== มนุษย์อารมณ์ ==

หนังสือเล่มใหม่ของอาจารย์ ณัฐวุฒิ เผ่าทวี ที่บอกว่า บ่อยครั้งที่คนเราตัดสินใจด้วย “อารมณ์” มากกว่า “เหตุผล” เรื่องหุ้นก็เช่นกัน คือ
..
• อารมณ์เศร้า เราอยากลืม อยากออกจากจุดที่ยืนอยู่ อยากทำให้ตัวเองกลับมาสุขอีกครั้ง (อารมณ์เหมือนคนอกหัก) เราจะยอมขายหุ้นในราคาถูก (เพราะอยากตัดใจ) และไปซื้อหุ้นที่ราคาแพงกว่า (เปิดใจรับคนใหม่ เพื่อลืมเธอ)

• อารมณ์ขยะแขยง ทำให้เราอยากล้างทุกอย่างออกไป เค้าบอกว่า ถ้าไปสัมภาษณ์หรือคุยงานกับะใครใกล้ๆ ห้องน้ำหรือถังขยะ คำตอบที่ได้จะออกมาแย่กว่าที่คิด ถ้าเป็นเรื่องหุ้นเราจะยอมขายหุ้นในราคาถูก (อาจจะล้างพอร์ตได้เลยนะ) แต่ด้วยอารมณ์นี้จะไม่กลับเข้าไปซื้อหุ้นใหม่
.
• อารมณ์เครียด เป็นเวลาที่สมองไม่มีที่ว่างไปคิดอย่างอื่นนอกจากสิ่งที่เครียด จะควบคุมตัวเองได้น้อยลง ถ้าซื้อขายหุ้นช่วงนี้ก็อาจจะไม่ดี เพราะว่าไม่ได้โฟกัสในสิ่งที่ทำ แต่กำลังเครียดเรื่องอื่นอยู่
.
• อารมณ์มีความสุข เป็นอารมณ์ที่ช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิผล มีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าซื้อหุ้นตอนนี้ก็จะดี แต่ก็ต้องระวัง เพราะอารมณ์สุข จะทำให้เราไม่ค่อยอยากเปลี่ยนแปลง เพราะมองว่าดีอยู่แล้ว เราก็จะไม่มองหาความรู้เพิ่มเติมได้
..
===============
.
** Empathy Gap … ช่องว่างระหว่างใจเราในวันนี้กับวันข้างหน้า **
.
เค้าบอกว่าความสามารถในการทำความเข้าใจของคนเรา จะขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นเราเป็นยังไง ซึ่งจะมี 2 สภาวะ คือ
.
1. Cold-Hot empathy gap คือ เวลาที่เรารู้สึกเย็นๆ สบายใจ เวลากินข้าวกลางวันอิ่ม แม่ถามว่าเย็นนี้จะกินอะไร เราก็จะตอบว่าอะไรก็ได้ เอาง่ายๆ ไม่เยอะ เพราะตอนนั้นมันอิ่มอยู่ แต่พอตกเย็นแม่เตรียมข้าวน้อย เราก็จะบ่นหิว หรือเราซื้อหุ้นมาตอนพันจุด เราก็จะไม่ได้รู้สีกอะไรกับคนที่มาบ่นว่าตกรถ หรือคนติดดอยที่พันหก เราก็จะไม่ค่อยเข้าใจพวกเขา
.
2. Hot-Cold empathy gap เป็นอารมณ์ในทางตรงข้าม เช่น คนที่กินเหล้าเยอะๆ แล้วบอกว่า ไหว ยังไม่เมา คนที่โวยวายเสียงดังแล้วบอกว่าไม่ได้โกรธ
.
ถ้าเราเข้าใจว่าทุกคนจะมี empathy gap เราก็จะคอยระมัดระวัง เช่น ตอนได้กำไรหุ้นเยอะๆ ก็ไม่ประมาท หรือตอน SET มันโดดมา 1,250 ได้ เราก็เข้าใจคนที่ตกรถ และฟังเค้าว่าคิดยังไงถึงไม่กล้าซื้อหุ้น เพราะบางทีมันอาจจริงก็ได้ เราจะได้ไม่เผลอไปซื้อเพิ่มจนติดดอยโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
..
==================
.
** เสียใจที่ทำ กับ เสียดายที่ไม่ได้ทำ **
..
มีการไปสัมภาษณ์คนที่อยู่ช่วงบั้นปลายชีวิต แทบทุกคนบอกว่า “เสียดายที่ไม่ได้ทำ” เจ็บปวดกว่า “เสียใจในสิ่งที่ทำลงไป” หลายคนบอกว่า อยากเที่ยวให้เยอะกว่านี้ ทำงานน้อยกว่านี้ เสียดายที่ไม่กล้าออกไปทำอะไรที่อยากทำเพราะมัวแต่ฟังเสียงคนอื่น เสียดายที่ไม่ได้ติดต่อเพื่อนเก่า
..
สาเหตุก็เพราะ ความเสียใจ มันเจ็บจี๊ดในระยะสั้นเหมือนแผลสด แต่ความเสียดาย มันเจ็บทื่อ เหมือนค่อยๆ ดึงพลาสเตอร์ปิดแผลออกตอนแผลมันแห้งแล้ว
.
เพราฉะนั้น ถ้าเราขายหมูหรือตกรถไปในช่วงนี้ก็อย่าไปเสียดาย แต่ถ้าเราซื้อตามจังหวะนี้แล้วโดนเท เราติดดอย ขาดทุนอาจเสียใจมากกว่าก็ได้
..
เป็นหนังสืออีกเล่มที่สนุกดีครับ ได้เข้าใจเรื่องการตัดสินใจของมนุษย์เรามากขึ้น เอามาใช้ได้เยอะเลยในการลงทุน
..
ว่าแต่ทุกวันนี้ เราซื้อหุ้นกันด้วย “อารมณ์” หรือ “เหตุผล” มากกว่ากันครับ
.
#มนุษย์อารมณ์ #วิตามินหุ้น
www.stockvitmains.co