วันหยุดเสาร์อาทิตย์ใครว่าง ๆ ลองนั่งดูนั่งฟัง Opp Day กันนะครับ เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เห็นผู้บริหารหรือเจ้าของมาพูดและตอบคำถาม เราจะได้เห็นบุคลิกลักษณะของแต่ละท่านว่ามีวิสัยทัศน์อย่างไร สไตล์การทำงานเป็นยังไง เพราะผมเชื่อว่าผู้บริหารนี่แหละที่จะเป็นคนนำพาบริษัทไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง บางครั้งหุ้นที่ดูดีแต่ถ้าผมรู้สึกว่าผู้บริหารไม่น่าไว้วางใจ ผมก็จะไม่ลงทุนเพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เท่าที่ดู Opp Day มาผมมักจะเห็นผู้บริหารแบบนี้ครับ

1) ผู้บริหารตรงไปตรงมา
.
คือ ผลงานดีก็บอกว่าดีแต่ไม่ได้โอ้อวด บอกว่าทำอย่างไรตัวเลขถึงมา จุดไหนไม่ดีก็ยอมรับ แล้วบอกวิธีการว่าจะแก้ไขอย่างไร มีการบอกชัดเจนว่าแผนในอนาคตจะทำอย่างไร 1,2,3 แล้วก็ตอบคำถามตรง ๆ อันไหนบอกได้บอก อันไหนเป็นความลับก็ขออนุญาตไม่บอก ผู้บริหารแบบนี้ต้องขอชื่นชม เพราะเราฟังแล้วสบายใจ เห็นความชัดเจน เช่น คุณสุระ COM7 คนนี้พูดจากชัดเจนดีมาก ความคิดดี ถูกผิดบอกหมด หรือคุณรังสรรค์ CFO PTG คนนี้ก็พูดดี ตอบคำถามชัดเจนด้วยตัวเลข
.
2) ผู้บริหารขี้โม้
.
ประเภทนี้เราจะเห็นว่า ชอบพูดตั้งแต่ภาพเศรษฐกิจขนาดใหญ่ว่าเป็นยังไง GDP โตจากไหน แล้วก็มาเล่าเรื่อยเปื่อยว่า นวัตกรรมของบริษัทเราดียังไง จดสิทธิบัตรเป็นร้อย มีแผนทำ M&A อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด สุดท้ายมักจะมาจบลงด้วยความมั่นใจว่าเราทำถึงเป้าหมายแน่นอน บางบริษัทตอนนี้ยอดขายหลักร้อยล้าน แต่บอกว่าอีก 3 ปี เรามี Vision ว่าจะไปเป็นพันสองพันล้านบาท โดยที่แผนการก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะไปถึงได้อย่างไร ถ้าเจอผู้บริหารแบบนี้ให้ลองไปเช็คว่าในอดีตเคยพูดอะไรมาบ้างแล้วทำได้ตามนั้นมั้ย คือ คนขี้โม้จะมี 2 แบบ คือ เก่งจริงเลยกล้าโม้ กับอีกแบบคือไม่เก่งแต่โม้กลบเกลื่อนไว้ก่อน ถ้าเราเจอแบบหลังก็รีบถอยให้ห่างเลยครับ
.
3) ผู้บริหารเลือกตอบแต่สิ่งที่ดี
.
มีหลายครั้งที่ผู้บริหารมักตอบคำถามนักลงทุนไม่ค่อยตรงเท่าไหร่ เพราะบางทีก็อาจจะรู้อยู่เต็มอกว่าถ้าตอบตรงไปตรงมาอาจกระทบกับความเชื่อมั่นของบริษัทได้ เช่น บางครั้งมีคนถามว่าธุรกิจจะถูก Disrupt จากเทคโนโลยีมั้ย ก็เลี่ยงไปตอบว่าคนยังมาใช้บริการของเราอยู่เยอะนะ เรามีบริการหลากหลาย ยังมีคนจำนวนมากที่เค้ายังใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่เป็นก็ยังเป็นลูกค้าเราอยู่ หรือผู้บริหารบางคนทำยอดขายดีก็จะวนแต่เรื่องรายได้เติบโต มีเสียงตอบรับดี ยังงั้นยังงี้ แต่ไม่ค่อยพูดว่าที่ยอดโต เพราะลงโฆษณาเยอะ ลดราคามาก กำไรตกนะ
.
4) ผู้บริหารที่ชอบบอกว่าตลาดใหญ่เราขอส่วนแบ่งนิดเดียวก็พอ
.
หลายครั้งเรามักจะเจอผู้บริหารบอกว่า ตลาดสินค้าที่เราอยู่ใหญ่ ตลาดประเทศที่เราจะไปใหญ่มาก ตอนนี้เรามีส่วนแบ่งแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ เรายังมีโอกาสอีกมากที่จะเพิ่มได้ พูดแบบนี้ฟังดูดี นักลงทุนหรือนักวิเคราะห์บางคนถึงกับเอาไปคำนวณยอดขายและกำไร ออกราคากันก็มี
.
จริง ๆ แล้วสิ่งที่เค้าพูดมันคือ “WHAT” แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “HOW” หรือวิธีการว่าทำอย่างไรจะไปเพิ่มส่วนแบ่งได้ บ่อยครั้งที่เราเห็นแต่ความสวยงามที่ปลายทาง แต่เรายังไม่เห็นว่ารถที่จะพาไปเป็นแบบไหน เจอแบบนี้ต้องถามแผนการให้ชัดเจนครับจะได้มั่นใจ
.
เมื่อก่อนเราเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “คนจีนมีเป็นพันล้าน ขายเก็กฮวยได้คนละแก้วก็รวยแล้ว” อันนี้ก็จริงแต่ถูกครึ่งเดียว เพราะเราจะรู้ได้ไงว่าไม่มีคนไปขายก่อนหน้าเรา แล้วเราจะเข้าไปขายยังไง กระจายสินค้ายังไง ต้องมีตัวแทนมั้ย เยอะแยะไปหมด อย่าลืมว่า What ต้องมาพร้อมกับ How เสมอครับ
.
5) ผู้บริหารที่มาอ่านตามสไลด์
.
หลายครั้งที่เราเห็นผู้บริหารเปิดสไลด์ อ่านตามว่า ยอดขายปีนี้เทียบปีที่แล้วโต x% กำไรโต x% คือ บางคนมีโพยมาเลยนะว่าจะพูดแบบไหน ส่วนมากมักไม่ใช่เจ้าของ แต่เป็นแบบผู้บริหารที่ถูกส่งมาให้พูดแทนมากกว่า เจอแบบนี้ต้องบอกว่าไม่ค่อยได้อะไรเท่าไหร่ เวลาตอบคำถามเราก็มักจะไม่ค่อยได้คำตอบที่ชัดเจนมาก คือไปอ่านคำอธิบายผลประกอบการเองก็ได้ และสุดท้ายก็มักจะจบด้วยคำพูดที่ว่าเราจะพยายามรักษาระดับอัตรายอดขายและกำไรให้ได้ตามเป้า
.
ใครเจอผู้บริหารแบบไหนอีกเล่าให้ฟังหน่อยครับ