“คัทลอส” ด้วย ทฤษฎีแห่งความรัก

ตอนที่เราซื้อหุ้น เรามักซื้อด้วยความมั่นใจ และความหวังว่าหุ้นจะขึ้น แต่ปัญหาที่มักจะพบเจอ คือ ความจริงไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวัง ราคาหุ้นลง เราขาดทุน แล้วไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่กล้าคัทลอส วันนี้ผมเลยอยากนำเสนอเรื่องใกล้ตัวอย่าง “ความรัก” อยากรู้ใช่มั้ยว่า เกี่ยวกับการคัทลอสยังไง ตามมาเลยครับ

1) ตัดใจ ให้ลืมเธอ
.
เวลาเรารักใครซักคน เราก็มักจะทุ่มเท ดูแล โทรไปหาทุกเวลาหลังอาหาร ไปรับไปส่ง เอาใจใส่ตลอดเวลา แต่เมื่อความรักจืดจาง โทรไปไม่รับ ไลน์ไปไม่ตอบ จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ วันนึงเราก็จะรู้ได้ด้วยตัวเองว่า เราควรตัดใจ เพราะเธออาจหมดรักเราแล้ว เวลาตัดก็ต้องเด็ดเดี่ยว ตัดให้ขาดอย่าอาลัยอาวรณ์ ไม่งั้นเราก็จะเดินต่อไปข้างหน้าไม่ได้
.
เรื่องหุ้นก็เหมือนกัน ซื้อหุ้นใหม่ ๆ มันจะเขียวให้เราชืนใจ แต่พอผ่านไปมันอาจจะค่อย ๆ กลายเป็นสีแดง เราต้องมีจุดตัดใจว่า เมื่อไหร่ควรจะจบ เช่น ขาดทุน 10% หรือ ขาดทุนกี่บาท เวลาตัดก็ต้องทำแบบ “กระบี่ไร้ใจ” ตัดเลยให้ขาด เพื่อให้ “เจ็บแต่จบ” แล้วเราก็จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ อย่าปล่อยให้คาราคาซัง เพราะว่าเราอาจจะเจ็บกว่าเดิม
..
2) ให้โอกาสแล้ว แต่ไม่ปรับปรุง
.
อาจมีบางครั้งแฟนเราทำผิดพลาดไป ติดบอล ติดเกมส์ เผลอไผลไปมีคนอื่น ไม่ดูแลใส่ใจเราเหมือนก่อน เราจับได้ ให้อภัย ให้โอกาสแก้ตัว ถ้าทำตัวดีขึ้นความรักก็สดใสอีกครั้ง แต่ถ้ายังไม่ปรับปรุงก็อาจต้องจบกัน
.
เรื่องหุ้นเราสามารถตรวจสอบพฤติกรรมหุ้นที่รักผ่านงบการเงินได้ว่าเป็นอย่างไร เริ่มตั้งแต่ให้สำรวจพื้นฐานว่าแข็งแกร่งแค่ไหน แล้วทำกำไรได้ดีมั้ย ราคาที่ลงมาตอนนี้แค่ชั่วคราวหรือเปล่า แล้วลองติดตามว่าจะมีการปรับตัวได้ดีขึ้นในงบไตรมาสถัดไปแค่ไหน ถ้าเห็นแนวทางว่าดีจริงก็อาจถือได้ แต่ถ้าดูแล้วพื้นฐานไม่ใช่ กำไรไม่ดีถาวร เรามองคนผิด ก็อาจต้องถึงเวลาบอกลา
.
3) สัญญาปากเปล่า
.
ต่อจากข้อที่แล้ว บางครั้งแฟนเราสัญญว่าจะทำตัวให้ดีขึ้น เพราะสำนึกได้จริง ๆ หรือบางครั้งเพื่อเอาตัวรอด เลยบอกว่าจะทำยังงั้นยังงี้ ตอนนี้ขอสร้างฐานะก่อน ขอเวลา 3 ปี จะไปขอ อะไรก็แล้วแต่
