มาเริ่มต้นปีด้วยการเขียนเป้าหมายกัน

สวัสดีปีใหม่ครับ วันที่ 1 มาเริ่มนับ 1 ใหม่กัน ปีที่แล้วพลาดท่าเสียทีไปไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามถือว่าผ่านไปแล้ว ปีนี้ทุกคนมาเริ่มต้นกดปุ่ม  restart กันใหม่

สิ่งหนึ่งที่ผมทำเป็นประจำท ุกปีและอยากเชิญชวนให้ทุกคน ได้ทำกันคือ การตั้งเป้าหมายครับเพื่อที ่จะเป็นตัวช่วยกำหนดว่าเราต ้องการเห็นวันสิ้นปีเป็นอย่ างไร วิธีการแบบนี้เค้าเรียกกันว ่า Begin with the End in Mind (เป็นข้อที่หนึ่งในหนังสือ 7 Habits ของ Stephen Covey) และองค์ประกอบของเป้าหมายที ่ดีคือ ต้องเป็น SMART GOAL
.
S = Specific คือ ชัดเจน เช่น ลดน้ำหนัก นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ
.
M = Measurable คือ วัดผลได้ เช่น ลดน้ำหนักจาก 80 เหลือ 75 กิโลกรัม
.
A = Action-Oriented คือ เขียนคำที่บอกการกระทำ เช่น เพิ่ม ลด สร้าง ไม่ควรเขียนคำว่า อยาก ต้องการ เพราะมันดูลอย ๆ เกินไป เช่น อยากรวย ต้องการมีบ้าน ยังงี้ดูกว้างไป
.
R = Realistic อยู่ในโลกของความเป็นจริง เช่น ลดน้ำหนัก 5 กิโลกรัม แต่ถ้าตอนนี้มีเงิน 1 ล้านบาท ตั้งเป้าว่าให้ได้ 100 ล้านบาท อันนี้ก็อาจจะดูยากลำบากนิด นึง
.
T = Time-Bound คือ กำหนดเวลา มี deadline ต้องเขียนให้ชัดว่าจะทำเสร็ จเมื่อไหร่ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างไปวัดกันต อน 31 ธันวาคม เพราะเราจะไม่ทำ
>>
ตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ
.. ลดน้ำหนักจาก 80 เหลือ 75 กิโลกรัม ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561
.. นั่งสมาธิก่อนนอนทุกคืน วันละ 10 นาที เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2561
.. สร้างพอร์ตลงทุนเพิ่มจาก 1 ล้านบาท เป็น 1.2 ล้านบาท ภายใน 31 ธันวาคม 2561
.
========================== ========
.
ทีนี้สำหรับคนที่เคยตั้งเป้ าหมายกันไว้ทุกปีแต่เกิดปัญ หาว่าทำไม่ค่อยสำเร็จซักกะท ี เท่าที่ผมสังเกตเป็นเพราะแบ บนี้ครับ
.
1) ไม่เขียนลงกระดาษ หลายคนตั้งเป้าจริง แต่อยู่ในหัว สุดท้ายมันก็จะเลือน และเราก็จะลืมมันไป อยากให้หาสมุดบันทึกมาแล้วเ ขียนเป้าหมายของปีไว้ที่หน้ าแรกครับ พอเปิดครั้งใดคุณก็จะเห็นมั นก่อนอย่างอื่นเพื่อจะได้จำ ได้อยู่ตลอดว่าเราต้องการอะ ไร และใช้สมุดเล่มนี้เป็นบันทึ กการลงทุนของคุณ เป็น Trade Journal เป็นสมุดบันทึกบทเรียนที่ถู กและผิด ของผมเปลี่ยนเล่มใหม่ทุกปีค รับ ผมเรียกมันว่า “สมุดบันทึกความฝัน”
.
2) เป้าหมายดี แต่ขาดแผนการที่ดี เช่น สร้างพอร์ตให้โต 20% ต่อปี เราก็ต้องมีแผนการที่ดีด้วย ว่าจะทำยังไง จะเล่นหุ้นแนวไหน เอาปันผลด้วยมั้ย หรือจะใช้กราฟอย่างเดียว จุดซื้อจุดขายอยู่ตรงไหน ประเมินความเสี่ยงให้รอบคอบ
.
3) เป้าหมายเยอะเกินไป บางคนเขียนเป้าหมายไว้ทีนึง  20-30 ข้อ อันนี้ไม่ผิดนะ แต่สุดท้ายเลือกเอามาแค่ 5 ข้อก็พอที่คิดว่าสำคัญมาก ๆ ถ้าทำได้ภายในปีนี้ชีวิตเปล ี่ยน แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำแค่นั้ นพอ
.
4) ผลัดวันประกันพรุ่งไม่เริ่ม ทำซักที อันนี้คือเรื่องของ “วินัย” บางคนบอกว่าเพิ่งมกราคมเอง เพิ่งเที่ยวกลับมายังไม่หาย เหนื่อยเลย เดี๋ยวแป็บนึงจะเริ่มอ่านหน ังสือละ อาการแบบนี้ผมก็เคยเป็น แบบขี้เกียจไง อยากให้คิดแบบนี้ครับว่าอยา กทำอะไร ทำเลย คิดซะว่าบังเอิญเจอสาวงามหร ือชายในฝันกำลังรอลิฟท์อยู่  โอกาสมีแป็บเดียว จะเข้าไปคุยหรือไม่คุย
.
5) ขาดแรงจูงใจที่จะทำให้สำเร็ จ บางคนแค่อยากรวย เพราะอยากมีเงินเยอะไปทำอะไ รก็ได้ ขณะที่อีกคนอยากรวยเพราะต้อ งการปลดหนี้ให้ที่บ้านและหา เงินเรียนหนังสือ คนแบบหลังจะมีแรงจูงใจมากกว ่าที่จะทำตามเป้าหมายให้สำเ ร็จ ผมไม่ได้บอกให้คุณไปเป็นหนี ้นะครับ คุณอาจจะลองหาแรงบันดาลใจ เช่น ทำเพื่อลูก หาเงินให้ภรรยาช็อปปิ้ง หาเงินซื้อบ้านหลังแรกของตั วเอง อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นความฝั นอันยิ่งใหญ่ของคุณ ที่เมื่อคิดถึงครั้งใดคุณจะ สู้ไม่ถอย
..
พร้อมมั้ยครับ ถ้าพร้อมแล้วไปหยิบปากกา สมุด มาเขียนเป้าหมายของคุณกัน และอยากให้ใช้เวลาสัปดาห์แร กวางแผนกันให้ดี เพื่อที่ว่าจะพร้อมลุยกับอี ก 51 สัปดาห์ที่เหลืออย่างมีระบบ  และหมั่นคอยตรวจสอบ แก้ไข กันทุกเดือนด้วยนะครับ
.
ผมเชื่อว่าการตั้ง “เป้า” ปีนี้ของคุณจะไปถึงจุด “หมาย” ที่ปลายทางแน่นอน เพราะระหว่างทางผมจะคอยเติม วิตามินความรู้ให้คุณเอง