเราไม ่ขายแต่เนิ่น ๆ ทำให้ลุกช้าจ่ายรอบวงในที่ส ุด

** ความสุขสัมพันธ์กับอายุ เป็นรูป U-Shape **
.
เราจะมีความสุขมากล้นช่วงวั ยรุ่น และลดลงมาเรื่อย ๆ จนมอดไปตอนวัยกลางคน ก่อนที่จะกลับมามีความสุขเพ ิ่มขึ้นตอนวัยชรา เหตุผลก็เพราะว่าตอนเป็นวัย รุ่นเราใช้ชีวิตเต็มที่ แต่พอเวลาผ่านไปจน 40-50 ก็เริ่มรับรู้ว่าสิ่งทีหวัง และฝันไว้ตอนนั้นมันช่างห่า งไกลกันเหลือเกิน แต่หลังจากนั้นเราก็จะเริ่ม ทำใจได้ และกลับมามีความสุขเพิ่มขึ้ นตอนแก่
.
ในชีวิตการลงทุน ก็อาจจะมองเป็น U-Shape ได้ เช่น เข้าตลาดใหม่ ๆ กำไรดี ก็มีความสุขมาก ผ่านไปสักพักถ้าความรู้ไม่แ น่นพอ เราจะเริ่มขาดทุน ยิ่งนาน ความสุขยิ่งลดลง จนสุดท้ายปรับตัวได้ เริ่มเรียนรู้ใหม่ กำไรกลับมา ความสุขก็ถึงเวลาดีดขึ้นอีก ครั้ง
.
** การปรับตัวของความสุข **
.
การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่ร ักไป ผู้ชายมักใช้เวลา 1 ปี และผู้หญิง 2 ปี ในการทำใจให้กลับคืนสู่สภาพ เดิม แต่ทว่าการตกงานกลับใช้เวลา ฟื้นฟูจิตใจนานกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ดูแปลกประ หลาด
.
เหตุผลก็คือว่า การสูญเสียบุคคลที่รัก ไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่รู้ส ึก แต่มีอีกหลายคนที่เข้าใจและ ช่วยเรา ยิ่งถ้าคนที่จากไปเป็นโรคเร ื้อรัง เราก็จะได้รับคำบอกที่ว่า เขาไปสบายแล้ว ไม่ทรมานแล้ว ทำให้เราทำใจได้เร็วขึ้น ผิดกับการตกงาน ที่มันคาราคาซังและทำให้เรา เครียดว่า ทำไมเพื่อนหางานได้เราหาไม่ ได้ แล้วเราจะเอาอะไรกิน คือมันไม่มีคนมาแชร์ความรู้ สีกนี้กับเราด้วย ทำให้การปรับตัวของความสุขเ ดินทางนานกว่า
.
คุ้น ๆ มั้ยครับ มันเหมือนกับการติดหุ้น ร่วงมาแล้วไม่ยอมขาย ผูกพันกันมากหวังว่าราคาจะก ลับมา จนแล้วจนรอดก็ไม่กลับมาซะที  ผิดกับคนที่มีวินัยมีจุด stop loss คนกลุ่มนี้เรียกว่า เจ็บแต่จบ และความสุขก็จะ Reset กลับมาได้เร็ว

ยังมีอีกหลายเรื่องราวในหนั งสือเล่มนี้จะทำให้เราเข้าใ จพฤติกรรมของคน จิตวิทยา ทำไมถึงทำแบบนั้นแบบนี้ และถ้าเราอยากมีความสุขในชี วิตมากขึ้นกว่านี้ เราควรทำอย่างไร และผมเชื่อว่าเรายังสามารถน ำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้กั บการลงทุนในตลาดหุ้นของเราไ ด้ดียิ่งขึ้นอีกมากเลยครับ