บทเรียนบนโต๊ะอาหารกับพี่เอก ธำรง

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีโอกาสไปทานข้าวกับพี่เอก ธำรง นักลงทุน VI ชั้นแนวหน้าคนหนึ่งของเมืองไทย จริง ๆ พี่เอกชวนกินข้าวบ่อยมาก แต่ไม่ค่อยมีเวลาไปเจอแกเท่าไหร่

ต้องบอกว่าพี่เอกเป็นคนช่างเสาะแสวงหาร้านอาหารอร่อยๆ โดยเฉพาะบุฟเฟต์ราคาสุดคุ้ม และจริงจังขนาดตั้งห้อง “ลงทุนกิน” ขึ้นมาเลยทีเดียว วันนี้ไม่ได้มารีวิวอาหารครับ แต่นึกขึ้นมาได้ว่ามีหลายประโยคที่สะกิดใจตอนที่นั่งคุยกับพี่เอก และน้องนักลงทุนอีก 2 ท่าน เลยอยากบันทึกไว้และเอามาแชร์เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน
..
1. ลงทุนในหุ้นที่เรารู้ดีกว่าคนอื่น
.
หุ้นที่พี่เอกสนใจแต่ละตัว เป็นหุ้นเล็กหุ้นกลาง ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ไม่คุ้นหู บางตัวแทบไม่มีโวลุ่ม แต่เห็นโอกาสในการเติบโต กำลังจะมีสตอรี่บางอย่าง ราคาหุ้นต่ำเกินไป แล้วพี่แกก็จะเข้าไปศึกษาเรื่องราวของหุ้นตัวนั้นอย่างละเอียดยิบ รู้ทุกซอกทุกมุม
.
มีประโยคนึงที่สะกิดใจผมมาก คือ ผมไปบอกแกว่า ปีนี้ผมชนะหลายตัว มาพลาดอยู่ตัวเดียวเจ็บหนักเลย พี่เอกบอกว่า หุ้นบางตัวมีคนเก่ง ๆ สนใจเยอะ ลงทุนเยอะ เค้ารู้มากกว่าเรา แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้กับคนเหล่านี้ได้
.
ทำให้ผมคิดได้ว่า เออจริง คนพวกนี้เก่งกว่าเราเยอะมาก ถ้าเราซื้อหุ้นตัวเดียวกับเขา แล้วยังซื้อแพงกว่าอีก เราจะเอาอะไรไปสู้ได้ ถึงไม่แปลกใจว่าทำไมพี่เอกถึงซื้อหุ้นที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ แต่สำคัญคือ สุดท้ายแล้วเราต้องรู้จริงและคิดถูกด้วย ถึงจะได้กำไรก้อนใหญ่
.
2. ศึกษาประวัติศาสตร์
.
เวลาสนใจหุ้นตัวไหน เราควรไปดูย้อนหลังถึงผลงานในอดีตของบริษัทนั้นว่าทำได้อย่างที่พูดมั้ย มีที่มาที่ไปอย่างไร เคยทำอะไรมาก่อน แล้วธุรกิจจะเปลี่ยนไปอย่างไร บางทีเมื่อก่อนพูดอะไรแล้วทำไม่เคยได้เลย ราคาหุ้นมันก็เลยตก แต่ปัจจุบันทำได้ดีกว่าที่พูดแล้ว ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ ถ้าผลลัพธ์ออกมาดีกว่าที่สัญญาหรือคาดหวัง ก็จะ surprise ตลาด และราคาก็จะตอบสนองไปทางบวกได้
.
3. ถาม ถาม และ ถาม
.
หุ้นตัวไหนที่พี่แกสนใจและทำการบ้านมาอย่างดีแล้ว แกจะถามเยอะมาก เหมือนสอบปากคำเลย ถามทุกอย่างที่อยากรู้ให้หายสงสัย ถ้าใครสังเกตใน Oppday แกจะถามหลายคำถามที่สำคัญที่เอามาเป็นตัวชี้ได้ว่าหุ้นตัวนี้แนวโน้มในอนาตคดีหรือไม่ดี นอกจากนี้แกยังไปคุยนอกรอบโทรไปถาม IR ถามผู้บริหารอีกเป็นชั่วโมง ๆ อยากรู้อะไรต้องถามครับ ไม่ต้องกลัวโง่ ดีกว่าไม่ถามแล้วไปขาดทุนจริง ๆ ยังงี้แย่ยิ่งกว่า
..
4. ไม่หยุดที่จะเรียนรู้
.
ผมยอมรับในความใฝ่เรียนรู้ของพี่เอกมาก ทั้งอ่านหนังสือ ทั้งดูคลิปสัมภาษณ์ รายการต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นผู้รู้อย่างมากคนนึงของวงการ แต่ผมก็ยังเห็นแกอ่านนู่นอ่านนี่ สมัครสมาชิกหนังสือพิมพ์เพิ่มเติม ไปงาน Roadshow หุ้น IPO ไป Company Visit อยู่เรื่อย ๆ ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนอาบน้ำ ตอนอยู่บนรถไฟฟ้า แกก็อ่านข่าวฟังข่าวตลอด เป็นตัวอย่างให้เราขี้เกียจไม่ได้
.
5. All in + Margin มีทั้งรวยและดับ
.
มีคนบอกว่านักลงทุนท่านนึงรวยหลายพันล้าน ศึกษาหุ้นมาอย่างดีไม่กี่ตัวแล้วก็อัดเต็มพอร์ต ใช้มาร์จิ้นด้วย ทำให้พอร์ตโตเพิ่มเร็วมาก แต่เพราะเขาศึกษามาอย่างดีมากจนมั่นใจว่าอนาคตมันจะดีมาก ๆ เทียบกับราคาปัจจุบัน เลยกล้าทำแบบนั้น พี่เอกบอกว่า มีนักลงทุนอีกท่านก็อัดเต็มพอร์ตเหมือนกัน แล้วโชคดีที่ประเมินถูกว่า สหรัฐฯจะใช้ QE ทำให้ได้กำไรมหาศาล แต่ถ้าไม่มี QE พี่คนนั้นอาจไม่มีวันนี้ คือ การลงทุนแบบ All in และใช้ Margin ด้วยนี้เป็นเหมือนดาบสองคม คือ ถ้าไม่รวยไปเลย ก็จนไปเลยได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่า คนที่ตายเค้าไม่ได้ออกมาพูด
..
ค่าอาหารหลักร้อยมื้อนี้นับว่าคุ้มค่ามากครับ ฝากไว้เป็นความรู้ให้กับนักลงทุนทุกคนนะครับ
.
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าพี่เอกชวนไปกินบุฟเฟต์ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
..
ป.ล. รูปภาพเอามาจากในเน็ตนะครับ