“จัดพอร์ตลงทุน” ให้เหมือนทำทีมฟุตบอล

ควันหลงจากเกมส์เมื่อคืนที่แพ้นาโปลีมา 2-0 ปีที่แล้วเราก็แพ้ แต่สุดท้ายก็ได้แชมป์น่า
.
ในเกมส์ฟุตบอล 11 ผู้เล่นในสนามล้วนมีความสำคัญทุกคน ตั้งแต่กองหน้าไปจนถึงผู้รักษาประตู ถ้าขาดคนใดคนหนึ่งไปจะทำให้เกมส์เสียสมดุล และนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ในที่สุด เพราะฉะนั้นการเลือกตัวผู้เล่นให้เหมาะสมแต่ละตำแหน่งจึงสำคัญมาก

ในเกมส์การลงทุนก็เช่นกัน เราสามารถจัดพอร์ตด้วยการเลือกตัวผู้เล่นที่เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งที่เราต้องการเช่นกัน
.
• ผู้รักษาประตู คือ นายทวารด่านสุดท้ายที่ต้องการความเหนียวหนึบ มั่นคง แข็งแกร่งที่จะป้องกันการทำประตูจากทุกทิศทุกทาง ซึ่งควรจะเป็น “เงินสด” ที่พร้อมลงทุนในสถานการณ์และเวลาที่เหมาะสม เพราะหลายครั้งที่เราเห็นโอกาสดี ๆ อยู่ตรงหน้า แต่ไม่มีเงินให้ลงทุน
.
• กองหลัง เป็นเหมือนกำแพงคอยสกัดกั้นการบุกรุกของคู่แข่ง ไม่ให้พอร์ตเราเพลี่ยงพล้ำ ควรจะเป็น “หุ้นพื้นฐานดี” มั่นคง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ อาจจะไม่ได้เติบโตมาก แต่ก็จะไม่ล้มง่ายเช่นกัน สามารถถือยืนระยะได้ยาว ๆ
.
• กองกลาง ทำหน้าที่รักษาสมดุล ขับเคลื่อนทั้งเกมรุกและรับให้อยู่ในโมเมนตัมที่เหมาะสม อาจจะเป็นการผสมผสานทั้งหุ้นขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ที่มีสตอรี่การเติบโตแบบต่อเนื่องน่าสนใจในระยะ 3-5 ปี ข้างหน้า พื้นฐานดี มีการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี
.
• กองหน้า เป็นตัวบุกพังประตู คอยทำกำไรให้พอร์ตเรา ต้องเลือกหุ้นที่เป็น Growth Stock มีการเติบโตสูง และยังสามารถเติบโตได้สูงต่อเนื่อง และเป็นหุ้นที่อยู่ในความสนใจของตลาด
..
====================
.
แต่ก่อนที่จะไปซื้อตัวผู้เล่นเข้าสู่ทีม เราต้องพิจารณาประเด็นสำคัญเหล่านี้ก่อน คือ
.
1. เราเป็นใคร เป้าหมายเราคืออะไร
.
เราคือ ลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นทีมหัวแถว หรือว่าเราคือ นอริช วัตฟอร์ด ที่อยู่ท้ายตาราง เพราะว่าเราจะได้เข้าใจโจทย์ว่า เรากำลังลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้น วิธีการจัดทีมก็แตกต่างกัน เพราะเป้าหมายต่างกัน
..
2. แผนการเล่นเป็นอย่างไร
.
ถ้าเราคือทีมท้ายตาราง เจอกับทีมใหญ่ แผนเราอาจไม่ได้มาเน้นบุก แต่เราอาจวางแผงหลังให้แน่น อาจจะเป็นรถบัสก็ได้ อย่าให้เสียประตูเยอะ แล้วรอสวนกลับ ขอแค่ประตูเดียว ถ้าเป็นแบบนี้ เราอาจจะใช้แผน 4-5-1 เอากลางกับหลังแน่นไว้ก่อน ห้อยหน้าไว้คนเดียว แปลว่า เราจะซื้อหุ้นพื้นฐานเยอะหน่อย หุ้นปลอดภัยมากหน่อย อัตราผลตอบแทนอาจไม่สูง แต่เราจะไม่ตกชั้น
..
