บทประยุกต์การลงทุน … “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว”

งาน Exclusive Talk เปิดตัวหนังสือ “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” ของคุณธนินท์ เจียรวนนท์ โดยการสัมภาษณ์ของพี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ มีเนื้อหาสาระน่าสนใจมาก เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยผ่านตากันไปบ้างแล้ว ผมอยากจะขอเล่าบ้าง แต่จะเป็นการประยุกต์เนื้อหาให้เข้ากับการลงทุนแบบนี้ครับ

1. “กำไร” ดีใจได้ได้วันเดียว “ขาดทุน” ก็เสียใจแค่วันเดียว
.
ลงทุนแล้วกำไร อย่าเพิ่งเหลิง อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองเก่ง เพราะถ้ามัวหลงตัวเอง อาจประมาทพลาดพลั้งในครั้งต่อไปได้
.
ขาดทุน ก็เช่นกัน อย่ามัวแต่เสียใจ ตีโพยตีพายว่ารู้งี้ โกรธเจ้า โทษเซียน โทษนักวิเคราะห์ แต่ไม่เคยโทษตัวเอง
.
ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน เอาแค่วันเดียวพอ แล้วเดินหน้าต่อไป ทำให้ดีกว่าเดิม
..
เหมือนที่คุณธนินท์บอก ความสำเร็จที่แท้จริงคือการเดินหน้าต่อไป ถ้าหยุดพัฒนาวันหน้าย่อมพ่ายแพ้ แต่ถ้าล้มเหลว กลุ้มใจไปไม่มีประโยชน์ ต้องทำใจแล้วเอามาเป็นบทเรียน ล้มเหลวเพื่อไม่ให้ล้มเหลวอีกครั้งนึง ที่สำคัญอย่าล้มละลาย และอย่าตายพอ
..
2. ลงทุนในเรื่องที่เข้าใจ และเห็นภาพว่าจะสำเร็จ
.
หุ้นมี 700 ตัว เป็นไปได้ยากที่เราจะเข้าใจแบบลึกซึ้งทุกตัว เลือกตัวที่เราถนัดและเห็นภาพทะลุปรุโปร่งว่ามันจะดีในอนาคต ถ้าเข้าใจโรงพยาบาล ค้าปลีก สื่อสาร ก็ลงทุนหุ้นพวกนี้ อย่าไปลงทุนโรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี โรงกลั่น ที่เราไม่รู้จัก ถึงแม้ว่าหุ้นที่เรารู้จักอาจทำผลตอบแทนได้น้อยกว่า แต่เราก็ไม่เสี่ยงและไม่ขาดทุน
..
คุณธนินท์บอกว่า เขาไม่เข้าใจธุรกิจของ ALIBABA มองไม่ชัด คิดไม่ออก ว่าจะสำเร็จได้ยังไง มันไม่มีรูปแบบให้เห็น มันเป็นภาพเล่า ไม่มีตัวตน ไม่เห็นของจริง Jack Ma เห็นภูเขาลูกนี้เป็นทอง แต่คุณธนินท์เห็นแต่ต้นไม้กับดินก็ไม่กล้าลงทุน
.
ผิดกับ 7-11 ที่เจ้าของคนอเมริกันบอกว่าอย่าลงทุนเลย ลูกค้าไทยไม่มีกำลังซื้อหรอก ต้อง 15 คน ถึงได้เงินเท่ากับฝรั่ง 1 คน แต่คุณธนินท์เห็นภาพชัดว่าจะสำเร็จ เพราะค่าจ้างเราถูกกว่าเขา 15 เท่าเช่นกัน สุดท้ายก็ทำให้ 7-11 สำเร็จได้
..
3. เลือกหุ้นที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องเป็นหุ้นเก่งที่สุด
.
ในขณะที่หลายคนอาจเลือกหุ้นใหญ่ SET50 หุ้นพื้นฐานดี ผู้บริหารเก่ง แต่มันอาจไม่ทำเงินให้เราก็ได้ แต่ถ้าเราเลือกหุ้นกลางหุ้นเล็ก ที่ไม่ได้เก่งมาก แต่มีสตอรี่ที่เหมาะกับสถานการณ์ตอนนั้น เราเข้าใจอย่างดี ก็อาจจะลงทุนได้กำไรมากกว่าก็เป็นได้
..
เหมือนที่คุณธนินท์เลือกใช้เครื่องของมอเตอร์ไซค์ฮอนด้า เพราะเหมาะสมกับการใช้งานของคนจีนในชนบท ในการขนส่งของ ในทางขรุขระ ทนทาน แม้ไม่ใช่เครื่องยนต์ที่ดีที่สุด แต่กลับใช้งานได้เหมาะสมกว่า และเลือกวิธีการขายโดยลงหนังสือพิมพ์จีน ให้ญาติที่อยู่ต่างประเทศโอนเงินมาซื้อที่ฮ่องกง แล้วบริษัทส่งมอเตอร์ไซค์ให้ครอบครัวของพวกเขาในเมืองจีน ปรากฏว่าขายดีจนของผลิตไม่ทัน
.
4. Reward Risk Ratio = 70:30
.
เวลาลงทุน เราต้องประเมินความเสี่ยงเอาไว้ เช่น ถ้าแพ้ 30 ถ้าชนะได้ 70 ซึ่งโอกาสมันมากกว่า 2:1 ดูแล้วคุ้มน่าลงทุน หรือใครอยากให้ Risk ต่ำ ๆ ก็กำหนดจุด Stop ตื้น ๆ ไว้ก็ได้ หลักการคือ เราต้องประเมินโอกาสแพ้ชนะทุกครั้งก่อนลงทุน และถ้ามีการลงทุนครั้งไหน ถึงแม้เสี่ยงน้อยแค่ 10% แต่โอกาสหมดตัวมีสูง ก็อย่าได้เข้าไป
