ถอดแนวคิดนักลงทุนเหรียญทอง – พีรนาถ โชควัฒนา

พี่พีรนาถเคยพูดว่า หลายคนนึกว่าเค้ารวยมาก่อน เพียงเพราะเห็นนามสกุล หรือคิดว่าเป็นคนฉลาดหัวดี เพราะเรียนจบวิศวะ เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง (คือเป็นที่ 1 ประจำสาขา) แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย

จุดเปลี่ยนในชีวิตของพี่พีค ือสมัยเรียน ม.ศ. 3 ที่กรุงเทพคริสเตียน แล้วสอบขึ้นชั้นไปม.ปลายไม่ ได้ เหลือทางเลือกเดียวคือต้องส อบเตรียมอุดมให้ติด กับเวลาที่เหลืออีกไม่กี่อาทิตย์ ด้วยความขยันบวกความกลัวไม่ มีที่เรียน พี่พีทำได้สอบติดเตรียมฯ เรียนได้ปีเดียวก็สอบเทียบ และเอ็นท์ติดวิศวะ จุฬา ได้ที่เกือบ 500 คือเกือบที่สุดท้าย ด้วยความกลัวอีกครั้งว่าจะเ รียนไม่จบ เลยขยันสุดชีวิตและจบออกมาด ีเกินคาดด้วยเกียรตินิยมอัน ดับ 1 เหรียญทอง
.
ส่วนในด้านการทำงานพี่พีเคย ทำงานที่ ICC ประมาณ 10 ปี ดูแลแบรนด์ฟูจิย่า ทำงานเหมือนพนักงานประจำทั่ วไป สุดท้ายก็ออกมาเข้าสู่โลกขอ งการลงทุนโดยไม่ได้ถือตำแหน ่งอะไรในเครือสหพัฒน์ จะมีก็แต่เป็นผู้ดูแลพอร์ตก ารลงทุนให้ในนาม บริษัทหลานปู่ เท่านั้นเอง
.
** ชีวิตการลงทุน **
.
พี่พีลงทุนมา 30 ปีแล้ว เริ่มแรกได้กำไรในช่วงตลาดข าขึ้น ปาเป้าตัวไหนก็ถูก แต่พอช่วงปี 40 เจอวิกฤตต้มยำกุ้งเข้าไปและ ใช้มาร์จิ้นเล่นด้วย ทำให้ขาดทุนไปกว่า 10 ล้านบาท
.
พี่พีมองย้อนกลับไปและบอกว่ านี่คือบทเรียนที่บอกเราว่า  ที่ผ่านมาเราแค่บังเอิญถูก เราได้กำไรเพราะตลาดมัน Bull แต่จริง ๆ แล้วมันคือ “ความมั่นใจในสิ่งที่เราไม่ มีความสามารถ” หลังจากบทเรียนครั้งนั้นพี่ พีก็เริ่มต้นใหม่ด้วยแนวทาง  VI และการเข้าใจภาพธุรกิจแบบเจ ้าของกิจการ จึงสามารถสร้างพอร์ตให้กลับ มาโตได้เป็นร้อย ๆ เท่าในวันนี้ สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าพอร์ตพี่ พีใหญ่แค่ไหน แต่ผมอยากให้เราเรียนรู้แนว คิดของพี่เค้ามากกว่าว่าทำอ ย่างไร มาดูกันครับ
.
========================== =
.
** สรุปแนวคิดการลงทุนแบบพีรนา ถ **
.
1) ลงทุนเฉพาะในขอบข่ายที่เราม ีความสามารถ
.
คือการลงทุนใน “Circle of Competence” อยู่กับสิ่งที่เรารู้จักเป็ นอย่างดี เช่น อสังหา โทรศัพท์มือถือ ถ้าธุรกิจไหนไม่เข้าใจหรือย ังไม่ได้ศึกษาอย่างดีพอ พี่พีก็จะไม่ลงทุนเป็นอันขา ด พี่พีบอกว่าบางครั้งก็มีลงท ุนซื้อหุ้นตามเพื่อนบ้างเพร าะเห็นว่าน่าสนใจ แต่พอหุ้นตกเราก็ไม่รู้ว่าน ั่นคือโอกาสหรือวิกฤต เพราะเราไม่เข้าใจ ทำให้ขาดทุน ตรงกันข้ามถ้าเป็นหุ้นอสังห าที่ศึกษามาอย่างดี เวลาหุ้นตกหนัก เราไม่ต้องโทรถามใคร เพราะเราเข้าใจดีอยู่แล้ว และนั่นคิอโอกาสในการซื้อเพ ิ่ม สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่โลภ ไม่ออกนอกเส้นทางที่เราไม่เ ข้าใจ
.