3. ตัวสำรองต้องมี
.
ถึงแม้เราจะวางแผนหรือฟิตซ้อมมาดีแค่ไหน แต่บางครั้งผู้เล่นอาจหลุดฟอร์ม หรืออาจโดนเสียบสกัดจนบาดเจ็บ เราจำเป็นต้องคอยมองหาตัวสำรองในแต่ละตำแหน่งไว้ให้พร้อมเพื่อเปลี่ยนตัวลงสนามได้ทันที เช่น หุ้นตัวไหนทำผลงานไม่เข้าตา ต้องรีบเปลี่ยนตัว ยิ่งปล่อยให้เวลาเดินไปนาน ๆ ยิ่งไม่เป็นผลดี เหมือนเราปล่อยให้หุ้นขาดทุนอยู่เรื่อย ๆ จนหมดเวลา พอร์ตเราก็เสียหายหนักได้
.
4. เงินทุนมากแค่ไหน
.
ทีมเราอาจไม่ได้มีเงินถุงเงินถังที่อยากจะดึงใครมาก็ได้ เราจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าตำแหน่งไหนจำเป็น เข้ากับแผนการทำทีมของเรา ก็พิจารณาเลือกนักเตะที่เหมาะสมเข้าทีม ในบางครั้งเราก็ต้องขายผู้เล่นบางคนออกไปเพื่อแลกกับนักเตะคนใหม่ที่จะทำให้ทั้งทีมไปได้ไกลกว่า เหมือนกับการลงทุนที่เราต้องดูเงินในกระเป๋า ซื้อหุ้นที่เหมาะสม ตัวไหนไม่ดีขายออกไป ซื้อตัวใหม่เข้ามาแทน หุ้นเราอาจจะไม่ได้ดีเต็มที่ทั้งหมดทุกตัว แต่ภาพรวมทำให้พอร์ตเราเติบโตตามแผนการได้เป็นพอ
.
5. เข้าใจกติกา
.
เกมส์ฟุตบอล ถ้าชนะ 3 แต้ม เสมอ 1 แต้ม แพ้ไม่ได้คะแนน แต่ในเกมส์การลงทุน ถ้ายิ่งยิงประตูได้เยอะ เราก็จะได้กำไรเยอะ ถ้าเสียประตูเยอะก็จะยิ่งขาดทุนเยอะ เราถึงต้องวางแผนให้ดีว่าเราจะเล่นแบบไหน เน้นหุ้น growth เยอะ ๆ หวังได้กำไรมาก ๆ แต่กองหลังก็อาจจะรั่ว ทำให้เสียประตูได้เช่นกัน หรือถ้าเน้นรับเยอะ ๆ อาจชนะแค่ 1-0 เราก็อาจไม่ได้กำไรมากมายเช่นกัน
..
สุดท้าย สิ่งที่สำคัญในการวางแผนแบบจัดทีมฟุตบอลคือ เราไม่ได้เล่นกันนัดเดียวจบ ฟุตบอลต้องเล่นกันเป็นฤดูกาล 38 นัด แล้วค่อยมาดูผลสุดท้ายว่าเป็นอย่างไร การลงทุนก็เช่นกัน เราไม่ได้กำไรแค่หุ้นตัวเดียวจบ แต่คือเกมส์ระยะยาว ที่มีทั้งแพ้ เสมอ หรือชนะ พอจบเกมส์ต้องจดบันทึก เรียนรู้ และวางแผนการเล่นในเกมส์ถัดไป ถึงแม้ว่าจบฤดูกาลนี้เราอาจไปไม่ถึงแชมป์ ไม่เป็นไรฤดูกาลหน้าเตรียมตัวใหม่ ตลาดหุ้นเปิดรอเราอยู่ตลอดเวลา ลงทุนได้เสมอ ขออย่างเดียว สู้ให้เต็มที่ และอย่าตกชั้นเป็นพอ
.
#จัดพอร์ตลงทุนให้เหมือนทำทีมฟุตบอล #FINSPACE #วิตามินหุ้น