..
คุณธนินท์พูดว่า ทำธุรกิจต้องเสี่ยง คนที่ไม่เสี่ยงคือคนที่อยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร ให้เสี่ยง 30 ชนะ 70 ปรับไป แก้ไป ให้ดีขึ้น แต่ต้องไม่เสี่ยงเกินตัว ถ้าเสี่ยงแค่ 10% แต่มีโอกาสล้มละลาย แบบนี้ไม่เอา
.
5. เล่นหุ้นยาก ที่ไม่มีใครมอง โดน drawdown 10% ก็ชนะได้
.
หุ้นยาก ไม่ได้แปลว่า ธุรกิจซับซ้อน แต่เป็นหุ้นที่ไม่มีใครมอง คนเก่ง ๆ หลายคนมองข้าม ถ้าเราเห็นก่อน ศึกษาก่อนให้ลึกซึ้ง ถ้าเป็นโอกาสจริง ๆ เราก็จะได้ทุนที่ต่ำ แรก ๆ อาจโดนเขย่า เพราะไม่มีโวลุ่ม ขาดทุนเป็น 10% แต่ถ้าดีจริง ทุกคนเห็นเมื่อไหร่ เราก็จะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ
..
คุณธนินท์บอกว่า ยากที่สุดแล้วมีอนาคต ธุรกิจตัวนี้จะยิ่งใหญ่ ถ้าทำเรื่องยาก ๆ สำเร็จได้จะไม่มีคู่แข่ง เหมือต่อยมวยอยู่คนเดียวบนเวที ต่อยตัวเองน็อค นับ 10 ขึ้นมาก็ยังชนะอยู่ดี เพราะไม่มีคู่แข่ง
.
6. เวลาวิกฤต เก็บหุ้นดี ขายหุ้นแย่ที่ยังมีราคา
.
ในช่วงเวลาที่เลวร้าย เราไม่สามารถรักษาหุ้นทุกตัวไว้ในพอร์ตได้ ต้องเลือกเก็บหุ้นที่แข็งแกร่งที่จะฝ่าวิกฤตไปได้ และให้ขายหุ้นที่ยังดูดีพอมีอนาคตออกไป เพราะจะขายได้ราคาที่ดีอยู่ ถ้าเป็นหุ้นไม่มีอนาคต ก็ไม่มีใครอยากได้ อยากมาซื้อต่อจากเรา แล้วเอาเงินที่ได้มาไปซื้อหุ้นที่ดีเพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่า เราเองก็อาจจะเลือกเก็บหุ้นผิดตัวได้เหมือนกัน บางตัวดูดีวันนี้ แต่อนาคตอาจล่มสลาย
..
เปรียบให้เห็นภาพชัดตอนวิกฤตต้มยำกุ้ง คุณธนินท์เลือกเก็บ 7-11 ไว้ ขาย Lotus กับ Makro ทิ้ง แล้วก็เอาเงินไปคืนหนี้กับขยายสาขา 7-11 ต่อไป พอภายหลังมีเงินก็ไปซื้อ Makro กลับคืนมา ขณะที่ Telecom Asia ตอนนั้นมองว่าดี เพราะลงทุนเคเบิลใต้ทะเล แต่สุดท้ายเจอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็วก็ไม่รอดได้เหมือนกัน
.
7. ยกคนเก่งเป็นอาจารย์ ขอฝึกวิชาจากเขา
.
ในโลกการลงทุน ยิ่งถ่อมตัวเท่าไหร่ ยิ่งทำตัวเล็กเท่าไหร่ วิ่งไปขอความรู้จากคนที่เก่งกว่าเราไม่ว่าจะเป็นคนที่แก่กว่าหรือเด็กกว่า เชื่อเถอะครับ เราจะได้ความรู้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเอามาปรับใช้ให้เราเก่งขึ้นกว่าเดิม อย่าไปคิดว่าตัวเองเก่ง แล้วชีวิตเราจะทั้งประสบความสำเร็จและความสุข
..
คุณธนินท์ก็ยกย่องคนเก่งทุกคนเป็นอาจารย์ ใครเก่งต้องไปหา ไปคุยกับเค้า ไปเคารพเขาด้วยความจริงใจ มองข้ามจุดด้อยที่ทุกคนมีอยู่แล้ว เรียนรู้หมดทั้งคนแก่หรือหนุ่มสาว
.
8. ข้อสุดท้ายเรื่องกำไรและจำนวนหุ้น คุณธนินท์ไม่ได้กล่าว แต่วิตามินหุ้นพูดไว้น่าฟังแบบนี้ว่า
.
“กำไรหลายช่อง แต่มีหุ้นน้อย คือ กำไรน้อย
กำไรไม่กี่ช่อง แต่มีหุ้นมาก คือ กำไรมาก
กำไรหลายช่อง และมีหุ้นมาก คือ กำไรมาก ๆ
แต่ไม่ว่าจะยังไง อย่าปล่อยให้กำไรกลายขาดทุน”

และนี่คือ 8 บทเรียนการลงทุนที่ประยุกต์มาจาก หนังสือของคุณธนินท์ที่ใช้เวลาในการเขียนนานถึง 8 ปี เพื่อให้ได้เนื้อหาสาระที่สมบูรณ์แบบที่สุด หวังว่าทุกท่านคงได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ ใครสนใจรับชมคลิปฉบับเต็มได้ที่ Link นี้เลยครับ
.

..
#ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว #วิตามินหุ้น