2) ลงทุนในวิชาที่มีโอกาสได้ A
.
พี่พีเปรียบการเลือกหุ้นเหม ือนการเลือกวิชาเรียนในมหาว ิทยาลัยที่ไม่มีวิชาบังคับ ไม่มีกำหนดระยะเวลาจบ เราสามารถลงวิชาเลือกอะไรก็ ได้ที่ดูแล้วเราน่าจะได้ A เพราะเราถนัดวิชานี้ อย่างวิชาหุ้นพลังงานทางเลื อกพี่พีก็ไม่ลงทุนเพราะรู้อ ยู่แล้วว่าลงไปก็ได้ C, D หรือ F เพราะเวลาตัดเกรดตัดเป็น curve มีคนเก่งกว่าเราลงเรียนอยู่ แล้วเราจะไปลงเป็นฐานให้เค้ าทำไม
.
3) หุ้นดีแต่ราคาแพง ก็ไม่ต้องลงทุน
.
มีหุ้นหลายตัวที่น่าสนใจ แต่ว่าราคาหุ้นได้ใส่ Factor ความสำเร็จเอาไว้หมดแล้ว เช่น หุ้นที่ขยายตัวไปที่จีนก็มี การใส่ความคาดหวังเอาไว้ในร าคาหมดแล้ว พี่พีก็ไม่ลงทุนแต่จะศึกษาห ุ้นเหล่านี้ไว้ แล้วรอเวลาที่ตลาด correction ก็จะเข้าไปเก็บหุ้นเหล่านี้ ในวันที่ราคาเหมาะสม
.
4) วิสัยทัศน์และความสามารถของ ผู้บริหารสำคัญที่สุด
.
พี่พีบอกว่าเราต้องดูวิธีกา รพูด วิธีคิด หนังสือที่เค้าอ่าน จะได้เข้าใจว่าเค้าเป็นคนยั งไง มีวิสัยท้ศน์จะนำพาบริษัทไป ทางไหน และรู้ว่าคนแบบนี้จะไม่ทำร้ ายเราแน่ ๆ เราก็ควรให้พรีเมี่ยมกับคนด ีคนเก่ง
.
และเวลาฟังใครก็ตามพูดเราต้ องตีความหมายให้ออกว่าเป็นย ังไง ยกตัวอย่างสมัยเรียนหนังสือ  เพื่อนพี่พีบอกทำข้อสอบได้ส บายมาก แต่ออกมาได้ C ส่วนพี่พีบอกทำไม่ค่อยได้ไม ่ค่อยแน่ใจ แต่ออกมาได้ A เหมือนกันเวลาผู้บริหารบอกท ำยอดขายทำกำไรได้เท่านั้นเท ่านี้ ถ้าเราเข้าใจเค้าดีเราก็จะพ อรู้ว่าผลสอบออกมามันน่าจะไ ด้ A หรือ C
.
5) ลงทุนง่าย ๆ แบบเจ้าของกิจการ
.
ข้อนี้พี่พีไม่ได้พูดออกมาต รง ๆ แต่หลายครั้งสังเกตได้ว่า พี่พีไม่ได้ใช้สูตรหรือสมกา รอะไรที่มันซับซ้อนในการลงท ุน แต่พี่พีมองในมุมของเจ้าของ กิจการ มองในมุมของลูกค้า เช่น ซื้อหุ้นอสังหา ก็ไปดูทำเลที่ตั้งว่าดีมั้ย  ไปจองห้องด้วยตัวเองเลยว่าเ ป็นยังไง คุยกับผู้บริหาร และลูกค้าคนอื่น ๆ เพื่อให้ได้ไอเดียว่าดีหรือ ไม่ดี จริง ๆ แล้วผมคิดว่าพี่พีไม่ได้ลงท ุนง่ายหรอก แต่เพราะแกเข้าใจแบบลึกซึ้ง  มองทะลุแล้วต่างหากถึงได้รู้ว่าหุ้นตัวนั้นตัวนี้ควรลง ทุนหรือไม่ มันเลยดูเหมือนง่ายสำหรับแก