กฎข้อที่ 1 … ลงทุนในหุ้นที่ปลอดภัย

“ตอนที่พี่เป็นคนไข้อะ แล้วพี่มองตาน้อง พี่รู้สึกปลอดภัย”
..
เป็นฉากที่ทานตะวันขอบคุณฉลามที่ช่วยรักษาเธอไว้ตอนประสบอุบัติเหตุ (ก่อนที่ทั้งคู่เกือบจะจุ๊บกัน)
.
เป็นการแสดงออกถึงความเชื่อใจในตัวหมอที่ดูแลเรา ว่าต้องรักษาเราให้หายแน่ และทำให้ฉลามหายมือสั่นได้

กฎข้อที่ 1 ของการลงทุน ฉบับรักฉุดใจนายฉุกเฉิน กล่าวไว้ว่า
.
“จงลงทุนในหุ้นที่ปลอดภัย”
..
เวลามีคนชวนเราร่วมหุ้นทำธุรกิจ คำถามแรกที่เรามักถามคือ เค้าเป็นใคร ไว้ใจได้มั้ย มากกว่าจะไปถามว่าทำอะไร กำไรเท่าไหร่
.
เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญอย่างแรก ไม่ใช่ดูที่งบ แต่ให้ดูที่ผู้บริหารว่าไว้ใจได้แค่ไหน
.
เลือกคนที่เรารู้สึกว่าปลอดภัย ไม่ทุจริต ไม่มีประวัติไม่ดี ไม่มีพฤติกรรมปั่นหุ้น
.
เราต้องไว้ใจเค้าได้ในระดับที่ว่า ถ้าเราปอดรั่ว แล้วเรามั่นใจว่าเค้าจะเอามีดมาทิ่มตรงซี่โครงช่องที่ 5 รักษาเราได้พอดี ไม่ใช่ทิ่มให้เราตาย
.
ความปลอดภัยประการต่อมา ให้มาดูที่พื้นฐานของบริษัทว่ามั่นคงแค่ไหน สภาพคล่องสูงมั้ย หนี้เยอะมั้ย กำไรโตสม่ำเสมอ ตลอดเวลา 15 ปี ที่ดำเนินกิจการมาหรือเปล่า
.
และความปลอดภัยประการสุดท้าย คือ พร้อมที่จะรับฟังผู้ถือหุ้นตลอดมั้ย เวลามีปัญหาก็ยืดอกยอมรับและหาแนวทางแก้ปัญหาหรือเปล่า เปรียบเหมือน พลังแห่งความรัก ที่ทานตะวันเรียกเมื่อไหร่ก็ทะลุมิติมาหาได้
..
====================
.
แต่ข้อควรระวังของกฎข้อแรกคือ เราต้องแยกให้ออกว่า
.
ความปลอดภัย อาจไม่ใช่แค่ “ระยะเวลา” ที่อยู่ด้วยกันยาวนานถึง 15 ปี แต่ไม่ได้แสดงออกถึงความใส่ใจ
.
และความปลอดภัย ก็อาจไม่ใช่แค่ “ความสบายใจ” ที่เวลาเราเจอใครใหม่ที่มาปลอบประโลมหัวใจให้ชุ่มชื่นอีกครั้ง
.
แต่ความปลอดภัย เป็นความไว้ใจ เชื่อใจ มีการแสดงออก ไม่ละเลยในความรู้สึก ผ่านระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร ซึ่งเรามองเห็นได้ผ่านทางงบการเงิน ผ่านการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารว่าทำได้ตามนั้นจริงมั้ย
.
ลองพิจารณาดูครับว่าหุ้นในพอร์ตของเราปลอดภัยแค่ไหน มีผู้บริหารแบบหมอเป้งมั้ย หรือเป็นแบบฉลาม ใครทีมไหนบ้าง แล้วสุดท้ายใครจะคู่กับใคร อยากให้จบแบบไหนกัน
.
#รักฉุดใจนายฉุกเฉิน #ทีมหมอเป้ง #วิตามินหุ้นติดไซเรน