.
ตัดมาที่เรื่องหุ้น บริษัทหลายแห่งก็มักจะมีการออกข่าวว่าจะทำโครงการนั้นโครงการนี้ ตอนนี้มีโปรเจ็คท์ใหม่ ขอให้รอหน่อยอยู่ช่วงลงทุน มีแผนจะซื้อหุ้นคืนช่วยประคองราคา แต่เราต้องดูดี ๆ เพราะการที่บอกว่าจะทำ มันคือยังไม่ได้ทำ ถ้าแนวโน้มว่าจะทำได้ก็ดี แต่ถ้าสุดท้ายทำไม่ได้ งบออกมาก็ยังไม่ดี ราคาหุ้นก็อาจจะไม่กลับขึ้นไป ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เราก็ตรวจสอบได้จากงบการเงินว่า พูดแล้วทำจริงมั้ย เช่น CFI เพิ่มยัง เงินที่ได้จาก IPO เอาไปใช้ตามที่บอกมั้ย หรือดู ROA ว่าลงทุนแล้วผลตอบแทนเป็นอย่างไร
.
4) เปิดใจให้คนใหม่เข้ามารักษาแผลใจ
.
ถ้ารักคนนี้แล้วทำให้ชีวิตพัง ลองเปิดใจมองคนอื่นที่อาจจะเข้ากับเราได้มากกว่า ซึ่งอาจจะเป็นการเยียวยารักษาแผลใจให้เร็วขึ้นกว่าไปจมปรักกับความรักที่ไม่สมหวังที่ทำให้เราต้องช้ำใจ
.
หุ้นตัวเดิมที่มันดูไม่ดี เราหลงผิดติดดอยไปแล้ว บางครั้งไม่อยากตัดใจ เพราะยังรักอยู่ ก็อาจลองมองหาหุ้นตัวใหม่ที่น่าสนใจ มี upside มากกว่าเดิม พื้นฐานดีกว่าเดิม มันอาจทำให้เราตัดใจได้ง่ายขึ้น การคัทตัวเก่าแล้วมาเริ่มชีวิตใหม่น่าจะดีกว่า แต่เราต้องดูให้แน่ใจว่าหุ้นตัวใหม่จะไม่ทำให้เราเสียใจเหมือนที่ผ่านมา
.
5) รักแท้ … รอเธอได้
.
ข้อสุดท้าย สำหรับคนที่ทำ 4 ข้อข้างต้นไม่ได้ คือ รักเค้ามาก ยากจะตัดใจ เราคือรักแท้ของกันและกัน ทนได้แม้ว่าจะเจ็บ แม้ว่าเค้าจะทำอะไรไม่ดีบ้างในบางครั้ง แต่เราก็ยังรักเค้า ถ้าเป็นแบบนี้ ก็คงต้องอดทน และปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะพฤติกรรมอาจจะดีขึ้นได้ แล้วตอนจบก็อาจจะ Happy Ending
.
ในเรื่องหุ้น บางครั้งถ้าเราเชื่อว่า ราคาแค่ลงในระยะสั้น เราศึกษามาอย่างดีแล้ว เรามองไม่ผิด มันเป็นแค่ความผันผวนของนายตลาด เราก็อาจจะถือรอให้ผลการดำเนินงานกลับมา บางครั้งหลายเดือน บางครั้งหลายปี แต่ขึ้นชื่อว่า รักแท้แล้วย่อมรอได้เสมอ

ผมหวังว่าทุกคนจะได้แนวทางไปปรับใช้ในการพิจารณาหุ้นในพอร์ตของตัวเองกันว่าควรทำอย่างไรนะครับ แต่สำหรับคนโสด ผมคงบอกได้แค่ว่า คุณต้องไปลองมีความรักดูแล้วจะเข้าใจว่า
.
โลกนี้ไม่ได้มีแค่สีแดงกับสีเขียวเหมือนที่เราเห็นในตลาดหุ้น
แต่มันยังมีสีชมพูเพิ่มมาอีกสีนึง