ตลาดแบบนี้ ซื้อหุ้นแบบไหนดี

หลายคนเริ่มกังวลกับทั้งสภาพเศรษฐกิจและตลาดหุ้นว่าดูไม่ค่อยดี บาทแข็ง ส่งออกแย่ โรงงานมีปิดตัวกันบ้าง การบริโภคก็โตลดลง ผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นรอบ Q3 ไม่ค่อยดีเอามาก ๆ มีหลายบริษัทเลยที่รายได้ไม่มา แต่ลดค่าใช้จ่ายเอา เลยยังพอมีกำไรอยู่บ้าง

ตอนนี้ผมกำลังนั่งคุยกับตัวเองอยู่ว่า ในฐานะที่เป็นนักลงทุน เราควรซื้อหุ้นแบบไหนดีในสถานการณ์แบบนี้ ผมเองก็ยังไม่ได้ตกผลึกแบบชัดเจนว่าควรทำอย่างไร แต่อยากแชร์สิ่งที่คิดไว้แล้วเรามาแชร์ไอเดียกันน่าจะดีกว่าครับ
..
1. หุ้นใหญ่ พื้นฐานดี มีปันผล
.
หุ้นกลาง หุ้นเล็ก ตลาดพร้อมเท ถ้าดูอนาคตไม่ดี เราเห็นภาพนั้นในช่วงที่ผ่านมา อย่างน้อยหุ้นใหญ่ มันอาจโตไม่เยอะ แต่ก็ดูแล้วปลอดภัย ไม่น่าจะล้มง่าย ๆ ถ้ามีวิกฤตก็น่าจะรอดได้ ยิ่งถ้าเราเลือกหุ้นใหญ่ที่ไม่แพง P/E ไม่สูงมาก อาจจะซักไม่เกิน 15 เท่า แล้วมีปันผล 4-5% ก็น่าจะโออยู่นะ
.
แนวทางนี้ ราคาหุ้นอาจไม่ขึ้นมาก คือ อดทนเพื่ออนาคตยาว ๆ ไป จะกลับมาดี
..
2. หุ้นกลาง หุ้นเล็กที่เป็นผู้ชนะ
.
หุ้นกลาง หุ้นเล็กยังไงก็โตเร็วกว่า เพราะฐานต่ำ กำไรโต 50%, 100% เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ เรามาพลิกหินหาหุ้นแบบเพชรในตมดีมั้ย ยังไงถ้าตลาดไม่ดี แต่ถ้าเราหาเจอหุ้นที่เป็นผู้ชนะ หุ้นที่เติบโตได้ ราคามันก็น่าจะวิ่งได้
.
แนวทางนี้ฟังดูดีแต่ความยากคือ เราจะหาเจอมั้ย และถ้าวันไหน SET แดงมาก ๆ ถึงหุ้นเล็กจะเติบโต คนส่วนใหญ่ก็อาจจะกลัว เทขายกันหมด แล้วบางทีไม่กลับมาซื้อคืนด้วยนี่สิ
.
3. หุ้น Domestic Play
.
บาทแข็ง ส่งออกแย่ Trade War ไม่จบ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศอาจจะแย่ ถ้ายังงั้นมาหาหุ้นที่ขึ้นกับภายในประเทศดีมั้ย ยังไงเดี๋ยวรัฐบาลน่าจะออกมาตรการอะไรมาช่วยกระตุ้น หรือโครงการลงทุนต่าง ๆ คงได้ออกมาซักที อันนี้ก็มองได้หลายกลุ่ม ทั้งค้าปลีก รับเหมา โรงไฟฟ้า
.
แนวทางนี้ก็อาจจะพอไปได้ แต่ก็ต้องเลือกหุ้นให้ถูกตัว ให้ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลจะลงทุน ซึ่งบางทีก็บอกยากว่า โครงการเมกะโปรเจ็คต์จะมาเมื่อไหร่แบบชัด ๆ หรือบางทีการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยก็ดูเป็น short term มาก ๆ อย่าง ชิมช็อปใช้
.
4. หุ้นที่ขายของ Premium
.
เศรษฐกิจไม่ดีก็จริง แต่คนที่รวยมาก ๆ ก็ยังมีอยู่ และอาจยังคง Lifestyle เดิมอยู่ก็ได้ ถ้าคิดแบบนี้ก็อาจไปมองหาหุ้นที่ขายของแพง จับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น โรงพยาบาลเกรด A อสังหาที่เน้นของแพง บริษัทที่ขายเครื่องประดับหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี
.
แนวทางนี้ ไม่แย่ แต่ตลาดอาจจำกัดเฉพาะเกินไป กำไรของบริษัทอาจไม่ดีอย่างที่คิดก็ได้
.
5. หุ้นที่ได้ประโยชน์เฉพาะกิจ
.
ถ้าเราคิดว่าเศรษฐกิจมันแย่ เดี๋ยวแบงค์จะมี NPL สูงขึ้น ก็ไปลงทุนหุ้นที่จะต้องไปซื้อหนี้จากแบงค์มั้ย อาจจะโตได้ แต่ก็ต้องระวังว่าถ้าซื้อมาแล้วบริหารไม่ดี ก็อาจจะแย่ก็ได้
.
หรือ 5G กำลังมา ประมูลรอบหน้า ไม่โหดเหมือนเดิม ปีแรกเห็นว่าจ่าย 10% แล้วเว้นไป 3 ปี แบบนี้เล็งสื่อสารไว้ก่อนดีมั้ย หรือว่าพวกบริษัทที่ขายอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องน่าจะได้ประโยชน์หรือเปล่า
.
หรือโครงการภาครัฐยังไงปีหน้าก็มาแน่ เพราะดีเลย์มานานแล้ว หุ้นเสาเข็ม รับเหมาก่อสร้าง ดีมั้ย
.

โดยสรุปแล้ว ผมว่าช่วงนี้การลงทุนไม่ง่าย แต่เราก็ไม่ควรนั่งรอวิกฤต เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่กันแน่
.
บางคนบอกว่า “กว่าจะรู้ว่าวิกฤตเกิดเมื่อไหร่ ก็ตอนที่มันได้เกิดขึ้นไปแล้ว”
..
ผมเชื่อในปรัชญาการลงทุนของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ กล่าวไว้ว่า
.
“Predicting Rain Doesn’t Count, Building Arks Does”
.
หรือ แปลเป็นไทยได้ความว่า “การทำนายฝนไม่ช่วยอะไร การสร้างเรือโนอาห์ต่างหากที่ช่วย”
..
ใครมองยังไง มีไอเดียแบบไหน มาแชร์กันดีกว่าครับ
.
#วิตามินหุ้น